วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

SF พี่ชาย (III)







{ SF SHINee } [ MINHO&JONGHYUN ]


HOHYUN


Pg : 18+


BY VACASKA






"ก็อย่าน่ารักบ่อยๆสิครับ"

คนตัวสูงกระซิบเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน พวงแก้มใสขึ้นสีเรือบางๆให้อีกคนหมั่นเขี้ยว เวลาหลังเลิกงานแบบนี้คงไม่ต้องสงสัยใช่ไหมว่าทำไมเงียบแบบนี้ พนักงานนะกลับบ้านไปตั้งแต่สามชั่วโมงก่อนแล้วล่ะครับ ถ้าดูนาฬิกาตอนนี้ก็คงสองทุ่มหน่อยๆแล้ว คนที่จะช่วยผมให้หลุดมือจากเด็กนี่คงยากน่าดู

"พี่เปล่าสักหน่อย"

ร่างบางเถียง เขาทำตัวน่ารักใส่ที่ไหนกัน ไม่มี๊ไม่มีจริงๆ จงฮยอนไม่ได้แกล้งทำตัวน่ารักเลยสักนิดนะครับ คือแม่งคิดเองแล้วโทษผมเฉยเลย แต่คนตัวสูงก็ส่ายหน้าเชิงว่าไม่ยอมรับคำปฏิเสธจากผม ก่อนจะก้มหน้าเข้าใกล้ผมมากขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันจนใจเริ่มเต้นแรงอีกครา อย่าบอกนะว่าจะทำ

"อื้อ~"

ริมฝีปากบางก้มลงปิดทับคำปฏิเสธของผมทันที ผมได้แต่ปิดเปลือกตา วางมือลงไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่าย รับสัมผัสหวานๆที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างไม่รู้จักพอ

เรียวลิ้นสลับแลกกันไปมา กดย้ำๆเหมือนยังไม่พอใจกบสิ่งทที่ได้รับ มืออุ่นเริ่มซุกซนอยู่ไม่เป็นสุข ค่อยๆเลื่อนไปที่เม็ดกระดุมเสื้อเชิ๊ต ค่อยๆใช้เรียวนิ้วปลดออกไม่ให้อีกคนรู้ตัวจนหมด แผ่นอกเล็กเนียนนุ่มอยู่ใกล้เพียงลิ้น เมื่อคนตัวสูงเลื่อนกายลงต่ำ วางหัวเล็กลงบนพนักโซฟา ก่อนจะก้มลงจัดการผิวสีขาวตรงหน้าให้เต็มไปด้วยรอยรักสีอ่อนๆ

"อ่ะ ทำไมต้องที่นี่"

"ผมทนไม่ไหวแล้ว"

คนตัวสูงตอบก่อนจะก้มลงจัดการยอดอกตรงหน้าช้าๆอย่างใจเย็น ดูดดุนจากแผ่วเบาไปหาหนักแน่นจนร่างบางต้องแอ่นอกรับอย่างช่วยไม่ได้

"อ่ะ อ่า"

"คิดถึงจัง"

มินโฮเอ่ยเสียงนุ่มขณะที่ไล่นิ้วไปตามร่างกายส่วนบนของร่างเล็กๆนั้น ก่อนจะเลื่อนลงต่ำเพื่อปลดเข็มขัดและกางเกงให้ลงไปกองกับพื้นพรมข้างโซฟาตามลำดับ

"ผิวตรงนี้"

ร่างสูงเอ่ย ก่อนจะกดจูบลงบนหน้าท้องแบนราบ และฝากรอยเขี้ยวไว้จางๆเหมือนเคยที่ แบบที่เคยทำเมื่อสองเดือนก่อนที่มีอะไรกัน

"สะโพกตรงนี้"

เสียงทุ้มกระซิบ พร้อมลูบสะโพกอ่อนนั้นไปมาและไม่ลืมที่จะฝากรอยรักสีเข้มๆไว้ให้คนตัวเล็กต้องโวยวายยามตื่นนอนเช่นเคย

"ส่วนกลางกายตรงนี้"

คนตัวสูงเอ่ยก่อนจะครอบเรียวปากลงไป ตวัดชิมไอติมแท่งสีชมพูอีกครั้ง แนวฟันแข็งแรงครูดบนผิวอ่อนตรงท่อนลำทำเอาร่างบางต้องกัดปากด้วยความเสียว เพราะไม่รู้จะปลดปล่อยอารมณ์หวาบวาบที่เกิดขึ้นได้ยังไง

"อ๊ะ โฮ"

คนตัวเล็กสะดุ้งเบาๆก่อนจะเอ่ยชื่อคนทำให้เขาตกใจ เพราะว่าตอนนี้เรียวนิ้วนั้นกดลงที่ปากทางหยักของเขา ทั้งสัมผัสส่วนกลางและรุกเร้าส่วนหลังไปด้วย ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดเสียงหวานให้อีกคนได้ยกยิ้มที่มุมปากเรียวอีกครั้ง

"ช่องทางตรงนี้"

"//////////"

ตอนนี้เขินครับ พูดตรงเกินไปแล้ว แถมแก้มผมคงแดงไปหมดแล้วด้วย เพราะฉะนั้นผมเลยหลับตาปี้ไม่กล้าลืมขึ้นมองการกระทำตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยครับ ส่งเสียงครางออกมาเป็นระยะเมื่อกลั้นอารมณ์ไม่ไหวตามเคย

มินโฮเงยหน้ามองคนตัวเล็ก อดยิ้มกับท่าทางเขินๆนั้นไม่ได้ซักที ถึงจะเคยทำกันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่ยังไงพี่จงฮยอนก็เป็นพี่จงฮยอน พี่ชายคนเดียวของผม และก็คนรักของผมด้วย

"พี่กลัวเจ็บ"

คนตัวเล็กบอกเสียงเบา ขณะที่นิ้วมือของมินโฮกำลังกดลงปากทางสีชมพู ประโยคเดิมๆที่มักจะออกมาจากริมฝีปากอิ่มแทบทุกครั้งที่มีอะไรกัน ถึงจะมีอะไรกันนับครั้งไม่ถ้วนแต่มันก็กลัวอยู่ดีนี่นา

"ผมจะทำเบาๆไม่เจ็บหรอกครับ"

ร่างสูงเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม ให้อีกคนคลายกังวล ก็ถ้ามัวแต่กังวลมันก็จะเข้าลำบาก สุดท้ายคนที่เจ็บก็คือคนที่คิดมากอย่างพี่จงฮยอนทุกที เขาก็อดสงสารไม่ได้จนต้องทำเบาๆแทบทุกครั้ง ใจแทบขาดเลยล่ะครับ

"อ่ะ อื้อ"

ร่างบางครางเสียงสั่น เมื่อนิ้วเรียวสอดเข้าไปในช่องทางนุ่มสีหวาน ใบหน้าคมโน้มลงต่ำเพื่อไปประทับริมฝีปากลงที่กลีบปากอิ่มให้คลายกังวล ดูดดึงให้อีกคนค่อยๆตอบสนองอย่างใจเย็น ตั้งสมาธิไปที่ช่องทางด้านล่างให้ค่อยๆแทรกผ่านเนื้อนุ่มด้านในช้าๆให้อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

มือเล็กจับบ่ากว้างแน่นขึ้นด้วยความเจ็บ ถึงริมฝีปากบางจะคอยป้อนจูบอยู่ไม่ห่างก็ตาม แต่ความเจ็บก็ทำให้ร่างเล็กกลั้นหยดน้ำสีใสไหลออกจากดวงตากลมที่ปิดสนิทช้าๆไม่ได้อยู่ดี

"พี่ครับ อย่าเกร็งนะ"

มินโฮที่ละริมฝีปากออกมากระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูนิ่มเบาๆเพื่อปลอบร่างในอ้อมกอดให้คลายกังวล พร้อมเลื่อนริมฝีปากไปจูบซับน้ำใสๆออกอย่างอ่อนโยน

คนตัวเล็กช้อนตามองใบหน้าคมทั้งๆที่หยดน้ำยังคลอเต็มเบ้า ริมฝีปากอิ่มเม้มปากแน่นกลั้นเสียงความเจ็บปวด โดยไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าคมของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย แต่ความคิดที่จู่ๆก็พัดวูบขึ้นมาว่าทำไมเขาถึงได้ยอมคนตรงหน้ามากขนาดนี้ หลงรักเด็กในความดูแลไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด

"อ่ะ มินโฮ อย่าทำ อื้อ"

เสียงหวานที่ลุดออกมาทำเอานิ้วของคนตัวสูงต้องกดย้ำตรงจุดเดิม เพื่อฟังนั้นเรียกชื่อเขาซ้ำๆ หลังห่างกิจกรรมนี้ไปนานพอสมควรก็ดูเหมือนว่าช่องทางมันแน่นมากกว่าเดิมซะอีก สงสัยต่อจากนี้คงต้องทำบ่อยๆแล้วล่ะมั้ง - ., -

นิ้วยาวสำรวจวนไปมาจนพอใจ แล้วค่อยๆถอนออกมาเบาๆให้คนนอนได้พักหายใจสักนิดนึง ก่อนจะก้มลงจัดการกับกาวเกงที่ยังคงติดอยู่ในร่างกายตัวเองเพียงชิ้นเดียวออกไปวางบนโต๊ะกระจก

สายตาโลมเลียอย่างเปิดเผยที่จ้องมองมาที่ร่างคนนอน ผิวขาวเนียนที่ประปรายไปด้วยรอยรักสีหวานจนทั่วไปหมด ทำเอาคนตัวสูงต้องคอยนับหนึ่งถึงร้อยในใจ แต่ก็เหมือนจะทนแทบไม่ไหวเมื่อส่วนแข็งแรงนั้นกำลังตื่นขึ้นจนคับกางเกงเสียแล้ว

"อ่ะ เดี๊ยว อื้อ"

ลมหายใจที่เข้าออกยังไม่ทันได้ทำให้หายเหนื่อย กลับโดนคนตัวสูงสอดสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกายแล้ว คนถูกกระทำจึงได้แต่ร้องออกมาอย่างตกใจ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยห้ามกลับโดนประกบริมฝีปากอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว

เสียงอู้อี้ในลำคอดังเป็นระยะๆ เพราะความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ช่องทางคับแน่นที่คอยแต่ตอดรัดท่อนลำแกร่ง กำลังทำให้เจ้าของช่องทางรู้สึกเขินขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจทำมันเลยสักนิด

"อ่า"

เสียงร้องออกมาเบาๆบ่งบอกความพอใจต่อร่างเล็ก ก่อนจะผละริมฝีปากออกมาขบเม้มลำคอเรียว มือบางยกขึ้นมาคล้องคอคนตัวสูง และกัดปากตัวเองด้วยความเสียว เพราะถึงอยากจะทำร้ายร่างกายนี้ที่ไร ก็เป็นตัวเองที่เห็นแล้วเจ็บทุกที เลยพานให้ไม่กล้าทำร้ายร่างกายนี้ได้ลงคออยู่เรื่อย

"อ่ะ โฮ"

เสียงหวานเอ่ยเรียกร่างคนทำ มือบางที่ตกลงข้างลำตัวกุมเนื้อโซฟาไว้แน่น ระบายความเจ็บปวดที่ได้รับจากอีกฝ่าย หยดน้ำใสปริ่มขอบตากลมๆของเล็ก ทั้งเจ็บทั้งเสียวไม่รู้จะอธิบายอะไรออกมาให้ชัดเจนมากกว่านี้แล้วจริงๆ

สองร่างที่ยังคงสั่นไหวบนโซฟาตัวเดิม ภายในห้องที่เงียบงันของผู้รักษาการรองประธานคนเก่ง เสียงร้องหวานหูที่ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนทำให้ยามที่เดินตรวจตึกทุกสองชั่วโมงอดเขินไม่ได้เสียที และกว่าร่างสูงจะพอใจ ก็ทำเอาร่างเล็กนั่นเปล่งเสียงจนแหบแห้ง เรี่ยวแรงที่มีก็หายไปหมด แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ลืมตาขึ้นมาใกล้รุ่งสางเสียแล้ว
















ช่วงเช้าของวันใหม่

ร่างบางเขย่าเรียกคนตัวสูงที่ยังคงนอนหลับไม่ตื่นบนเตียงแรงๆ แต่เหมือนแรงที่ใส่ลงไปจะน้อยไปนิด เมื่อมุมปากบนใบหน้าคมที่ยกยิ้มเล็กน้อยเหมือนกำลังพอใจกับการกระทำของอีกฝ่าย ? แต่ว่าคนอย่างคิมจงฮยอนก็เลยแกล้ง? โดยการคว้าหมอนที่อิงด้านบนมาฟาดใส่คนขี้เซ้าเต็มแรง

โอ๊ยพี่ฮยอน ผมเจ็บนะ

ร่างสูงเอ่ยเสียงอย่างขอความเห็นใจ แต่คคมองมันน่าหมั่นไส้มากกว่าเป็นไหนๆเลยว่าไหม อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากทำร้ายคนตัวสูงสักเท่าไหร่หรอกครับ แต่ผมก็อดหมั่นไส้ไม่ได้นี่นา

เจ็บก็ดี ลุกไปอาบน้ำได้แล้วครับ

คนตัวเล็กชี้นิ้วไปที่ห้องน้ำในทันที ก่อนจะอมยิ้มน้อยเมื่อคนตัวสูงเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว จะว่าไปเมื่อคืนไอ่เด็กสูงก็เล่นผมแรงชะมัด จนผมนึกว่าตัวเองเป็นตุ๊กตาไปแล้ว เล่นใส่เอาๆ ถ้าไมติดว่าผมกลับจากการฝึก?มาอีกรอบ คงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นมายืนสั่งเจ้าเด็กดื้อนั่นแบบนี้หรอก

กว่าเจ้าคนขี้เซ้าจะออกมา ผมก็จัดการเก็บของลงกระเป๋า และยังให้คนในบ้านขนของลงไปด้านล่างแล้วด้วย ผมเลยลากคนตัวสูงที่สระผมแล้วมือก็ยกผ้าขึ้นเช็ดผมด้วย เดินออกมาตาจะปิดเดินชนนู่นทีนี่ทีด้วยแล้วมันก็น่าสงสาร เลยเอาร่างนั้นมานั่งบนเตียง ก่อนจะจัดการเช็ดผมชื้นๆนั้นให้แห้งไปตามระเบียบ

พี่ฮยอนวันนี้ไม่ไปทำงานเหรอครับ

มินโฮถามร่างเล็กที่เช็ดผมเขาอย่างเบามือ  มือเล็กคู่นี้ที่เขาไม่เคยลืม หลังจากที่ห่างกันไปสักพักเพราะเรื่องงานทำให้เขารู้สึกคิดถึงมือคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก การกระทำที่แสนอ่อนโยน กับกลิ่นกายหอมอ่อนๆของร่างบางกำลังทำให้คนนั่งเคลิ้มไป แต่คนตัวเล็กก็เอ่ยอะไรบางอย่างออกมาเสียก่อน

ก็กำลังจะออกไป แต่จัดการนายก่อนดีกว่า

พี่จะทำอะไรผมอ่ะ

คนตัวสูงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ ที่ฟังยังไงจงฮยอนก็คิดว่าน้ำเสียงนั้นล้อเลียนเขาเสียมากกว่า

ก็แค่เช็ดผม

ร่างเล็กตอบยิ้มๆ อันที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ ในตอนนี้เท่านั้นแหล่ะ แต่ต่อจากนี้คงไม่แน่นอนหรอกมินโฮ จงฮยอนคิดก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย

ไม่มีอย่างอื่นเหรอ

มินโฮถามอย่างหงอยๆ

แล้วอยากให้มีอะไรล่ะ

คนตัวเล็กถามกลับ แต่ถ้าคนที่นั่งได้เห็นคนพูดเเล้วคงจะจับคนตัวเล็กฟัดหลายรอบๆไปแล้ว เล่นยิ้มจนแก้มบุ๋มลงไปแล้วทั้งสองข้างแบบนั้น

ก็อย่างเช่น วันนี้พี่หยุดงานนะ ไปเที่ยวด้วยกันไหมอะไรแบบนี้อ่ะครับ

ร่างสูงเอ่ยลอยๆ อยากให้เป็นอยางที่หวังเหมือนกัน แต่ว่าคงจะฝันสูงเกินไปหรือเปล่านะ เพราะช่วงนี้พี่ฮยอนยุ่งมากๆ ยุ่งจนเวลาที่มีให้ผมนั้นเริ่มลดลงและเกือบจะหมดไปเช่นกัน

ได้สิ

ร่างบางตอบอย่างอารมณ์ดี ก็วันนี้เขาจะพาเจ้าเด็กโย่งนี้ไปเที่ยวนี่นา อุตส่าห์เคลียร์งานเพื่องานนี้เฉพาะเลยนะ จะบอกว่าไม่ก็เหมือนจะใจร้ายกับคนตัวสูงนี้ไปสักหน่อย

จริงเหรอครับ

พี่ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม

ร่างสูงถามย้ำอย่างไม่เชื่อหู พร้อมหันหลังไปหาคนตอบอย่างดีใจ ดวงตาคมที่แฝงไปด้วยประกายของความสงสัยก็ยังคงคาอยู่ดี จนคนตัวเล็กต้องตอบอีกครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจเป็นของแถม

จะล้อทำไม ก็เก็บของเสร็จแล้ว เดี๊ยวกินข้าวเสร็จก็ออกไปเลย

พี่ฮยอนของผมน่ารักที่สุดเลย

คนตัวสูงเอ่ยยิ้มๆ ก็จะยกมือขึ้นกอดคนตรงหน้าอย่างดีใจ พี่ฮยอนของผมน่ารักจริงๆนะ ไปเที่ยวไปเที่ยว ไปเที่ยวกับพี่จงฮยอนคนน่ารักของผม

“^^”

ร่างเล็กอมยิ้ม ขณะโดยคนตัวสูงกอด เขาไม่ได้ขัดขืน ไม่ได้ว่าอะไร แต่ปล่อยให้คนตัวสูงกอดจนพอใจ แถมตัวเขาก็กอดตอบอีกต่างหาก เห็นคนคนนี้มีความสุขแล้วเขาก็ยิ้มไม่ได้นี่นา ยอมเหนื่อยตั้งหลายวันเพื่องานนี้ทั้งที คงจะมีรางวัลให้เขาใช่ไหม ???



















โอ้ทะเลแสนงาม ฟ้าสีครามสดใส  มองเห็นเรือใบ เอ้ย ไม่ใช่ล่ะ ผมไม่ได้ร้องเพราะอารมณ์ดีอะไรหรอกนะ ก็แค่มาเที่ยว มาเที่ยวกับพี่จงฮยอนสองคนเท่านั้นเอง จะมีอะไรน่าดีใจไปมากกว่านี้แล้วไหมล่ะครับ

ร่างบางพยายามปรือตามองภาพข้างทางที่คนตัวสูงชี้ให้ดู ทั้งๆที่มีหน้าที่ขับรถแท้ๆแต่ยังชวนผมดูนั่นดูนี่ไม่เลิก ทำไมไม่ไปสนใจทางข้างหน้ากันนะ ง่วงก็ง่วงอยากหลับแล้วให้ตายเหอะ แต่ไม่ทันขาดคำก็ชี้อีกล่ะ แก้มใสค่อยๆป่องขึ้นก่อนจะเอ่ยท้วงบอกอีกฝ่ายว่าง่วงนอนแล้วหลับไป

ลมที่พัดเข้าหน้าต่างทำเอาคนตัวเล็กปรือตาปิดลงไปด้วยความเหนื่อยล้า ทำเอาว่าที่คนขับรถพ่วงด้วยตำแหน่งคนขี้แกล้งตองส่ายหน้าไปมาเบาๆกับภาพคนนอน ว่าจะแกล้งอีกหน่อยดันหลับไปซะได้ แตแก้มใสๆเมื่อกี้มันน่าฟัดจริงๆนะ ถ้าไม่ติดว่าขับรถอยู่ล่ะก็นะ จะจับฟัดเอาจนแก้มป่องๆนั้นช้ำไปเลยแหล่ะ  แต่ไหนๆแล้วก็หยิกแก้มนุ่มๆนั้นแทนแล้วกัน

มินโฮคิดก่อนจะจับพวงมาลัยข้างเดียว ยื่นมืออีกข้างไปหยิกแก้มนุ่มนั้นเบาๆ ส่วนคนนอนก็ยกมือขึ้นมาปัดแก้มตัวเองอย่างรำคาญ แถมยังครางงัวเงียแล้วก็กลับไปหลับต่ออย่างสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม คนตัวสูงเมื่อได้กำไลเล็กๆน้อยๆแล้วก็หันมาสนใจภาพถนนด้านหน้าต่อ ปล่อยให้คนตัวเล็กหลับไปอย่างสบายอกสบายใจต่อไป

.ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง มินโฮขับรถเข้าไปจอดภายในบ้านพักตากอากาศริมทะเล คิดไม่ออกเหมือนกันว่าผ่านมากี่ปีแล้วที่เขาไม่ได้เข้ามาเหยียบบ้านหลังนี้ ตั้งแต่คุณม่เขาเสีย คุณพ่อก็ไม่เคยที่จะพาเขามาเหยียบที่อีกเลย เพราะที่นี่เป็นที่ที่พ่อกับคุณแม่ครั้งแรก

มือหนาเอื้อมไปเขย่าร่างเล็กๆนั้นให้ตื่น หลังจากที่เขาจอดรถแล้ว แต่เหมือนว่าจะขี้เซ้าไปหน่อย ไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองเขาเลยสักนิด  ปล่อยให้นอนไปก่อนแล้วกันนะ เดี๊ยวค่อยมาปลุกหลังจากที่เขาไปเตรียมของว่างเสร็จแล้วเรียบร้อยอ่ะนะ

"คุณ"

เสียงที่ดังขึ้นด้านหลัง ทำเอาคนตัวสูงต้องรีบหันไมองพร้อมยกนิ้วชี้ขึ้นเตะที่ริมฝีปากตัวเอง เป็นสัญญาณที่บอกให้คนที่เรียกเขาเมื่อครู่เบาเสียงลงหน่อย

"อ่า เบาๆครับ"

คนสูงวัยทำหน้างง แต่ก็ทำตามคนที่เด็กหนุ่มตรงหน้าบอก

"คุณมินโฮ"

ปลายเสียงคนสูงวัยแผ่วลงราวเสียงกระซิบ ทำเอาคนตัวสูงยกยิ้มอย่างพอใจกับการกระทำ ก่อนจะพิจารณาคนตรงหน้าที่เปลี่ยนแปลงไปจากหลายปีก่อนเพียงเล็กน้อย เรือนผมสีน้ำตาลที่มีเส้นผมสีขาวแซมเป็นแห่งๆให้เห็นบ่งบอกได้ดีว่าคนตรงหน้าเขาคงแก่ลงไปหลายปีเลยที่เดียว แต่เขาก็ยังคงจำใบหน้ายิ้มแย้มอันอบอุ่นนั้นได้อยู่ดี คุณป้ายงยอน(ชื่อนี้คิดเอง เพราะไม่รู้ว่าจะให้คุณป้าชื่ออะไร - -;)

"ว่าแต่คุณหนูมากับใครเหรอค่ะ"

คุณป้ายงยอนถามเบาๆ

"พี่จงฮยอนน่ะครับ แต่ผมคิดว่าป้าคงจะยังไม่รู้จักแน่เลย"

มินโฮตอบคนตรงหน้าก่อนจะหันไปมองคนตัวเล็กที่ยังคงนอนหลับอยู่ในรถ ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกตัวตื่นแล้ว แต่แกล้งทำเป็นหลับต่อเท่านั้นเอง ทำเป็นเนียนหลับฟังบทสนทนาต่อไป

"คุณจงฮยอน อืม ป้าว่าป้าน่าจะรู้จักนะค่ะ"

"หืม"

คนตัวสูงหันมามองคนอายุมากกว่าด้วยความสงสัย ว่าทำไมถึงบอกว่ารู้จัก

"ก็มีคนติดต่อมาที่บ้าน ว่าให้ทำความสะอาดไว้เมื่อครึ่งเดือนก่อน รู้สึกว่าจะชื่อจงอยอนนี่แหล่ะค่ะ"

"!!!!!"

"มาถึงกันเหนื่อยๆ ไปพักกันก่อนเถอะค่ะ"

"ครับ แต่ป้าอย่าเพิ่งปลุกเขานะครับ เดี๊ยวผมจะมาเรียกเขาเอง บอกคนอื่นๆในบ้านด้วยนะครับ"

คนตัวสูงรับคำ ก่อนจะเดินตามคนสูงวัยไปทิ้งให้คนตัวเล็กนอนอยู่ในรถเพียงคนเดียว



















ลมเย็นที่พัดต้องผิวกายละเอียด ทำเอาคนตัวเล็กต้องสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อความสดชื่นอีกครั้ง ร่างเล็กเดินเลียบไปตามชายฝั่งริมทะเลอีกด้าน หลังจากที่หลบออกมาพ้นสายตาคนสวนบ้านพักนั้น อยากอยู่เงียบๆรับลมหายใจริมทะเลสักพัก คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ แทนที่จะปลุกให้ตื่นหรือไม่ก็อุ้มขึ้นไปนอนบนห้องก็ยังดี แต่นี่กลับปล่อยให้นอนอยู่ที่เดิม

แล้วทำไมผมต้องมาคิดเล็กน้อย เรื่องน้อยใจเจ้าเด็กโย่งนั้นด้วย สนใจทะเลสวยๆตรงหน้าดีกว่า แต่แดดเปรี้ยงขนาดนี้คงต้องรีบหาเงาไม้นั่งสักหน่อยล่ะ เดินไปเรื่อยๆแบบนี้มีหวังเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาแน่ๆ อย่าไปหวังคนมาช่วยเลย เพราะแถวนี้มันเงียบแถมเปลี่ยวอีก ก็มันเป็นที่ของตระกูลนี้ ทำให้ไม่มีคนมาเพ่นพ่าน ถ้าหากจากบริเวณส่วนบุคคลไปอีกสามสี่กิโลที่เป็นโรงแรมนั่นก็ไม่แน่ล่ะนะ

ทำได้แค่มองภาพตรงหน้า คลื่นทะเลที่ซัดเป็นระลอกระลอกใส่ชายฝั่งซ้ำ รู้สึกว่าน้ำทะเลจะเริ่มขึ้นมาเรื่อยๆแล้วซิ ยิ่งมองปลายทางสุดขอบทะเลที่มองด้วยตาเปล่า ก็ทำให้รู้ว่าทะเลไม่ได้สิ้นสุดแค่ระดับสายตาที่มองเห็น ยิ่งฉากหลังเป็นแผ่นฟ้าสีสดใสด้วยแล้ว เดาว่าขอบทะเลอีกฝั่งมันคงต้องไกลมากแน่ๆ







เวลาที่เดินผ่านไปเกือบร่วมชั่วโมง ทำให้คนตัวสูงต้องรีบเดินลงมาที่รถของคนตัวเล็ก เพื่อดูว่าคนคนนั้นยังนอนอยู่ที่เดิมหรือเปล่า สองขายาวรีบสาวเท้าไปที่รถบีเอ็มคันโปรดของร่างนั้นอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าถ้าช้าอีกนิดเดียวอีกคนคงจะหายไปแน่ๆ

ความรีบร้อนที่เดินออกมาจากบ้าน ทำเอาคนที่กำลังรดน้ำต้นไม้ต้องเหลียวมองตามคุณหนูคนเล็กของตระกูลด้วยความสงสัย เตรียมอาหารว่างจนเพลิน ดันลืมคนที่นอนอยู่ในรถซะได้ ตอนนี้จะนอนอยู่เดิมหรือเปล่านะ กลัวแต่ว่าพอเดินไปถึง ภายในรถคนเก่งที่น่าจะมีร่างเล็กๆนอนอยู่นั้น กลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย

"หายไปไหน? "

ร่างสูงพึมพำก่อนจะหมุนกายไปถามคนที่อยู่ใกล้แถวนี้ เพื่อจะเห็นว่าคนคนนั้นไปซนอยู่ที่ไหนกันแน่ แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำเอาใจที่กำลังเย็นลงต้องร้อนขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อไม่มีใครเห็นแม้แต่คนเดียว พี่จงฮยอนหายไปไหน หรือจะงอนที่เขาทิ้งไว้ในรถจนหนีกลับไปแล้ว แต่ว่าไม่หรอก พี่จงฮยอนจะหนีผมไปเพราะเรื่องแค่นี้ เป้นไปไม่ได้หรอก ตอนนี้ต้องตั้งสติคิดว่าพี่เขาควรจะอยู่ที่ไหน แต่ตแนนี้คิดไม่ออก ใจผมมันร้อนเกินไป

"เจ้านาย โทรศัพท์ครับ"

คนสูงวัยรุ่นรุ่นลุงหันมาบอกคนตัวสูงที่ทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้าทำตามคำแนะนำแทบจะทันที เรื่องแค่นี้ก้คิดไม่ออก ชเวมินโฮคนสมองทึบ

เสียงปลายสายดังขึ้นอย่างใจเย็น ขณะที่คนได้ยินเสีงนั้นยิ่งร้อนใจกว่าเดิม เมื่อเสียงที่ได้ยินคือ เสียงที่บอกให้ฝากข้อความหลังเสียงสัญญาณ ที่คนตัวเล็กตั้งไว้

"โธ่เว้ย พี่หายไปไหนนะ"

เด็กสบถออกมาเสียงดัง ทำเอาคนงานแถวนั้นต้องสะดุ้งไปตามๆกัน มินโฮเดินเลี่ยงคนเหล่านั้นไปชายฝั่ง ถ้ามองจากบ้านลงมาก้ต้องเห็นอยู่แล้ว ยิ่งเดินเลียบชายฝั่งไปเรื่อยๆกลับไร้วี่แววร่างเล็กนั้นไปทุกที สายคมคมกวาดไปทั่วขณะที่ภาวนาขอให้เจอร่างนั้นเสียที

แต่เหมือนสิ่งที่คิดจะผิดพลาดไปหมด เมื่อสายตาที่สอดส่องหาร่างนั้นไม่เจออะไร แม้แต่เงาก็ตามที เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทราย หลับตนึกถึงภาพคนที่ตามหายิ้มให้เขาเพื่อกำลังใจในการหาต่อไป เวลาที่ใช้นานขึ้น พร้อมด้วยสีของท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนไป









ร่างบางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่เผลอหลับไปใต้ร่มไม้ในช่วงเกือบเที่ยงของวัน ลมมันเย็นบรรยากาศน่านอนนี่นา แต่ตอนนี้คงต้องรีบกลับก่อนที่มันจะมืดมากกว่านี้ ร่างบางคิด ก่อนจะลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินเศษใบไม้ที่ติดเสื้อผ้าให้หลุดออกไปจาก ก่อนจะเดินกลับไปที่ที่เดินจากมา

เสียงใสๆอัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ ขณะที่อีกด้านของตัวสูงกลับกลายเป็นเดินคอตกกลับมาเช่นเดิม ร่างบางเดินไปเรื่อยมองบรรยากาสยามเย็น ลูกกลมๆของดวงอาทิตย์สีส้มแดงค่อยๆหย่อนตัวลงน้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม ทำให้ร่างบางต้องเร่งฝีเท้าเดินกลับก่อนจะมืดมากกว่านี้

"พี่หายไปไหน"

"พี่ออกมาเถอะนะ"

"แกล้งผมแบบนี้ มันสนุกเลยนะครับ"

"เอ๊ะ"

"พี่แกล้งผมแแบนี้ ผมใจไม่ดีเลยรู้ไหม"

ผมว่า ผมได้ยินเสียงใครสักคนโวยวายหาใครกันนะ แล้วเสียงนี้ก็คุ้นหูผมด้วยซิ ร่างบางคิดในหัว พร้อมไปข้างหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงต้นตอของเสียง ใครบางคนที่นั่งชันเข่าก้มหัวลงติดแขน ร้องตะโกนหาใครบ้างคนที่บรรไดทางขึ้นบ้านพักตากอากาศ

"พี่จงฮยอน"

มือบางปล่อยลงวางที่ไหล่หนานั้นเบาๆ จนคนที่เหมือนกำลังจะสะอื้นเพราะร้องไห้ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองตามเรียวแขนเล็กนั่น จนถึงลำคอ ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยทำงงมองมาที่ร่างตัวเอง

"เป็นอะไร อ๊ะ"

ร่างบางที่กำลังจะเอ่ยถามคนตรงหน้า กลับโดนร่างคนตัวสูงที่ลุกอย่างกระทันดึงเข้าไปกอด มือหนากอดร่างนั้นเอาไว้แน่นจนร่างเล็กๆของจงฮยอนแทบจะกลืนร่างเป็นร่างเดียวกับคนกอดเสียแล้ว

ทั้งงง ทั้งตกใจ เพราะตอนแรกที่รีบเดินมาก็สงสัยว่าใครมาเสียงดังโวยวายแถวนี้ แต่ตอนนี้พอจะเข้าใจแล้วล่ะ ว่าใครคนนั้นก็คือคนที่เขาพามาด้วยกัน แถมยังก้มหน้าชันเข่าแบบนั้น ทำเอาเขขาตกใจจนต้องรีบวิ่งมาดูแล้วถามว่าเป็นอะไร แต่พอเงยหน้าขึ้นเท่านั้น เขาก็ได้แต่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย

ผมทำให้เด็กคนนี้ร้องไห้ ผมมันคนนิสัยไม่ดี ผมทำเรื่องแบบนี้กับคนที่ผมตกหลุมรักได้ยังไง ทั้งๆที่อุตส่าห์ตั้งใจ พามาเที่ยว เพื่อมีความสุขด้วยกันแท้ๆแต่ผมดันทำให้คนคนนี้ร้องไห้ ผมจะทำยังไงดี ผมจะทำยังไงให้เขาหยุดร้องไห้

"พี่หายไปไหนมา"

"............"

"พี่รู้ไหมว่าผมเป็นห่วง"

"............"

"ผมออกไปตามหาพี่ แต่ไม่เจออะไรเลย"

"............"

"ผมกลัวว่าพี่จะหนีไป แล้วทิ้งผมไว้"

"พี่ขอโทษ หยุดร้องไห้ได้ไหม"

"พี่สัญญากับผมก่อนนะ ว่าพี่จะไม่ไปไหนโดยไม่บอกผม"

"อื่อ สัญญา"

"พี่รักผมไหม"

"พี่รัก.......นายที่สุดเลย"

"พี่อย่าทำแบบนี้อีกนะ ผมเป็นห่วงพี่มากเลยรู้ไหม ผมรักพี่มากนะ"

คนตัวสูงผละอ้อมกอดออกมา ปล่อยให้คนตัวเล็กยื่นมือไปเกลื่ยน้ำตาออกให้อย่างเบามือ มินโฮมองหน้าคนที่เขารักมานานอีกครั้ง จนคนที่โดนมองยังอดเขินไม่ได้ จนต้องหลบสายตาไปมองทางอื่น ทำให้ไม่รู้ว่าคนตัวสูงนั้นกำลังจะทำอะไรตัวเอง สัมผัสอุ่นๆบนหน้าผากนั้น ทำเอาคนตัวเล็กต้องรีบปรับสายตาหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง น่คิดจะทำอะไรก็ทำไม่เห็นใจคนอย่างผมบ้างเลยให้ตายสิ ร่างบ่นตัวเองในใจ แต่ใบหน้ากลับยกยิ้มมุมปากขึ้นๆเหมือนความสุขเสียอย่างงั้น

















เราสองคนจูงมือกันเดินขึ้้นไปด้านบน แต่จะบอกว่าผมเดินจนถึงห้องตัวเองก็ไม่ถูกนักหรอกนะ ก็มินโฮเกินคึกอะไรขึ้นมาไม่รู้น่ะซิครับ เดินเข้าบ้านได้ก้าวเดียวก็อุ้มผมขึ้นระหว่างอกใน..........เอ่อ.......ในท่าเจ้าสาวนั้นแหล่ะครับ ทำเอาคนในบ้านหันมายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ผมตั้งหลายที 

พอถึงห้องก็ไม่มีอะไรครับ นอกจากวางผมลงเตียงพยายามทำเรื่องอย่างว่าไงครับ ผมชักสงสัยแล้วนะว่าในหัวมินโฮมันมีอะไรบ้างนอกจากแบบนี้อ่ะ 

"มินโฮไม่เอา"

ร่างเล็กบอกอีกฝ่าย ตอนนี้มินโฮคร่อมผม

"แต่ผมจะเอา"

"มันยังไม่มืดเลย"

"ถ้ามืดเอาได้ใช่ไหมครับ"

"////////////"

"หน้าแดงเชียว แสดงว่าได้ใช่ไหมครับ"

แล้วจะมาแววให้เขินเล่นทำไมเล่า ไอ่ตาบ้ามินโฮ ไอ่เด็กเอเลี่ยนนอกโลกเอ้ย ทำไมยิ้มแแบบนั้น หัวใจผมจะวายแล้ว ยิ้มแบบนี้เลห์นัยด้วยดิ ผมว่าคืนนี้ผมไม่รอดอีกตามเคยสินะ คบเด็กหื่นก็ต้องทำใจเนอะ T T













ผมชวนคนตัวสูงออกบ้านแต่เช้าทั้งๆที่ฟ้ายังไม่สว่างเลย ก็จะพาไอ่คนตัวสูงไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน แต่เขาค่อนข้างจะงอแง และผมก็คิดไว้แล้วด้วยเลยปลุกตั้งแต่ตีสี่ ไล่ไปอาบน้ำ แต่งตัว  หลังจากที่ผมทำทุกอย่างจนเรียบร้อย ผมก็พาคนตัวสูงไปนอนรอในรถ ก็เข้าใจว่าง่วงเลยปล่อยแบบนั้น จากนั้นจริงค่อยขับรถไปหน้าที่หน้าผา


หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมปลุกคนตัวสูงให้ลงมาจากรถ มันก็ยังจะงอแงท่าเดียว ผมเลยจุ๊ปที่ปากมินโฮเร็วๆไปทีนึง ทำเอาคนตัวโตกว่าตาสว่างเลยครับ แถมยังจะเล่นต่ออีก ฉุดผมเข้าไปในนั่งรถให้คร่อมตักเขา มือหนาข้างหนึ่งกุมพวงแก้มใสก่อนจะโน้มหน้ามาจูบที่ปากผม ก่อนที่ผมจะทุบอกแกร่งไปทีนึงบอกให้พอ แต่เหมือนว่าจะยังไม่เลิกครับ หลุดจากผมก็เคลื่อนใบหน้าต่ำลง เลื่อนไปคลอเคลียที่ซอกคอผมแทน

"มินโฮ มันจะสายแล้ว"

"พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นจะรีบไปไหนครับ"

มินโฮถามอย่างสงสัย เงยหน้ามองพี่ชายตัวเล็กเพื่อเอาคำตอบ

"ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน"

"ที่ปลุกผมแต่เช้า"

"อื่อเร็วๆ เดี๊ยวไม่ทันดูด้วยกัน"

"ครับๆ"

คนตัวสูงตอบก่อนจะลงจากรถ แล้วเดินตามคนตัวเล็กไปด้านหน้า มองเห็นขอบฟ้าสึบๆสีเดียวกับน้ำทะเล กับร่างเล็กๆเดินส่ายหัวดุ๊กดิกไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้น ก้ทำให้ใครบางคนที่เดินตาม อดยิ้มกับท่าทางแบบเด็กๆนั้นไม่ได้อยู่ดี พี่ชายเขาน่ารักจริงๆเชียว น่าจับมาฟัดอีกซักทีสองทีให้หายหมั่นเขี้ยว
มินโฮสาวเท้าเร็วขึ้นเพื่อตามร่างเล็กนั้นให้ทัน มือหนาเอื้อมไปจับมือนุ่มนิ่มนั้นไว้ แล้วเดินเคียงข้างกัน เหมือนจะเห็นแวบๆว่าตรงแก้มใสกลมๆนั้นมีริ้วสีระเรื่อพาดผ่านไปเสียด้วย พี่เขาเขิน ผมก็เขินเหมือนกันแหล่ะ ไม่อยากบอกว่าตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนจะทะลุออกมานอกอกแล้วให้ตายซิ 


ความอบอุ่นที่คนตัวสูงหยิบยื่นให้ทำเอาร่างเล็กดีใจไม่น้อยเชียวล่ะ ทำเอาแก้มกลมๆของเขารู้สึกร้อนๆขึ้นมาแปลกชอบกล แต่จับไว้แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอไง มันอุ่นดีออก แถมเขายังชอบมันมากๆด้วยนะ 

"พี่คิดยังไงถึงได้มาดูพระอาทิตย์ขึ้น"

มินโฮถาม ก็ใครจะไปคิดว่าตัวแค่นี้มีโมเม้นโรแมนติกเป็นกับเขาด้วย เห็นวันๆเอาแต่ทำงาน ทำงาน จนลืมผม แต่ว่าผมควรจะหยุดคิดเรื่องนี้ได้แล้วล่ะ เดี๊ยวจะฟุ้งซ่านเสียเปล่าๆ

"ก็อยากดู มีไรป่ะ"

ร่างบางตอบกลับ ยักคิ้วข้างนึงแถมให้อีกที เหมือนจะถามว่ามีปัญหาหรือไง ก็ตามแผนเขาตอนนี้ก็ต้องมาดูพระอาทิตย์นี่นา ก็เขาวางแพลนมาแบบนี้ แต่จะให้บอกว่าเตรียมการมาแล้วก็ยังอยู่ เดี๊ยวจะหาว่า อะไรก็วางแผนวางแผน พี่เนี่ยชอบใช้แต่สมองไม่ใช้ความรู้สึกบ้างเลยให้ตายซิ ผมเดาว่ามินโฮมันคงจะพูดประมาณนี้แหล่ะ .. กร่างเชียวนะตัวแค่นี้ มินโฮคิดก่อนจะยกมือขึ้นมายีผมนุ่มๆของอีกฝ่าย จนตอนนี้มันฟูเหมือนลูกหมาน้อยไปแล้ว 

เราสองคนเดินไปหยุดที่เกือบๆปลายหน้าผา คนตัวสูงนักลงก่อน แล้วฉุดร่างเล็กให้มานั่งตักตัวเอง มือหนาโอบร่างนั้นไว้ รอดูแสงที่กำลังพ้นขอบฟ้า จงฮยอนดิ้นไปมานิดหน่อยเพื่อขยับร่างกายให้นั่งสบายๆ ก่อนจะอิงร่างแกร่งเหมือนพิงพนักโซฟานุ่มๆที่บ้านยังไงยังงั้นแหล่ะ

แสงสีทองค่อยๆโผล่พ้นขอบฟ้า ก่อนที่จะตามมาด้วยดวงอาทิตย์ดวงโต ความอบอุ่นนจากแสงของดวงอาทิตย์สาดมายังสองร่างที่นั่งกอดกันกลมดิก จนอดคิดไม่ได้ว่าความอบอุ่นที่แบ่งปันกัน กับความอบอุ่นของดวงอาทิตย์อันไหนมันจะอุ่นกว่ากัน

.

.

.


เวลาที่เริ่มผ่านไป พร้อมกับดวงอาทิย์ที่เริ่มโผล่ขึ้นจากน้ำทะเลสีมืดในตอนแรกกลายเป็นสีฟ้าเข้ม รูปครึ่งวงกลมของพระอาทิตย์ที่เริ่มทำให้ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูง 

"ไปหาอะไรทานกันเหอะ"

"ไม่อยู่ดูต่อเหรอครับ"

"ไม่เอา หิวแล้ว"

ร่างบางตอบ พร้อมส่ายหน้าดิกๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่งส่วนตัว แล้วฉุดร่างนั้นให้ลุกตาม มินโฮเดินข้างๆคนตัวเล็กพร้อมโอบร่างนั้นไว้อย่างยิ้มๆ คนตัวเล็กก็ไม่ได้ว่าอะไร ทำให้คนตัวสูงได้ใจแอบหอมแก้มใสๆนั้นไปหนึ่งที 






3 ความคิดเห็น:

  1. สนุกมากๆๆอ่ะ มาต่อไวๆๆนะ อยากอ่านตอนไปเที่ยวกัน อิอิ :-P

    ตอบลบ
  2. มินโฮตามหาอยู่นะกลับมาได้แล้วววววว
    รอที่เหลือค่ะ ต่อไวๆๆๆๆนะ

    ตอบลบ
  3. มาต่อด้วยน้าาาาา รออยู่ๆ

    ตอบลบ