วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

{ SF SHINEE } [ MINHO&JONGHYUN ]









SF  ยังคงเหมือนเดิมหรือเปล่า ?





BY VACASKA









ประเทศอังกฤษ ณ กรุงลอนดอน

บนตึกสูงใหญ่ใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับใครๆหลายคน รวมทั้งคนมาเรียนต่อที่นี่อย่างชเวมินโฮ จากผลการสอบชิงทุนเรียนปริญญาตรีที่เมืองนอกด้วยฝีมือของเขา มันเป็นที่พอใจเเก่ครอบครัวเเละคนรักของเขาด้วยเช่นกัน

นอกจากจะเรียนเก่งเเล้ว ยังนิสัยดี รวมไปถึงลักษณะภายนอกยังเป็นที่ต้องตาต้องใจของสาวๆอีกหลายคน เเถมยังมีฐานะดี มีครอบครัวอบอุ่น มีคนรักที่รอวันเขากลับไปหา

"อื่อ มินโฮพอเเล้ว"

เสียงหวานของร่างอวบอิ่มดังประท้วงการกระทำคนที่ไม่รู้จักพอ ชายหนุ่มก้มลงปลุกเร้าอารมณ์ของสาวสวยที่มาค้างด้วยกันเมื่อคืนอีกครั้ง

"ผมยังต้องการคุณอยู่เลยนะจูลี่"

น้ำเสียงเเหบพร่าที่หลุดออกมาทำเอาคนฟังอดหน้าเเดงไม่ได้ ใบหน้าคมเลื่อนขึ้นมามอบความหวานให้เเก่หญิงสาวอีกครั้ง……เเละอีกครั้ง……








ประเทศเกาหลีใต้ ณ กรุงโซล

เเววตาที่เคยสดใสเริ่มเหม่อลอยอีกครั้ง ยามเมื่อเว้นว่างจากงานที่ทำ ร่างเล็กยกมือขึ้นมาเท้าคาง ก่อนจะมองไปนอกหน้าต่างที่เป็นวิวของเมืองหลวง เเสงไฟจากอาคารบ้านเรือนมันดูสวยสะดุดตา เเต่กับใครบางคนกลับดูว้าเหว่อย่างบอกไม่ถูก

เป็นเวลาเกือบปีเเล้วที่จงฮยอนได้เเต่นั่งเหม่อลอยเวลาอยู่คนเดียว เขาลืมอะไรบางอย่าง ลืมใครบางคนที่เขาเคยรักที่สุดจริงๆเหรอ คำถามนี้ที่คนตัวเล็กเอาเเต่ถามตัวเอง

"คิมจงฮยอน นายลืมใคร"

จบประโยคที่เอ่ยอย่างเลื่อนลอย ของร่างเล็กเสียงใครบางคนก็ดังขึ้นบอกอะไรบางอย่าง

"จงฮยอน พรุ่งนี้พ่อเเม่ของมินโฮเขาจะมาเยี่ยมลูกนะ รีบไปนอนได้เเล้วคนเก่ง"

เสียงของคนสูงวัยที่เป็นมารดาของร่างเล็กมองลูกชายด้วยความสงสาร เธอไม่รู้ว่าเพราะอะไรลูกชายเธอถึงจำคนรักของตัวเองไม่ได้ เเต่จำคนอื่นได้

"เเม่ครับ มินโฮคือใครเหรอครับ"

เสียงใสถามคนเป็นเเม่ พร้อมลุกจากเก้าอี้ข้างหน้าต่างห้อง มือเล็กยกมันกลับไปไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือตมาเดิม เเล้วเดินไปหามารดาที่นั่งอยู่บนเตียงนอนสีฟ้าของเขา

"ยังจำไม่ได้หรือไงคนเก่ง"

เสียงอบอุ่นของคนสูงวัยถามลูกชายตัวเล็กของเธอ ร่างเล็กกำลังคลานขึ้นไปนอนบนเตียงตามคำบอกของหล่อนอย่างเชื่อฟัง จงฮยอนเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายมาแต่ไหนแต่ไร แถมยังเป็นเด็กที่ดีมากๆอีกด้วย แล้วเพราะอะไร ลูกชายเธอถึงได้โชคร้ายแบบนี้

"จำไม่ได้ครับ"

จงฮยอนตอบเสียงอ่อน พร้อมส่ายหน้าเป็นการยืนยันคำตอบอีกที ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่เคยถึงออกเสียที เขาต้องทำยังไงถึงจะจะคนสำคัญที่เขาลืมได้เสียที หรือว่าบางทีสมองของผมอาจจะกำลังพยายามลืมเรื่องที่น่าเจ็บปวดของเขาอยู่ก็ได้ ในหนังสือก็บอกไว้ว่าการที่เราลืมอะไรไปสักอย่าง มันอาจเป็นเพราะว่าเราเจ็บปวดกับเรื่องนั้นจนไม่อยากจะจำมันอีกครั้งก็เป็นไปได้

"ไม่เป็นไรจ๊ะ งั้นนอนได้แล้วนะคนเก่ง ดึกเเล้ว"

หญิงสาวบอกลูกชาย พร้อมดึงผ้าห่มให้ มือบางลูบหัวเล็กนั้นอีกครั้งพร้อมก้มลงมอบจูบหน้าผากเล็กนั้นอีกที ก่อนจะลุกขึ้นยืน เเต่มือของคนที่นอนกลับดึงเเขนไว้ไม่ให้เดินออกไป พร้อมถามคำถามเดิมก่อนนอนทุกครั้ง

"เเม่ครับ ผมจะจำคนชื่อมินโฮได้ไหมครับ"

คำถามเดิมที่เธอก็ตอบลูกชายไม่ได้ จึงได้เเค่บอกตอบกลับไปว่า

"นอนนะคนเก่ง ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้ ลูกอาจจะจำมินโฮได้นะลูก"
















รุ่งเช้า ร่างบางลุกขึ้นเก็บที่นอน เข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายรวมไปถึงการล้างหน้าเเปรงฟัน ขาเรียวเดินออกจากห้องน้ำหลังเสร็จกิจวัตรในครึ่งชั่วโมง ก็หันมาเปิดตู้เสื้อผ้า สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีซีด จากนั้นจึงเดินไปที่หน้ากระจกเพื่อหวีผม เเละทาครีม ฉีดน้ำหอมกลิ่นอ่อนตามที่ตัวเองชอบ เเล้วจึงพาร่างกายตัวเองไปที่หน้าต่างเช่นเดิม

จงฮยอนไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ชอบมายืนหรือนั่งมองวิวที่หน้าต่างนี้บ่อยๆ เเค่จู่ๆใจก็สั่งให้ทำเเบบนี้ นั่งรออะไรบางอย่างที่ตัวเองก็ยังคิดไม่ออกเช่นกัน เสียงฝีเท้าที่เดินมาหน้าห้อง ทำเอาคนตัวเล็กต้องเงี่ยหูฟังว่าใครเดินผ่านมา

"จงฮยอน คุณน้าเขามาเเล้วนะลูก ถ้าเเต่งตัวเสร็จเเล้วก็ลงมาข้างล่างนะลูก"

เสียงคุณเเม่ของจงฮยอนบอกลูกชายหน้าห้องนอน ก่อนที่ฝีเท้าจะเงียบหายลงไปด้านล่าง

เรียวขาบางก้าวเดินจากหน้าต่างไปที่ประตู ระหว่างเดินก็มองดูกระดานภาพที่ติดรูปภาพของตัวเองกับคนชื่อมินโฮที่ผนังห้องตัวเองเต็มไปหมด ทั้งไปเที่ยวสวนสวนสนุก ไปเที่ยวทะเลที่ปูซาน ไปเกาะนามิ เเต่ทำไมจงฮยอนถึงได้คิดอะไรกับคนคนนี้ไม่ออกเลยสักนิด

ร่างบางละสายตาจากภาพเเล้วเปิดประตูห้องออกไป ก้าวเดินไปชั้นล่างที่ห้องรับเเขก ใบหน้าของบุคคลที่เเสนคุ้นเคย ทำเอาร่างบางยกยิ้มตอบบุคคลในห้องอย่างดีใจ

"จงฮยอน"

เสียงของคนที่เป็นเเม่ของมินโฮเรียกร่างบาง พร้อมกวักมือเรียกให้ไปนั่งตรงกลางโซฟา ที่คุณเเม่เเละคุณพ่อของคนที่ชื่อมินโฮนั่งอยู่

มือหนาของคุณพ่อมินโฮยกขึ้นลูบผมสีน้ำตาลบลอนด์ของร่างบางอย่างเอ็นดู เวลาว่างๆเเบบนี้ครอบครัวของทั้งสองมักจะเเวะมาเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆ เเละเมื่อลูกชายของบ้านชเวเเละบ้านคิมใจตรงกันด้วยเเล้ว ทำให้ความสัมพันธ์ของบ้านทั้งสองอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

"ได้คุยกับมินโฮหรือยังจ๊ะจงฮยอน"

เสียงคุณเเม่ของมินโฮถามร่างข้างกายตนด้วยความสนิททสนม มือบางโอบร่างนุ่มนิ่มจงฮยอนไว้เต็มเเขนด้วยความรักเเละเอ็นดู

"…เอ่อ...ยังเลยครับคุณน้า"

"เรียกคุณเเม่สิค่ะลูกจงฮยอน"

"คุณเเม่"

เสียงใสเรียกตามคำขอของคนสูงวัย เป็นคำขอที่ต้องเอ่ยทุกครั้งที่มาหาจงฮยอนทุกที คงเป็นเพราะเจ้าตัวเล็กยังไม่ชินเลยไม่กล้าเรียกล่ะมั้งหญิงสาวคิด ก่อนมองร่างเล็กด้วยความเอ็นดู

"หมู่นี้มินโฮก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกลับมาหาที่บ้านเหมือนกัน ไว้ปิดเทอมครั้งนี้ไปเยี่ยมมินโฮกันไหมลูก"

คราวนี้คุณพ่อของมินโฮเอ่ยขึ้นบ้าง

"เเต่ว่าผมยังจำเขาไม่ได้เลยนะครับ"

ร่างบางบอกคนที่นั่งข้างกายเสียงอ่อน พยายามคิดเเล้วเเต่ไม่รู้ทำไมถึงคิดไม่ออก ถึงในห้องจะมีเเต่ภาพของมินโฮ รวมถึงเหตุการณ์เรื่องราวต่างที่ผมเขียนในไดอารี่ ผมอ่านเเล้วตั้งต้นจนถึงวันสุดท้ายที่เขียนคือปีก่อน วันที่ผมเกิดอุบัติเหตุ

"ไม่เป็นไรนะจงฮยอน ถ้าลูกได้เห็นหน้ามินโฮ ลูกอาจจำอะไรได้บ้างก็ได้"

เสียงคุณพ่อมินโฮเอ่ยให้กำลังคนตัวเล็ก ทำให้จงฮยอนกล้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้อย่างสดใส ต่อจากนั้นก็พูดคุยกันเรื่องอื่นทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับร่างบาง เจ้าตัวเลยขอออกไปหาเพื่อนที่มาหา เเละก็ได้คำอนุญาติว่าตกลง





ภายในสวนหลังบ้าน มีศาลาหลังเล็กสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ เเถมต้นไม้ยังร่มรื่น ไม้ดอกก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลอวดโฉมสีกลีบดอกหลากสี มีบ่อปลาที่ขุดรอบศาลาดูเข้ากับบรรยากาศต้นไม้อีกด้วย

ร่างบางนอนกายหนุนตักร่างนุ่มนิ่มของเพื่อนสนิท ส่วนอีกสองคนก็นั่งกอดหมอนกันคนละใบ พูดคุยกันเรื่องเรียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง

"จงฮยอนเรื่องมินโฮ"

คีย์ถามอย่างเป็นห่วงเพื่อน เขารู้ว่าจงฮยอนพยายามนึกเเล้ว เเต่ยิ่งนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก พวกเขาเคยพาจงฮยอนไปที่ๆมินโฮพาจงฮยอนไปกันสองคน ตามที่จงฮยอนเขียนในไดอารี่ เเต่เจ้าตัวก็ยังนึกไม่ออกเช่นเดิม

"จำไม่ได้"

ร่างบางตอบ เหมือนไม่เดือดร้อนเลยสักนิดว่าจะจำได้หรือเปล่า

"ไม่สะกิดใจอะไรสักอย่างเลยเหรอ"

คราวนี้เเทมินถามบ้าง คนที่รักกันมากขนาดนั้นจะลืมกันได้ลงคอเลยเหรอไง คนถามคิด เเต่คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าไปมาของจงฮยอนเท่านั้น

"นายลืมคนที่นายรักที่สุดได้ไงนะจงฮยอน"

อนยูเอ่ยเบาๆทำเอาจงฮยอนหน้าเศร้าเเทบจะทันที เเปลกไหมทั้งๆที่ทุกคนบอกว่ามินโฮคืมคนที่จงฮยอนรักมากที่สุด เเละจงฮยอนก็คือคนที่มินโฮรักมากที่สุด เเต่ทำไมจงฮยอนกลับจำมินโฮไม่ได้เพียงคนเดียวทั้งๆจำคนอื่นได้หมด เเละทำไมคนที่ชื่อมินโฮถึงไม่เคยติดต่อจงฮยอนกลับมาเลยสักครั้งเดียว





"อนยู นายอย่าเล่นเเบบนี้สิ"

ร่างบางบอกอีกฝ่ายที่พยายามวักน้ำใส่เขาที่เอาเเต่นั่งเเช่ขาในสระน้ำ เเต่ไม่ยอมลงมาเล่นน้ำกับพวกเขาสามคน

"นายก็ลงมาเล่นกับพวกเราดิ๊"

"ไม่เอา ไม่อยากเปียก"

ร่างบางตอบอนยูพร้อมส่ายหน้าให้ เเต่ก็เท่านั้นเมื่ออนยูเริ่มว่ายน้ำเข้ามาใกล้จงฮยอนมากขึ้น ร่างบางลุกขึ้นจากสระเพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเเต่ก็ยังช้าไป เมื่อหันหลังกลับไปก็เจออนยูยืนอยู่ตรงหน้าร่างบางเสียเเล้ว

วงเเขนเเข็งเเรงอุ้มร่างบางขึ้นระหว่างอก ในขณะเดียวกันที่คนในอ้อมเเขนดิ้นดุกดิกไปมา คนในสระน้ำก็เอาเเต่หัวเราะไม่ยอมหยุด ทำเอาร่างโปร่งเเทบทรงตัวไม่อยู่ ลื่นล้มเสียหลักหงายหลังทันที เเต่ถึงอย่างนั้นก็ประครองร่างบางไว้เเนบกายไม่ให้ล้มลงพื้นสระเเข็งๆไว้ได้

จงฮยอนหลับตาปี๋ทันทีที่อีกฝ่ายล้มลงเพราะกลัวเจ็บ เเต่ก็สัมผัสได้เพียงอกเเข็งเเรงของใครบางคนที่ตัวเองหนุนอยู่เท่านั้น

คนในสระน้ำรีบขึ้นมาดูคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวคนทั้งสองเป็นอะไรไปเสียก่อน

"เป็นไงบ้างอนยู"

คีย์ถามคนที่รับเเรงกระเเทกเเทนจงฮยอน

"อ่อ ไม่เป็นไร"

ร่างโปร่งตอบพร้อมค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างมึนๆ เพราะรู้สึกว่าหัวจะกระเเทกพื้นด้วย เเต่ดีที่เลือดไม่ออก เเขนขาไม่หักเสียก่อนนะเนี่ย

"ฮยอนขอโทษนะ"

ร่างบางเอ่ยอย่างรู้สึกผิด ถ้าเขาไม่ดิ้นเเบบนั้น อนยูคงไม่ล้มเเบบนี้ เเถมเจ้าตัวอวบยังโอบร่างเขาไว้เเน่นไม่ให้รับเเรงกระเเทกอีก

"ไม่เป็นไร ผมเเกล้งนายก่อนนี่น่า อ่า ฮยอนอย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เเบบนั้นสิครับ"

อนยูรีบตอบคนตรงหน้า ที่มีเเทมินนั่งข้างกายไม่ห่าง เเต่เจ้าคนโดนเเกล้งกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ซะงั้น ผมลืมไปเเล้วสินะว่าจงฮยอนมันร้องไห้ง่าย เเต่มันหยุดร้องไห้ยากมากๆๆ

"จงฮยอนไม่ร้องนะ อนยูไม่ได้เป็นอะไรเสียหน่อย"

เเทมินพูดปลอบอีกคน ร่างบางที่กำลังน้ำตาคลอ ก็ยกมือขึ้นมาปาดหยดน้ำตาออกพร้อมยิ้มให้ทั้งสามคนเเทน ทำเอาอนยูเอามือยีผมนุ่มนั้นอีกครั้ง ตามมาด้วยมือคีย์เเละมือเเทมินตามลำดับ








การเล่นสนุกไปวันๆก็ทำให้เขาลืมเรื่องบางอย่างไปอย่างง่ายดาย จนกระทั่งตอนที่เขานั่งหน้าจอโน๊ตบุ๊คเพื่อจะเล่นเกมส์ที่อนยูเเนะนำมาว่าสนุกมาก ก็มีใครบางคนวิดีคอลมาหาเขา

ใบหน้าที่เห็นอยู่ทุกวันผ่านรูป ชื่อที่ทุกคนถามอยู่บ่อยๆว่าจำได้ไหม กำลังปรากฎผ่านหน้าจอโน๊ตบุ๊คในวันที่จงฮยอนนึกอยากเล่นเกมส์พอดิบพอดี

"คิดถึงผมไหมครับฮยอน"

เสียงปลายสายที่ถามผ่านโปรเเกรม ทำเอาร่างเล็กไม่กล้าตอบอะไร เพราะกำลังพิจารณาบุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของตัวเอง บุคคลที่มีนามว่าชเวมินโฮ เเละสรรพนามที่ได้ยินก็ไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไหร่

"จงฮยอนอาลืมผมไปเเล้วเหรอครับ"

มินโฮยังคงถามร่างบางด้วยหน้าตายิ้มเเย้ม เเต่ร่างบางกลับเเสดงเพียงสีหน้างง เเถมยังเอียงคอไปมามองภาพมินโฮอย่างสงสัย

กายเล็กลุกขึ้นไปหยิบหมอนบนเตียงมากอด เเละยกขาขึ้นมาชันเข่า ก่อนจะกอดเข่ามองคนที่อยู่อีกฟากของโลกผ่านโปรเเกรมต่อไป

"งอนผมเหรอ"

"มินโฮ???"

ร่างบางเอ่ยชื่ออีกฝ่าย พร้อมมองอย่างสงสัย เเต่อีกฝ่ายกำลังงงว่าทำไมคนรักของเขากลับมองเขาด้วยเเววตาของคนที่ไม่เคยรู้จักกัน เเถมชื่อที่ใช้เรียกยังเหมือนกับช่วงที่เราสองคนรู้จักกันใหม่ๆอีกด้วย

"เป็นอะไรครับฮยอน ไม่ได้คุยกับโฮนานจนลืมกันเลยเหรอ"

"อื่อ"

คำถามที่อีกฝ่ายถามอย่างขำๆโดยไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบ กลับโดนร่างบางตอบกลับมาอย่างหน้าตาเฉย เเถมคำตอบที่ได้ก็บ่งบอกได้ดีว่าทำไมจงฮยอนถึงได้มองมินโฮเป็นคนเเปลกหน้า เเต่คงไม่จริงหรอก

"จะหลอกโฮเหรอ ว่าฮยอนจำโฮไม่ได้ มุกนี้เก่าไปนะครับที่รัก"

มินโฮบอกอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อในคำตอบ เเต่ถ้าเป็นปกติเเค่จงฮยอนได้ยินคำว่าที่รักก็จะเขินจนเเก้มเเดงไปเเล้ว เเต่ทำไมตอนนี้กลับทำหน้าตาเฉยชา เหมือนไม่เคยรู้จักกันจริงๆ

"ที่รัก???"

คนตัวเล็กทวนคำพูดอย่างสงสัยปนงง ทำเอามินโฮมองจงฮยอนอย่างไม่เชื่อว่าจงฮยอนจำตัวเองไม่ได้ เหมือนว่าจงฮยอนไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อน

"ไม่ขำนะครับฮยอน"

มินโฮเอ่ยพร้อมเเค่นเสียงหัวเราะออกมาฝืดๆ ไม่ได้คุยกันเเค่เกือบปี จงฮยอนจะลืมเขาเชียวเหรอ ไม่น่าเป็นไปได้ ภาพที่ติดหลังห้องนั้นที่เขาถ่ายกับจงฮยอนยังมีอยู่เลย เเล้วทำไมจงฮยอนถึงได้

"ผมจำนายไม่ได้"

ร่างบางเอ่ยบอกคนที่อยู่อีกฝั่งด้วยใบหน้าเรียบเฉยเช่นเคย

"………"

"จำเรื่องเกี่ยวกับเราไม่ได้เลยสักเรื่อง"

"………"

"ผมจำทุกคนได้ ยกเว้นคนที่ทุกคนบอกว่าผมรักมากที่สุด"

'___'

มินโฮได้เเต่เงียบฟังอีกฝ่ายพูด ผมจำทุกคนได้ ยกเว้นคนที่ทุกคนบอกว่าผมรักมากที่สุด ประโยคเดียวที่จงฮยอนพูดมันยังคงดังก้องซ้ำในหัวของมินโฮ

"ดึกเเล้ว ผมขอตัวไปนอนก่อนนะ"

"……ฝันดี"

มินโฮตอบร่างบางเป็นประโยคสุดท้าย ก่อนที่จงฮยอนจะปิดโน๊ตบุ๊คลงพร้อมกับมินโฮ ร่างสูงมองภาพคนรักตัวเล็กในกรอบที่เขาตั้งไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ

นายลืมผมไปเเล้วเหรอจงฮยอน คงเป็นเพราะผมสนุกจนลืมนาย สุดท้ายนายก็ลืมผมตอบสินะ ผมเป็นคนบอกว่าจะรักนาย เเต่คนที่ผิดสัญญาคือผมที่บอกรักคนอื่น เเละผลตอบเเทนคือนายลืมความรักของเราสินะจงฮยอน มินโฮคิดในใจ

เเต่ก็เท่านั้นเมื่อโทรศัพท์เครื่องสวยโชว์เบอร์ใครบางคนที่หน้าจอ มินโฮละสายตาจากภาพคนรักไปมองภาพสาวสวยอีกคนในรูปถ่ายข้างๆกรอบรูปจงฮยอน มือหนากดรับโทรศัพท์ปลายสาย เเละค่อยๆลืมเรื่องที่คุยกับคนในกรอบรูปไปจนหมด








ร่างบางเลคเชอร์ข้อความที่อาจารย์บรรยายคร่าวๆไว้ในสมุดเล่มเล็ก ในขณะคนข้างๆก็เอาเเต่เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ไม่ได้สนใจอาจารย์หน้าห้องเลยสักนิด ส่วนอีกสองคนก็ตั้งหน้าตั้งฟังอาจารย์บรรยายเหมือนเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ

สุดท้ายคลาสนั่นก็จบลงในอีกสองชั่วโมงต่อมา อนยูลุกขึ้นบิดขี้เกียจไปมา เพราะเอาเเต่ก้มหน้าลงเล่นเกมส์ เเต่หูเขาก็ฟังอาจารย์ ถึงจะไม่ได้เลคเชอร์ก็เถอะ

"อนยู เกมส์น่ะวางมันลงก่อนก็ได้นะ ฮยอนกับคีย์เเละเเทมินหิวเเล้ว"

ร่างบางบ่นกับร่างอวบที่เอาเเต่สนใจเกมส์โทรศัพท์ ที่ถึงเเม้ว่าอาหารจะมาวางตรงหน้าเเล้วก็ตาม เจ้าตัวก็ยังคงก้มหน้าเล่นไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด โลกส่วนตัวสูงจริง - -;

"โอเค โอเค"

ร่างอวบเงยหน้าขึ้นตอบ หลังจากหยุดเกมส์ไว้ชั่วคราวเเล้วเริ่มยกช้อนส้อมขึ้นมาทานอาหารตรงหน้า ตามด้วยคนทั้งสามที่รอคนติดเกมส์

ระหว่างทานอาหาร ก็พูดคุยกันตามประสาคนชอบพูด เรื่องที่ไม่เคยเว้นจากการสนทนาก็คือเรื่องมินโฮเหมือนเดิม

"จำได้หรือยัง"

คีย์ถามจงฮยอนก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม

"ยัง เเต่เมื่อคืนได้คุยกันนิดหน่อย"

"มินโฮวิดีโฮคอลมาหาเเล้วเหรอ"

เเทมินถามอย่างไม่เชื่อ เพราะล่าสุดที่มินโฮวิดีคอลมาหาจงฮยอนคือ สามเดือนก่อนจงฮยอนเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน ซึ่งผมคิดว่านานมากจนคิดว่ามินโฮลืมเพื่อนผมไปเเล้ว

"เเล้วเป็นไงบ้าง เริ่มนึกอะไรออกหรือยัง"

อนยูถามเพื่อนตัวเล็ก ก่อนจะยื่นส้อมไปจิ้มกุ้งในจานสปาเกตตี้ของจงฮยอนขึ้นมาทาน ซึ่งคนตัวเล็กก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงว่าอนยูมันก็ทำเเบบเดิมอยู่ดี - -;

"ยัง ตอนที่คุยกันผมบอกเขาด้วยนะว่า ผมจำเขาไม่ได้ ตอนเเรกเขาก็ไม่เชื่อนึกว่าผมอำเล่น เเต่ผมก็พูดไปเรื่อยๆว่าจำเขาไม่ได้ ก็เหมือนว่าเขาจะเชื่อนิดหน่อยนะ ก่อน ขอรับโทรศัพท์เเปปนะ"

ร่างบางยังไม่เล่าจบ โทรศัพท์เครื่องขาวก็สั่นขึ้นเสียก่อน ทั้งสามคนเลยยกช้อนสามขึ้นทานอาหารในจานที่ยังเหลือตั้งครึ่งจานกันต่อ ปล่อยให้คนเล่าคุยโทรศัพท์ไป

"Yes"

สิ้นสุดการสนทนาที่จงฮยอนพูดไปเเค่คำเดียว เเต่ปลายสายคงจะพูดยาวเป็นห่างว่าวเลยที่เดียว เพราะหลังจากตอบ จงฮยอนก็ก้มหน้าทานอาหารไปฟังคนปลายสายพูดไป - -; จนกระทั่งของหวานมาเสิร์ฟที่โต๊ะ คนปลายสายจึงวางไป

"ตัวเล็ก"

อนยูเรียกอีกฝ่าย เพราะหลังจากวางโทรศัพท์ไปเเล้วเหมือนจะอึ้งอะไรสักอย่าง มือหนาจึงยกขึ้นไปยีผมเพื่อนสนิทเหมือนที่เคยทำเวลาเพื่อนเขาไม่เคยสบายใจเรื่องอะไรบางอย่าง

"มินโฮมีสาวใหม่เเล้ว"

จู่ๆคนตัวเล็กก็เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทำเอาคนที่นั่งด้วยงงเป็นไก่ตาเเตก

"ใครโทรมาเหรอเมื่อกี๊ ???"

เเทมินถามอย่างสงสัย หลังจากได้สติกับประโยคที่คนตัวเล็กเอ่ยออกมา

"เขาบอกว่าเป็นที่หนึ่งสำหรับมินโฮน่ะ เเล้วก็เล่าเรื่องราวความรักระหว่างคนที่ชื่อมินโฮกับตัวเองให้ผมฟัง เพิ่งจบก็ตอนที่เขาบอกว่า ชื่ออะไรนั่นเเหล่ะ"

จงฮยอนบอกเพื่อนที่ตั้งหน้าตั้งตาฟัง

"คงไม่จริงหรอกมั้ง มินโฮออกจะเป็นคนที่รักเดียวใจเดียวนี่นา"

คีย์บอกนิสัยอีกคนบ้าง เพราะตั้งเเต่คบกับจงฮยอน มินโฮไม่เคยนอกใจจงฮยอนสักครั้งเลยนี่นา

"เเต่อะไรอะไรก็อาจไม่เหมือนเดิมก็ได้นะ"

เเทมินออกความเห็นบ้าง เเต่ก็ได้รับสายตาคาดโทษจากอนยูเเละคีย์ที่กำลังเอ่ยปลอบเพื่อน เจ้าตัวคนพูดเลยได้แต่ยิ้มเหยๆแล้วก้มหน้าลงทานขนมหวานบนโต๊ะ

"วันนี้ ผมไปค้างด้วยนะ"

อนยูบอกอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง เพราะในแต่ละสัปดาห์ พวกเขาสามคนมักจะวนเวียนไปขอค้างที่บ้านจงฮยอนคนละคืน เพื่ออยู่เป็นเพื่อน ไม่ให้อีกฝ่ายคิดมากเรื่องมินโฮ









อีกฟากหนึ่งของโลก มินโฮกำลังทำกิจกรรมบนเตียงกับรุ่นพี่คนสวย หลังจากไปเที่ยวด้วยกันหลังเลิกเรียน ก็พามาต่อที่ห้องพักของหล่อน

เสียงครางกระเส่าที่ใครได้ยินก็ปฏิเสธไม่ลง บวกกับใบหน้าคมที่ยิ่งมองก็ยิ่งน่าหลงใหล มินโฮกำลังรู้สึกอยากทำอีกเเล้ว ในเเต่ละวันเขามักจะมีสาวๆสวยมาเสนอตัวให้ไม่ซ้ำหน้า การกระทำเรื่องอย่างว่าพวกหล่อนก็เต็มใจที่จะให้เขาทำอีก ข้อเเม้คือไม่มีข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น

ตอนนี้ชเวมินโฮได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเสือผู้หญิงไปเเล้ว มันอาจจะจริงที่เวลามักจะเปลี่ยนเเปลงคน เมื่อก่อนมินโฮอาจจะรู้สึกคิดถึงร่างเล็กเป็นอย่างมาก เเต่ตอนนี้ความรักนั้นก็โดนเติมเต็มด้วยกิจกรรมเพียงชั่วข้ามคืน จนกระทั่งตอนนี้ชายหนุ่มก็ไม่ได้คิดถึงคนรักน้อยลง เเต่เพียงเเค่อยากปลดปล่อยอารมณ์ที่ไม่สามารถส่งไปถึงคนรักได้ก็เท่านั้นเอง

หลังจากช่วยหญิงสาวจนถึงปลายทาง เเละร่างนั้นก็หมดเเรงที่จะทำรอบต่อไป หญิงสาวก็ปิดเปลือกตาเพื่อพักผ่อน คนตัวสูงก็ลุกจากเตียงเพื่อไปเข้าห้องน้ำ

ก่อนที่จะเดินออกมาด้านนอกด้วยชุดคลุมอาบน้ำที่หญิงสาวเตรียมไว้ให้ สองขาเรียวก็ก้าวเดินไปที่ระเบียงของห้อง ยืนรับลมอ่อนๆยามค่ำคืนของกรุงลอนดอนเฉกเช่นทุกคืน

"นาย จะทำเเบบนี้เหมือนที่ผมทำไหมนะจงฮยอน"

เสียงทุ้มเอ่ยเเผ่วเบา ฝากคำถามไปกับสายลม เขาเป็นคนที่ผิดสัญญาทางกาย เเต่ในใจเขาก็ยังมีคนคนนั้นเพียงคนเดียว ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาก็ยังคงรักคนคนนั้นเหมือนเดิม









ในห้องจงฮยอน ตอนนี้อนยูกำลังอาบน้ำในห้องน้ำของเขาอยู่ ส่วนเขาก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเช่นเดิม สิ่งสุดท้ายที่นึกออกเกี่ยวกับมินโฮคือเขาชอบมานั่งที่หน้าต่าง รอใครบางคนกลับมาหาครั้งเเล้วครั้งเล่า ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงรู้สึกอยากจะหยิบเจ้าโทรศัพท์เครื่องเขาออกมาเปิดดูข้อความเก่าๆ ข้อความที่ชเวมินโฮเคยส่งมาหาเขาเมื่อหลายปีก่อน

หลังจากความทรงจำกลับคืนมาเกือบทั้งหมด ผมก็ชอบเปิดโทรศัพท์ดูรูปตัวเองกับคนที่ชื่อมินโฮ ข้อความที่คนคนนั้นส่งมาหา วิดีโอที่เคยถ่ายด้วยกัน ในวิดีโอนั้นมีโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่าความลับ ตอนเเรกก็ไม่คิดที่จะเปิดดู เพราะลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง

มีประโยคนึงที่บอกว่าคนจำเสื่อม มักจะจำสิ่งที่ตัวเองเจ็บปวดที่สุดไม่ได้ ผมกลัวว่าตัวเองจะเข้าข่ายในประโยคนี้อยู่เหมือนกัน เเต่วันนี้ยังไงก็อยากลองเปิดดู

ภาพเคลื่อนไหวที่ถูกถ่ายด้วยกล้องตัวเล็กที่คาดว่าเเอบถ่าย กำลังปรากฏภาพของคนที่ชื่อว่าชเวมินโฮกำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่างบนเตียงกับหญิงสาวคนหนึ่ง วิดีโอต่อไปก็ยังคงเหมือนเดิม ภาพของมินโฮที่ทำเรื่องอย่างว่าหญิงสาวไม่ซ้ำหน้ากันในเเต่ละคลิปทำเอาหยดน้ำตาใสๆคลอเต็มตา โดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร

อนยูที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำในชุดนอน มองหาเพื่อนตัวเล็กว่าอยู่ตรงไหนของห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังเเว่วๆ สายตาจึงมองไปที่หน้าต่าง เห็นเพื่อนตัวเล็กของเขากำลังนั่งดูอะไรสักอย่างในมือถือตัวเอง

ร่างโปร่งรีบก้าวไปหาอย่างไม่รอช้า เพียงเเค่เดินไปดูใกล้ๆก็เห็นสิ่งที่ทำให้ไม่อยากเชื่อสายตา มินโฮกำลังมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น ที่ไม่ใช่เพื่อนตัวเล็กของเขา วงเเขนเเข็งเเรงสวมกอดร่างบางนั้นอย่างสงสาร ทำไมมินโฮถึงทำเเบบนี้กับจงฮยอนได้ลงคอ

"เขาจริงๆเหรออนยู"

จงฮยอนเอ่ยเสียงสั่น เพราะตอนนี้กำลังร้องไห้ เขาไม่ได้เจ็บที่เห็นคนในภาพมีอะไรกับคนอื่น เเต่จู่ๆน้ำตามันก็ไหลลงมาเอง พาลทำเสียงเขาสั่นตามไปด้วยอีก

อนยูที่อยากจะปฏิเสธกลับได้ยินเสียงหญิงสาวในภาพเคลื่อนไหว เอ่ยชื่อคนทำอย่างเสียวซ่าน ทำเอาอนยูปฏิเสธไม่ออก ว่าคนในภาพไม่ใช่มินโฮจริงๆ คำยืนยันจากเสียงในคลิปเป็นหลักฐานชั้นดี ทำให้คนที่จะช่วยมินโฮเเก้ตัวจากสถานการ์ณเช่นนี้ ไม่กล้าที่จะช่วย เพราะมันชัดเจนเสียจนเเก้ตัวเเทนไม่ลง

มือหนาลูบผมสีน้ำตาลเบาๆพร้อมโอบกอดร่างนั้นไว้เเน่น ให้ความอบอุ่นจากร่างกายช่วยให้อีกฝ่ายหายเจ็บปวดลงบ้างก็ยังดี เเต่คำที่เอ่ยออกมากลับทำให้คนที่กอดต้องนิ่งฟังคือ

"เราจำมินโฮไม่ได้อยู่ดี เเต่อนยูช่วยกอดผมหน่อยได้ไหม มันหนาวจริงๆนะ"

สุดท้ายคืนนั้นเจ้าตัวเล็กก็หลับลงไปในอ้อมกอดร่างนุ่มนิ่ม สายตาที่มองมาอย่างเป็นห่วงในฐานะเพื่อนยังคงมีอยู่เสมอ คิมจงฮยอนคือเพื่อนคนสำคัญของอนยูเสมอ เขาไม่ได้คิดอะไรกับจงฮยอนเกินเลยไปมากกว่าคำว่าเพื่อน เเต่เขาเป็นห่วงเจ้าตัวเสียมากกว่า เพราะเจ้าตัวมักจะตามอะไรเรื่องเเบบนี้ไม่ค่อยทัน อ่อนหัดเรื่องความรักเลยล่ะมั้ง













สามเดือนต่อมา ร่างบางในชุดเสื้อคลุมหนาเตรียมตัวไปเยี่ยมคนรักพร้อมกับครอบครัวของมินโฮเเละมีเพื่อนสนิทอย่างอนยู คีย์เเละเเทมินติดสอยห้อยตามไปด้วย ส่วนพ่อเเม่ของคนตัวเล็กนั้นขออยู่ทำงานที่นี่ดีกว่าไปเจออากาศหนาวๆที่ลอนดอน

"ตื่นเต้นไหมตัวเล็ก"

อนยูถามคนตัวเล็กที่นั่งข้างๆกาย

"นิดนึง"

ร่างบางตอบพร้อมอมยิ้มจนเเก้มป่อง ลอนดอน ลอนดอน รอจงฮยอนก่อนนะ จะไปหาเเล้วน้า……







จงฮยอนเดินตามเพื่อนสนิทออกจากเกท เหมือนคนอื่นๆเเต่สิ่งที่เเปลกไปหน่อยคือเจ้าตัวเล็กเอาเเต่เกาะเเขนคนตัวโปร่งไม่ยอมปล่อย คล้ายกลัวสิ่งรอบข้างเสียยังงัน

"จงฮยอนลูกหิวไหม"

คุณเเม่มินโฮถามคนตัวเล็ก เหมือนอนยูเป็นพี่เลี้ยงเด็กอย่างจงฮยอนเลยนะ ว่าจะพาทุกคนไปทานข้าวเเล้วค่อยไปเซอร์ไพร์สลูกรักที่ห้องสักหน่อย

"หิวครับครับคุณเเม่"

ร่างบางตอบเสียงใส เเต่เพื่อนของเจ้าตัวเล็กกลับมองจงฮยอนอย่างขำ จะตื่นคนไปถึงไหน เเต่ก็ไม่เเปลกหรอกที่เจ้าตัวจะกลัว หันซ้ายหันขวามีคนสูงๆทั้งนั้นเลยนี่นา

รถส่วนตัวที่คุณพ่อมินโฮเช่าไว้มารับพวกเราทุกคนไปร้านอาหาร ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่พักของคนตัวสูงที่จงฮยอนกำลังจะเดินทางไปหา

อาหารหนักท้องที่คนตัวเล็กเห็นก็ทานไปได้เพียงนิดเดียวเหมือนคีย์เเละเเทมิน ต่างจากอนยูที่ทานได้เกือบหมดเพราะเป็นชอบทานอยู่เเล้วโดยส่วนตัว

"อาหารไม่อร่อยเหรอลูก"

คุณนายชเวถามอย่างเป็นห่วง เพราะเห็นเด็กสามคนนี้ทานไปนิดเดียวก็อิ่มเเล้ว

"เปล่าครับ อร่อยมากเเต่พวกผมอิ่มเเล้ว"

คีย์ตอบ เพราะอาหารหนักท้องทำให้ทานไม่ได้ ก็ประมาณว่าทานเยอะเดี๊ยวน้ำหนักขึ้นนะสิ

"เอาของหวานไหม พ่อสั่งให้"

"ดีครับ"

อนยูตอบอย่างรวดเร็ว ต่างจากร่างบางทั้งสามที่คิดว่าคงทานต่อไม่ไหว

เเต่เเล้วท้ายที่สุด ของหวานนั้นกลับโดยทานจนหมด ถึงจะกลัวอ้วนเเต่พอทานไปเรื่อยๆกลับทานไม่หยุด เลยพาลให้ทานจนหมดเฉยเลยน่ะสิ ต่อไปต้องควบคุมอาหารเเล้วสิ ขืนทานเเบบนี้ไปเรื่อยๆได้ตัวอ้วนกันพอดี







พอทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อย คุณพ่อกับคุณเเม่ของมินโฮก็พาเราสี่คนไปหามินโฮที่ห้อง ส่วนที่พักก็เป็นห้องข้างๆมินโฮ

พวกเรานำสัมภาระไปวางไว้ในห้องของตัวเอง โดยผมนอนกับเจ้าตัวอวบ ส่วนเเทมินนอนกับคีย์ หลังจากนั้นจึงพากันมารวมตัวที่หน้าห้องคนตัวสูง ซึ่งคุณเเม่บอกว่าช่วงนี้มินโฮคงจะอยู่ที่ห้อง เพราะไม่มีเรียน

หลังจากกดกริ่งอยู่นานก็ยังไม่มีคนมาเปิด ทำให้คุณพ่อบอกพวกเราว่าเเยกย้ายกันไปพักผ่อนก่อน เดี๊ยวคุณพ่อจะไปเรียกอีกทีว่าเวลาไหนถึงจะมาหามินโฮที่ห้อง

ร่างบางเดินกลับห้องพร้อมเพื่อนสนิท พอเข้าไปในห้องเท่านั้นเจ้าตัวเล็กก็รีบกระโดดขึ้นเตียงเเทบจะทันที เเขนขาเหยียดยาวเต็มเตียงนอนจนร่างอวบต้องยกขาเล็กให้ขยับถอยไปถึงจะนั่งได้เลยทีเดียว

"อนยู เราออกไปเดินเล่นกันไหม"

"เดี๊ยวคุณน้าท่านก็ว่าหรอก"

"ก็ผมอยากเดินเที่ยวนี่นา อนยูพาไปหน่อยนะ น้า" .

"ต้องขอคุณน้าก่อนนะ"

อนยูเอ่ยอย่างมีข้อเเม้

ร่างบางรีบพยักหน้ารัวๆเเล้ววิ่งออกจากห้องไปหาคุณพ่อกับคุณเเม่อย่างรวดเร็ว เหมือนเด็กสามขวบเลยเนอะคิมจงฮยอน

คนตัวเล็กออกจากห้องเเต่ไม่ลืมที่จะปิดประตูห้องตัวเอง สองขาก้าวไปห้องที่อยู่ตรงข้ามห้องคนตัวสูง เเต่สายกลับเห็นใครบางคนเดินมาพร้อมสาวสวยคนหนึ่งเคียงกายอย่างเเนบชิด

ร่างสูงที่กำลังกลับจากร้านอาหารหลังไปเที่ยวกับจูลี่ มองคนที่ยืนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่จริง ไม่ใช่ คิมจงฮยอนที่น่าจะอยู่เกาหลี กลับยืนอยู่ตรงหน้า

คนตัวเล็กมองร่างสูงที่เคยเห็นในห้องตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพภ่ายในมือถือ บนผนังห้อง ในอารี่ เเม้เเต่ในจอโน๊ตบุ๊คที่คุยกันเมื่อวันก่อน

"Choi Minho ?"

เสียงใสเอ่ยชื่อคนตรงหน้า พร้อมมองตาไม่กระพริบ ตัวสูงๆ ตาคมๆ ดูมีเสน่ห์ ร่างบางทวนลักษณะที่ตัวเองเคยเขียนไว้ในไดอารี่ช้าๆ

ร่างสูงรีบหันไปคุยอะไรบางอย่างกับคนข้างกาย ก่อนที่หล่อนจะหันหลังกลับไปจากทางที่ตัวเองเดินมาพร้อมคนตัวสูงเมื่อสักครู่

"เอ่อเข้าห้องก่อนไหมฮยอน"

มินโฮเอ่ยทักชวนคนรักที่คิดว่าคงเพิ่งมาถึงไม่นาน

"ไม่เป็นไรนายมีธุระกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ไม่ใช่เหรอ ปล่อยให้เธอกลับบ้านได้ไง"

ร่างบางเอ่ยต่อเสียงเรียบ อย่างสดใสไม่ได้มีความรู้สึกหึงหวงหรือน้อยใจอะไรเลยสักนิดเดียว เพราะจงฮยอนยังจำได้ดีเสียงหวานๆของผู้หญิงคนนั้น คนที่โทรมาหาจงฮยอนบ่อยๆ เเละยังรวมไปถึงภาพที่เคลื่อนไหวซ้ำไปซ้ำมาในโทรศัพท์กับมินโฮบ่อยที่สุด คือผู้หญิงคนที่เดินหันหลังไปเมื่อกี๊ จูลี่

"……"

ร่างสูงถึงกลับนิ่งเฉย พอสบสายตาเข้าไปในเเววตาที่สดใสคู่นั้น เพราะอะไรเขาถึงได้มองหาความรักนั้นไม่เจอ ความรักที่เกิดขึ้นกับพวกเขาสองคนมันหายไปเเล้วจริงๆงั้นเหรอ

"จะทำเรื่องอย่างว่าก็เบาๆหน่อยนะ ผมนอนอยู่ห้องข้างๆกลัวนอนไม่หลับ"

จงฮยอนบอกอีกฝ่ายก่อนจะปล่อยให้ทิ้งให้มินโฮยืนตัวชากับคำพูดนั้น จงฮยอนรู้อย่างงั้นเหรอ จงฮยอนไม่เสียใจเลยสักนิดอย่างงั้นเหรอ จงฮยอนจำผมไม่ได้จริงๆงั้นเหรอ

ขำหน้าชเวมินโฮชะมัด ทำไมทำเเบบนั้นได้ เหมือนตกใจอะไรสักอย่างจนค้างอย่างงั้นเเหล่ะ ประโยคสุดท้ายผมพูดเพราะกลัวนอนไม่หลับจริงๆ เเต่ดูเหมือนมินโฮจะตกใจมากกว่าเดิมซะอีก ตาก็เบิกกว้างซะขนาดนั้น เเถมใบ้กินไปเลยอีกต่างหากอ่ะ

"คุณเเม่ครับ ผมขอไปเที่ยวกับอนยูนะครับ"

ร่างบางบอกคุณเเม่ที่ยืนอยู่ด้านในห้อง โดยไม่ได้สังเกตเห็นลูกชายตัวเองเพราะประตูห้องที่บังเอาไว้

"จ๊ะลูก อย่ากลับดึก เดี๊ยวไม่ทันเห็นหน้ามินโฮของคุณเเม่พอดี"

คุณเเม่เอ่ยอย่างเอ็นดูคนตัวเล็ก

"อ่า ได้ครับ ผมจะรีบไปรีบกลับ"

หลังได้รับคำตอบ หญิงสาวก็ยกมือขึ้นไปลูบหัวคนตัวเล็กเเละปิดประตูห้อง จงฮยอนที่หันกลับมามองคนตัวสูงก็ต้องขำอีกรอบ จะอึ้งอะไรขนาดนั้น

สองขาเรียวก้าวไปหาคนตัวสูงที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาปให้เป็นหิน ก่อนที่จะเเตะลงที่เเขนอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเรียกสติอีกฝ่ายกลับมา

มินโฮดูมีสีหน้าตกใจเมื่อกำลังยืนคิดอะไรอยู่ดีๆ ร่างเล็กๆนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขาเเล้ว เเถมยังจับเเขนเขาไม่พอ เขย่งตัวขึ้นมาจ้องตาเขากลับอีก คิมจงฮยอนนะคิมจงฮยอน ชอบเเกล้งให้เขาใจเต้นเเรงอยู่เรื่อยสิน่า

"นี่ นายจะยืนอยู่อีกนานไหม"

ร่างบางถามคนตัวสูง ก่อนจะผละออกมายืนตรงหน้า

"จะไปไหนเหรอฮยอน ให้โฮพาเที่ยวไหม"

มินโฮไม่ตอบคำถามเเต่ถามอีกคำถามเเทน เขาได้ยินเเว่วๆตัวเล็กจะออกไปเที่ยวเลยขอเสนอตัว

"อืม ขอคิดเเปปหนึ่ง"

ร่างบางตอบอีกฝ่าย ก่อนจะมองไปด้านหลังคนตัวสูง มีสาวมาหาอีกเเล้ว งั้นไปกับอนยูเเล้วกันไม่อยากรบกวนเวลาสำคัญของชเวมินโฮเเล้วล่ะ

ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นเหมือนเดิม คิมจงฮยอนที่มักจะทำให้ชเวมินโฮยิ้มได้เสมอ ตัวเล็กๆเหมือนเดิม ใบหน้าน่ารักเหมือนเดิม อารมณ์เหมือนเดิม เเค่เเววตาที่มองกลับมาไม่เหมือนเดิมอีกเเล้ว

"ไม่ดีกว่า นายมีธุระนี่นา ขอตัวนะ"

จงฮยอนตอบอีกฝ่าย พร้อมยิ้มให้ ก่อนจะหมุนตัวเพื่อเดินกลับไปหาอนยู ที่รอเขาอยู่ในห้อง เเต่ว่ายังไม่ทันได้ก้าวขาออกไปกลับโดนคนตัวสูงจับเเขนไว้ซะก่อน

"อยู่คุยกันก่อนได้ไหมฮยอน"

"เเต่อนยูรอผมอยู่นะ"

"ไม่นานหรอก"

"งั้นขอไปบอกอนยูก่อนนะ เดี๊ยวจะมาหา"

"…ครับเเล้วผมจะรอ"

มินโฮตอบตามใจคนตัวเล็ก เเต่ในใจก็เอาเเต่ถามว่าทำไมจงฮยอนต้องบอกอนยู ทำไมจงฮยอนถึงได้ดูมีความสุขนักเวลาที่เอ่ยถึงชื่อนั้น ชื่อเพื่อนสนิทของคนตัวเล็ก คนที่ช่วยให้เขากับจงฮยอนสมหวัง คนที่เขาอดคิดไม่ได้ว่าคิดอะไรเกินกว่าเพื่อนกับจงฮยอนหรือเปล่า





ผ่านไปไม่นานนักจงฮยอนก็เดินมาหยุดที่ห้องคนตัวสูง มือเล็กเคาะประตูห้องนั้นเพื่อเรียกคนด้านใน เขาบอกอนยูเเล้วว่าจะมาหามินโฮเพราะกลัวอีกฝ่ายเป็นห่วง ก่อนที่เพื่อนตัวนิ่มจะยกมือขึ้นมาลูบหัวเขาเหมือนเคย เเล้วเขาก็รีบมาหาคนที่รอเขาอยู่ ผมเเค่ไม่ชอบให้ใครรอนานเท่านั้นเอง

ประตูห้องของร่างสูงเปิดออก ให้คนตัวเล็กเข้าไปด้านใน ห้องที่ดูเหมือนห้องข้างๆตัวเอง เเต่ของในห้องมันเยอะกว่าของห้องตัวเองเท่านั้นเอง ก็ไม่น่าเเปลกเพราะคนคนนี้อยู่มาเกือบสองปีเเล้วนี่นา

"ฮยอนอยากดื่มอะไรไหม"

"ขอน้ำเปล่าก็พอครับ"

ร่างบางตอบสบายๆพร้อมเดินไปที่ชุดโซฟาสีครีม ที่ตั้งเป็นชุดรับเเขกในห้องนี้ เเล้วนั่งลงรออีกฝ่ายที่กำลังยกน้ำดื่มมาให้เขา

มินโฮเดินกลับมาพร้อมน้ำเปล่าเเละจานขนมหวาน มือหนาวางลงบนโต๊ะให้อีกฝ่าย เพราะว่าเขาจำได้ดีว่าอีกฝ่ายชอบของหวานมากขนาดไหน

"ฮยอน ที่เคยบอกว่าจำโฮไม่ได้นะ เรื่องจริงใช่ไหม"

ร่างบางพยักหน้าตอบ พร้อมก้มลงไปตักขนมหวานในจานที่อีกฝ่ายยื่นให้ขึ้นชิม

"เพราะอะไรหรือครับ"

"นายไม่รู้เหรอว่าผมเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีก่อน จะว่าไปรู้สึกว่าช่วงนั้นนายขาดการติดต่อไปเลยนี่เนอะ"

จงฮยอนตอบอีกฝ่าย เเละยกน้ำขึ้นดื่มก่อนจะเอ่ยต่อ

"ความทรงจำผมหายไปน่ะ  เเต่ตอนนี้จำได้เกือบหมดเเล้วยกเว้น"

จงฮยอนเว้นวรรคเเล้วชี้ไปที่หาคนตัวสูงที่นั่งตรงข้ามตัวเอง เขาจำอะไรเกี่ยวคนตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิดเดียว ทั้งๆของในห้องของเขาก็น่าจะเพียงพอให้คิดอะไรออกเเต่เหมือนความทรงจำนั้นกลับเลือนลางไม่เห็นเเม้เเต่ปลายทางเลยสักนิดเดียว

"ผมลองดูรูปภาพของเรา เอ่อผมกับนายน่ะ เเละก็ให้อนยู เเทมินเเละคีย์พาไปที่ที่นายเคยพาผมไปตามที่เขียนในอารี่ของผมเเล้วนะ เเต่ก็จำไม่ได้อยู่ดี"

ร่างบางเล่าต่อไปอีกนิด เเล้วก้มลงไปทานขนมในจาน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังนั่งคิดตาม

"เเปลกนะ ทำไมผมถึงได้จำคนที่เขาบอกว่าผมรักที่สุดไม่ได้เพียงคนเดียว หรือว่าคนที่ผมรักที่สุดเขาทำให้เจ็บปวดมากเลยไม่น่าจดจำหรือเปล่าก็ไม่รู้ นายคิดว่าผมควรทำยังไงดี"

จงฮยอนเอ่ยอย่างจนใจ เเต่ก็ยังทานขนมในจานต่อไป ความรู้สึกตอนนี้ก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเป็นยังไง เเต่ตอนนี้เหมือนว่าจะนึกอะไรออกอีกอย่างนะ ถ้าได้เข้าไปดูห้องนอนของมินโฮ ตอนนี้อยากรู้ว่าเตียงในห้องนั่นเหมือนเตียงในคลิปหรือเปล่าซะเเล้วสิ

อ่อ สาบานได้ว่าผมไม่ได้คิดอยากทำอะไรอย่างว่ากับคนตรงหน้าเลยนะ ขนาดนั่งคุยกันผมยังไม่เขินไม่รู้สึกใจเต้นเเรงเลยสักนิดเดียว อันนี้ก็น่าสงสัยว่าผมกับเขารักกันเเบบไหน

เเต่จะว่าไปใบหน้านี้ก็คุ้นๆนะ เหมือนในจิกซอร์ชิ้นเล็กๆในภาพวาดผืนใหญ่เลยเเฮะ ความทรงจำเดิมๆหรือเปล่าก็ไม่รู้ เเต่ถึงจะเป็นเเบบนั้นผมก็คิดไม่ออกอยู่ดี

"ขอโฮกอดหน่อยได้ไหม"

หลังคิดอยู่นาน มินโฮก็เอ่ยออกมาเสียที เเละประโยคเดียวกันที่ทำให้ร่างบางกำลังคิด ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธ เเต่ก็คิดไปก็เท่านั้นเมื่ออีกฝ่ายลุกจากที่นั่ง พร้อมเดินมาหยุดที่ตรงหน้าจงฮยอนเสียเเล้ว เเละมินโฮไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธ เพราะตอนนี้วงเเขนเเข็งได้สวมกอดร่างเล็กๆนั้นไปเเล้ว

"จำได้ไหม ว่าฮยอนชอบกอดโฮบ่อยๆเวลามีเรื่องไม่สบายใจ ตอนนี้โฮขอกอดฮยอนบางนะ เพราะตอนโฮก็มีเรื่องไม่สบายใจเหมือนกัน"

มินโฮบอกอีกฝ่ายพร้อมนั่งลงสวมกอดให้มากยิ่งขึ้น มือหนายกขึ้นไปลูบผม ก่อนจะจับหัวเล็กนั่นให้พิงอกตัวเองเหมือนที่เคยทำ

ภาพวันวานที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนค่อยๆ ไหลเอ่อเข้ามาในความทรงจำของคนตัวเล็ก อ้อมกอดอุ่นๆของผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนอนยูเพราะเขาคือมินโฮ คนที่โอบกอดเขาไว้ด้วยความรัก จู่ๆหยดน้ำอุ่นก็ค่อยๆไหลออกมาจากดวงตาของคนตัวเล็กทั้งสองข้าง โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมเขาตอนนี้เขาถึงได้ยกมือขึ้นกอดตอบผู้ชายตรงหน้าเขา

ความเปียกชื้นที่อกทำให้ร่างสูงรู้ว่าคนในอ้อมกอดกำลังร้องไห้ เเต่ทำไมต้องร้องไห้ คนตัวเล็กลืมไปเเล้วหรือไงว่าเขาไม่ชอบให้ร้องไห้

"อย่าร้องครับฮยอน"

เสียงทุ้มเอ่ยปลอบกายบางที่ตัวเองโอบกอด ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาสัมผัสเส้นผมนุ่มของอีกฝ่ายเพื่อปลอบ เเต่คนในกอดเหมือนจะร้องหนักกว่าเดิมเสียงอีก

"เปล่าร้อง ฮึก สักหน่อย"

จงฮยอนรีบปฏิเสธ ใบหน้าหวานที่ซุกอกเเข็งเเรงกำลังส่ายหน้าไปมาเพื่อเช็คน้ำตา เละยืนยันคำตอบที่ได้ตอบออกไป น้ำตามันไหลออกมาเองนี่หว่า

"ขอดูหน้าคนเก่งหน่อยสิครับ"

มินโฮกระซิบถามร่างเล็กเสียงนุ่ม ถึงบอกว่าไม่ร้องก็เถอะ ถ้าให้เดาเสื้อเขาคงเปื้อนน้ำตาเจ้าตัวเล็กนี่ไปเเล้วหมดเเล้วเเน่ๆ คิมจงฮยอนนะคิมจงฮยอน

"ไม่เอา"

ร่างบางตอบ กอดอีกฝ่ายเอาไม่ยอมปล่อยซะได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน เเต่ใจบอกมาว่าให้กอด เพราะกอดเเล้วมันทำให้รู้สึกสบายใจอย่างน่าประหลาด

"ยังงอเเงเหมือนเดิมเลยนะครับ"

"ผมเปล่างอเเงสักหน่อย"

"เรียกผมว่าโฮสิครับฮยอน"

"ไม่เรียก"

ฟังจากน้ำเสียงก็รู้ว่าดื้อกว่าเด็กสามขวบซะอีกนะคิมจงฮยอน

"นะครับ น้า โฮขอนะ"

ร่างสูงเอ่ยอ้อน เเต่ไม่รู้ว่าทำไมคนตัวเล็กต้องยิ้มด้วยสิน่า จงฮยอนต้องเป็นบ้าเเล้วเเน่ๆเลย

"……โฮ"

สุดท้ายคนที่เเพ้ให้กับเสียงอ้อนๆนี้ก็มีเพียงคนเดียว คนตัวเล็กๆในอ้อมกอดนี้เท่านั้นเเหล่ะ ^^







ผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ทั้งสองคนนั่งกอดกันอยู่เเบบนี้ เพราะเจ้าตัวเล็กนี้กอดไม่ยอมปล่อย ไม่รู้ว่าเเอบหลับไปเเล้วหรือยัง มินโฮเลยเรียกอีกฝ่ายเพื่อพิสูจน์

"ฮยอนครับ"

"……"

"ฮยอน"

"……"

เงียบเเบบนี้เนี่ยเเอบหลับจริงๆใช่ไหมฮยอน

"อื้อ เเม่ครับ มินโฮคือใครหรอ ผมจำไม่ได้"

เสียงตัวเล็กที่ดังออกมาคล้ายละเมอ

"อนยู นายเห็นเหมือนผมไหม มินโฮกับจูลี่"

"!!!!!"

"นี่เราลองทำเเบบนั้นไหมอนยู"

ผมกำลังสงสัยว่าจงฮยอนพูดถึงเรื่องอะไร ทำไมถึงมีชื่อผมกับจูลี่ ถึงจะละเมอก็เถอะ ทำไมพูดเเต่เรื่องเเบบนี้ออกมานะฮยอน

"ทำเรื่องอย่างว่าเหมือนที่มินโฮทำกับจูลี่ไง"

ชัดเลยคราวนี้ ประโยคนี้ จงฮยอนรู้มาตลอด เรื่องที่ผมไปมีอะไรกับคนอื่น เเต่สิ่งที่สงสัยคือ รู้มาจากไหน จากใคร เเต่จะเเน่เอานอนได้ไง ในเมื่ออีกฝ่ายเเค่ละเมอ เเค่ละเมอเท่านั้น ชเวมินโฮตั้งสติหน่อย จงฮยอนเเค่ละเมอ

"กอดผมมากกว่านะอน"

ประโยคสุดท้ายเรียกสติของคนฟังได้เป็นอย่างดี จงฮยอนจะทำเรื่องเเบบนั้นกับคนอื่นจริงๆเหรอ ไม่หรอกจงฮยอนไม่ได้ใจง่ายขนาดนั้นสักหน่อย เเค่ละเมอ ท่องไว้มินโฮ เเค่ละเมอ







หลับสบายชะมัด อุ่นจนไม่อยากปล่อยเลย เเต่จะว่าไปใช่อนยูหรือเปล่าเนี่ย ร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้น มองดูอกเเกร่งที่อยู่ระดับสายตา ถึงจะใต้ผ้าเนื้อดีก็เถอะ จงฮยอนก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่เพื่อนของตัวเองเเน่ๆ

"ปล่อยนะ"

จงฮยอนร้องบอกคนที่กอดเขาไว้ ก่อนที่มือเเกร่งจะปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระตามคำขอ บ้าชะมัด ดันมาหลับในอ้อมกอดนี้ซะได้ ><

"ขี้เซา ^^"

"ไม่ได้ขี้เซา"

ร่างบางเอ่ยอย่างงอนๆ ก็บอกว่าไม่ก็ไม่ไงเล่าชเวมินโฮ

"อ่อ"

คนตัวสูงพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจอีกฝ่ายอย่างขำ เเต่ท่าทางเเบบนั้นทำเอาคนตัวเล็กยิ่งอารมณ์เสียมากกว่าเดิมเสียอีก

"จะกลับห้องเเล้ว"

ร่างบางเอ่ยพร้อมลุกออกจากตักของอีกฝ่าย ก่อนจะหมุนตัวเพียงเดินออกไปจากห้อง

"เดี๊ยวสิครับ"

เสียงที่เรียกพร้อมมืออุ่นที่จับเเขนเล็กเอาไว้ ทำเอาจงฮยอนต้องหันไปมองคนคนนั้นอย่างสงสัย

"อะไร"

จงฮยอนถามอย่างงง ถึงจะอารมณ์เสียอยู่ก็เถอะนะ

"ไม่นอนกับโฮเหรอครับคืนนี้"

มินโฮเอ่ยยิ้มๆเเกล้งคนตัวเล็กอีกครั้ง

"ไม่นอน จะนอนกับอนยูไปล่ะ"

จงฮยอนรีบตอบ ทำไมต้องนอนกับมินโฮด้วยล่ะ เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อยนี่นา เเต่ความคิดของมินโฮคือ เขาไม่น่าไว้ใจมากขนาดนั้นเหรอไง เขาน่ารังเกียจมากหรือไง เขาไม่ได้เลวร้ายขนาดเสียหน่อย คิดไปก็เท่านั้นเพราะคนที่เอ่ยประโยคเมื่อกี๊ออกจากห้องของเขาไปเเล้ว

มินโฮเอนตัวลงนอนโซฟา เอามือตัวเองมาหนุนรองหัว มองดูเพดานห้องตัวเอง คิดถึงเหตุการณ์วันนี้ ตอนเเรกกะจะมาต่อเรื่องอย่างว่ากันที่ห้องจริงๆ เเต่เห็นหน้าเจ้าตัวเล็กเท่านั้นเเหล่ะ ต่อให้มีสาวๆสวยๆอยู่ตรงหน้าสักสิบคนเขาก็จะไล่กลับไปให้หมดอยู่ดี

คนที่ชอบทำให้ชเวมินโฮเหมือนคนบ้ามาหาเขาเเล้ว คนทีชอบทำท่าน่ารักๆ คนที่ชอบทำให้เขายิ้มตาม คนที่มองกี่ทีก็ไม่เบื่อ คนที่ชอบพูดไม่หยุดโดยที่เขาไม่เคยเบื่อ คนที่ชอบทำให้ผมใจเต้นเเรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆเสมอ  ผู้ชายตัวเล็กๆที่ชื่อ คิมจงฮยอน

ร่างเล็กเดินกลับมาในห้อง มองหาเพื่อนสนิทที่กำลังนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ดูเหมือนจะนอนหลับสบายเชียวนะเจ้าตัวอวบ เขาก็เพิ่งตื่นเมื่อกี๊เองนี่เนอะ อยากนอนต่อเหมือนกันเเต่ขอไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าจะได้นอนสบายๆหน่อย







อีกด้านของห้องฝั่งตรงข้ามคนตัวอวบกับคนตัวเล็ก ในห้องที่ปรากฏร่างของคนสองคนนั่งดูทีวีหน้าโซฟาไปด้วย คุยกันไปด้วยอย่างสนุกสนาน

"นายว่าจงฮยอนจะเป็นยังไงตอนเจอมินโฮ"

คีย์ถามคนข้างๆที่เอาเเต่เงียบ เเละจะไม่พูดถ้าเขาไม่ถาม จะเอาเเต่เงียบไปถึงไหนอีเเทมิน - -;

"ถ้าให้เดานะ คงเอาเเต่ทำหน้างงใส่ล่ะมั้ง"

เเทมินตอบเสียงเรียบ ไม่ได้หันหน้าไปมองคนถามเลยเเม้เเต่น้อย คนกำลังดูหนังสนุกๆ ขัดจังหวะจริงๆเลยนะคีย์ กำลังไคลเเมกซ์เเล้วเชียว

"จงฮยอนมันจะจำมินโฮได้หรือเปล่า"

"ถ้าเห็นกันขนาดนี้เเล้วยังจำไม่ได้ คราวนี้อะไรอะไรก็ช่วยจงฮยอนไม่ได้เเล้วล่ะ"

เเทมินตอบอย่างเป็นห่วงเพื่อนตัวเล็ก ถ้าจำมินโฮคราวนี้ไม่ได้จริงๆ เขาก็จนปัญญาที่จะช่วยเเล้วล่ะ นอกจากจะให้มินโฮมันจีบจงฮยอนอีกรอบเท่านั้นเเหล่ะ เเต่ผลที่ออกมาจะเหมือนเดิมหรือเปล่านั้นเขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน







คนตัวเล็กกอดร่างเพื่อนตัวเองไว้เเน่นเพราะความฝันที่เจ้าตัวกำลังฝันอยู่ตอนนี้ เหตุการณ์เมื่อปีก่อนกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง ขณะที่กำลังขับรถชมวิวขณะกลับบ้าน เจ้าโทรศัพท์เครื่องขาวของเขาก็ส่งเสียงเรียกว่ามีคนโทรมา จงฮยอนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าของเบาะคนขับ สายตาก็มองดูเส้นทางที่กำลังขับอยู่ตอนนี้ มือบางคว้าเจ้าเครื่องขาวคู่ใจขึ้นมากดรับ โดยไม่ได้ดูเบอร์ที่โทรเข้ามา

"หวัดดีครับ"

"อ่ะ อ่า เบาๆหน่อยสิ"

"……"

ร่างบางที่ฟังเสียงปลายสายกำลังงง โทรผิดหรือเปล่าเนี่ย สงสัยจะกดผิด คิดได้เเค่นั้นเจ้าตัวก็กำลังจะวางสายไปถ้าไปติดว่าได้ชื่อใครบางคนดังขึ้น

"มินโฮ ค่ะ มัน อ่ะ"

ชื่อที่ใครบางคนรอ กำลังดังขึ้นในหัวคนตัวเล็ก เเต่บางทีอาจไม่ใช่ก็ได้ เเค่ชื่อเหมือนกันเท่านั้นเเหล่ะ คงไม่ใช่ชเวมินโฮคนที่เขาคิดถึงตลอดเวลาหรอก

"ผมรักคุณนะ อ่าาาา"

แค่เสียงคนที่กำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง

แค่เสียงทุ้มหูที่คอยบอกรักเขาอยู่ทุกวัน

แค่เสียงชเวมินโฮคนรักของเขาเอง

มือเล็กค่อยๆวางโทรศัพท์ลงพร้อมกดตัดสายคนที่โทรมา หยดน้ำใสๆที่คลอเต็มหน่วยตั้งเเต่เสียงนั้นบอกว่ารักกับใครอีกคนกำลังไหลออกมาช้าๆ รู้มาตลอดว่าเขามีใครตอนที่อยู่ห่างกัน เเต่ก็ยังทำเป็นไม่เห็นความผิดที่อีกฝ่ายทำซ้ำๆจนไม่น่าให้อภัย

คิมจงฮยอนมันโง่ที่ยอมให้เขาหลอกอยู่ได้ ใครบางคนที่มักจะมาส่งคนตัวเล็กเข้านอนทุกคืน เเต่ในขณะเดียวกันก็คอยทำร้ายด้วยคลิปวิดีโอที่คนหวังดีส่งมาทุกคืน ภาพที่เคลื่อนไหวในจอโทรศัพท์คอยเอาเเต่ส่งเสียงคนที่กำลังทำกิจกรรมรัก เสียงบอกรักซ้ำๆที่ออกมาอย่างง่ายดายจากผู้ชายที่ชื่อชเวมินโฮ

เเค่คิดถึงเรื่องคนคนเดียวก็ทำเอาร่างเล็กต้องร้องไห้อีกครั้ง เขาเเค่อยากหนีจากความเจ็บปวด เเต่ก็หนีไม่เคยพ้นสักที ลองดูสักตั้งไหมว่าจะอยู่หรือรอด ? ร่างบางคิดขณะมองดูถนนด้านหน้าในระดับสาย ทางโค้งข้างหน้าที่มีป้ายเตือนว่าอันตราย

เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ ฝ่าเท้าเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็ว จนทำให้รถที่ขับมาพุ่งเป็นเส้นตรงไปที่ทางโค้งเเสนน่ากลัวนั้น ไม่มีรถที่จะขับสวนมาสักคันเพราะทางนี้มันเปลี่ยวร้างมานานเเล้ว

รอยยิ้มสุดท้ายปรากฏบนใบหน้าหวาน ในขณะที่รถยนต์คันหรูพุ่งเข้าชนราวกั้นเเสนธรรมดา เเต่ความเเรงของรถส่งตัวรถเข้าไปด้านใน จนชนกับต้นไม้ต้นใหญ่ในป่าห่างจากถนนเข้าไปราวๆสองร้อยเมตร คนขับหมดสติไปพร้อมกับรถคันเก่งที่พุ่งชนจนสภาพด้านหน้ารถไม่เหลือชิ้นดี ทิ้งเอาเพียงร่องรอยของล้อรถตรงปากทางเข้าป่าทึบเป็นเเนวยาวเท่านั้น

ร่างเล็กลืมตาเบิกโพร่งด้วยความตกใจ ทำเอาคนที่นั่งมองอดตกใจไม่ได้ ตอนที่นอนก็รู้สึกได้ว่าเจ้าตัวเล็กย้ายร่างขึ้นมานอนด้วยกัน เเต่พอเวลาผ่านไปซักพักจงฮยอนกลับตัวสั่นราวลูกนกเเถมยังร้องไห้ออกมาอีกด้วย  เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง จึงได้เเต่คอยลูบหัวปลอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเจ้าตัวเล็กขึ้นโผกอดเขาไว้เเน่น เเถมยังร้องไห้ออกมาไม่หยุด สงสัยคงจะฝันร้ายน่าดู จะทำยังไงให้อีกฝ่ายให้เศร้าได้บ้างนะ

"ไม่ร้องนะคนเก่ง"

มืออุ่นๆที่คอยลูบหัวพร้อมคำเอ่ยปลอบ ทำให้ร่างเล็กค่อยๆหยุดร้องไห้ลงบ้างเเล้ว เเต่ก็ยังไม่หยุดซะทีเดียว จำได้ไหมที่ผมเคยบอกว่า จงฮยอนมันร้องไห้ง่ายเเต่หยุดยากมากๆๆ

"ฮึกๆ ผมเห็นตัวเอง"

ร่างบางสะอื้นบอกอีกฝ่ายที่กอดเขาไว้ เเถมยังคอยลูบหัวปลอบอยู่ไม่ห่าง

"ไม่เป็นไรตอนนี้นายอยู่กับผมเเล้วนะ ถ้าอยากจะเล่าอะไรก็หยุดร้องก่อนนะครับ เเล้วค่อยเล่านะครับคนเก่ง"

อนยูบอกคนตัวเล็กในอ้อมกอด มือก็ทำหน้าที่เหมือนเดิมไม่หยุด หยดน้ำตาหยดเเล้วหยดเล่าไหลลงเปื้อนเสื้อนอนตัวเก่งของคนปลอบไปเสียแล้ว

กว่าจงฮยอนจะหยุดร้องไห้ เวลาก็เดินมาจนถึงช่วงที่ต้องไปหามินโฮ เเต่ก็เท่านั้นในเมื่อหน้าใครบางคนยังเต็มไปด้วยน้ำตาเเบบนี้ จะออกไปข้างนอกเพื่อเจอคนสำคัญคนนั้นอีกรอบคงจะไม่ได้อยู่ดี สรุปเเล้วก็เลยขอไปเจอพรุ่งนี้ไปเลย สาเหตุก็อ้างไปว่าเจ้าตัวเล็กมันดูหนังจนอินเเละร้องไห้ไม่หยุด ผู้ปกครองทั้งสองก็เลยพยักหน้าเชิงเข้าใจ ใครๆก็รู้ความลับคิมจงฮยอนข้อนี้ดีอยู่เเล้วล่ะ

"ไปอาบน้ำอีกรอบไหม จะได้สดชื่น"

"ฮึก ฮึก ไม่อยากอาบอ่ะ ฮึก มันหนาว"

"งั้นไปเปลี่ยนชุดไหม เสื้อผ้าเปียกไปหมดเเล้ว"

ร่างบางพยักหน้าขึ้นลง พร้อมเดินลงจากเตียงไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำอย่างว่าง่าย เฮ้อ เจ้าตัวเเสบไปเเล้วเขาก็คงต้องรื้อดูเสื้อผ้าที่จะต้องเปลี่ยนบ้างเเล้วล่ะ เพราะว่าจงฮยอนมันร้องไห้อย่างกะเผาเต่าเลยนะสิ - -;

เเสบตาจัง ร้องหนักไปหน่อยนะเนี่ย ดูสิตาบวมขนาดนี้ จะได้เอาไข่มาคลึงตาไหมเนี่ยจงฮยอน เพราะความฝันนั้นเเท้ๆเลย เเต่จะว่าเรื่องความฝันนั่น ทั้งเรื่องอุบัติที่เป็นคนจงใจให้มันเกิดขึ้น เเละโชคดันมาหล่นตรงหน้าให้เราไม่ตายซะอย่างงั้น เเต่การฟื้นกลับมาพร้อมกับความทรงจำบางอย่างที่ขาดหายไปได้เกือบปี

บางทีคนเราไม่จำเป็นต้องจำเรื่องบางเรื่องได้เสมอไปจริงไหม……

ร่างเล็กเดินกลับออกมาในชุดนอนตัวใหม่ ส่วนชุดเก่าเขาโยนลงตะกร้าไปเเล้วล่ะ อยากกอดใครสักคนจังเลยนะ ถ้ามันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น บางทีเราก็ไม่ต้องการที่จะอยู่คนเดียวเพื่อคิดเรื่องบางเรื่องหรอก

"ขอกอดหน่อย"

จงฮยอนเดินไปพูดไปหาคนที่นั่งบนเตียง เจ้าเพื่อนสนิทเขานั่งรออะไรสักอย่าง ในมือมีเสื้อผ้าชุดใหม่ ถ้าให้เดาชุดเก่าคงเปื้อนน้ำตาเขาไปหมดเเล้วล่ะ ทำให้ร่างเล็กรู้ได้ทันทีว่าตัวเองขี้เเยขนาดไหน - -;

"อืม เเต่ต้องรอเดี๊ยวนะ ขอเปลี่ยนชุดก่อน"

"ไปด้วย"

"ว่าอะไรนะ (O_O)"

"จะไปด้วย (^o^)"

"รอเดี๊ยวเดียวหน่านะ"

"ก็ไม่อยากอยู่คนเดียวเเล้วอ่ะ (T . T)"

"ตามใจ เเต่อย่าหันไปมองล่ะ"

"อายอะไรอีกเล่า เห็นกันออกจะบ่อย"

"(O_O)"

"ล้อเล่นหน่า (^^)"

คิมจงฮยอนมันน่านัก ร่างโปร่งเเกล้งตีหน้าดุ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิกเเก้มใสนั้นอย่างหมั่นไส้ ชอบเเกล้งให้เขาตกใจอยู่เรื่อย เดี๊ยวจับตีก้นซะเลยดีไหม เด็กชายจงฮยอน -_-;







อุ๊นอุ่นเนอะเจ้าตัวอวบเนี่ย ดีนะที่ให้กอดไว้คืน เพื่อนกันนี่เนอะ กอดกันเเบบนี้ตอนมันหนาวเท่านั้นเเหล่ะมั้งก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยต่อกันนี่นา จะไปกังวลอะไรกันล่ะจริงไหม

ร่างสูงก้มลงมองคนในอ้อมกอด คิมจงฮยอนกำลังหลับฝันดีใช่ไหม ไม่ต้องงงว่าผมมาอยู่ห้องนี้ได้ไง อันที่จริงต้องว่าเจ้าตัวเล็กมาอยู่ห้องผมได้ยังไงต่างหาก ผมเเอบย่องไปอุ้มมาตอนเที่ยงคืนนู่นเเหล่ะ ไม่ได้นอนด้วยกันตั้งนาน ขอเอาเเต่ใจตัวเองหน่อยจะเป็นไรไปจริงไหม ?

ตอนเเรกก็สงสัยว่าทำไมตอนเย็น เจ้าตัวเล็กถึงไม่มาหา เเต่พอได้ยินว่าดูหนังจนอินร้องไห้เป็นเผาเต่าเลยเอาเเต่หัวเราะน่ะซิ ผ่านไปเกือบสองปียังขี้เเยเหมือนเดิมเลยเนอะคิมจงฮยอน ถึงอายุจะมากขึ้นเเล้วก็เถอะ คิมจงฮยอนก็ยังเป็นคิมจงฮยอนอยู่วันยังค่ำล่ะนะ

ไม่รู้ว่าคนตัวสูงเเอบมองหน้าอีกฝ่ายไปนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายดิ้นดุกดุ๊กกระชับอ้อมกอดนั่นเเหล่ะ เเถมยังละเมอหาน้องหมาอีกด้วย คงจะเป็นตุ๊กตาน้องหมาตัวใหญ่ที่ผมซื้อให้ในของขวัญวันเกิดเมื่อห้าปีก่อนล่ะมั้ง ติดตุ๊กตาเหมือนเดิมเลยนะตัวเล็ก

"คิดถึงมากนะครับ"

มินโฮเอ่ยกับร่างในอ้อมกอด ในขณะที่คนโดนกอดก็ละเมอตอบกลับมา

"อื่อ ได้ยินเเล้ว"

มินโฮมองอีกฝ่ายอย่างตกใจเพราะคำตอบที่ได้รับ ละเมออีกเเล้วใช่ไหมจงฮยอน ผมมองดูคนหลับ ตั้งใจเงี่ยหูฟังเสียงคนในอ้อมกอดอีกครั้ง

"……"

สรุปว่าละเมอจริงๆสินะ เป็นการละเมอที่อาจทำให้หลายคนตกใจค่อนข้างมากเลยนะคิมจงฮยอน เเต่ก็นะฮยอนชอบละเมอเเบบนี้บ่อยๆเเหล่ะ จำได้ว่าเคยละเมอบอกรักเขาด้วยนะ ^^







ไม่อยากลุกอ่ะ ง่วง ใครดึงผ้าห่มลงเนี่ย อย่างเเกล้งสิ คนจะนอน

"อย่าดึง"

"สายเเล้วนะฮยอน"

"!!!!!!"

ผมอาจหูฝาดที่ได้ยินเสียงมินโฮที่ปลายเตียง ไหนลองฟังอีกทีซิ

"ฮยอนครับ ตื่นได้เเล้ว"

สิ้นประโยค คนตัวเล็กก็ลืมตาเเทบจะทันที เเถมยังรีบลุกขึ้นนั่งเพื่อหาต้นตอของเสียงอีกด้วย เเค่เห็นว่าเป็นใครร่างเล็กก็เเทบสะดุ้ง ว่าอีกคนมาได้ยังไง นี่มันห้องของเขากับเจ้าตัวอวบไม่ใช่เหรอ

เเต่ก่อนจะเถียงคนที่อยู่ปลายคนตัวเล็กก็สังเกตไปรอบๆห้อง เเละเพิ่งรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องของตัวเอง เเต่เป็นห้องที่เขาเห็นมันบ่อยๆในโทรศัพท์ต่างหาก ห้องของชเวมินโฮ คนที่เขานอนกอดด้วยทั้งคืน เเค่คิดก็อดที่จะเขินร่างสูงนั่นไม่ได้ ไม่ได้สนิทกันสักหน่อยเเล้วไปนอนกอดเขาเเบบนั้นอีก คิมจงฮยอนนะคิมจงฮยอน (>_<)

ใครจะรู้ว่าตอนที่คนตัวเล็กเขินมันจะน่ารักนาดนี้ เเก้มใสๆนั่นขึ้นสีเรื่อ เห็นเเล้วอยากจะหยิกเเก้มกลมนั้นจริงๆ น่ารักเกินไปนะจงอยอน

"ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง???"

คนตัวเล็กถามอย่างงง จำได้ว่านอนกอดเพื่อนตัวเองจนหลับไปนี่นา เเล้วตัวเองโผล่ที่นี่ได้ไง ' _ '

"ไปอุ้มมา"

"(O_O)"

เมื้อกี๊หูฝาดหรือเปล่า

"ทำหน้าตาเเบบนั้นยิ่งน่ารักมากขึ้นไปอีก รู้ตัวหรือเปล่า"

เปลี่ยนเรื่องได้ไงอ่ะ กลับมาคุยเรื่องที่ผมมาอยู่ที่ได้ยังไงก่อนสิ

"……"

"อยากไปเที่ยวไหม วันนี้ผมว่างนะ"

ร่างบางส่ายหัวไปมา ไม่อยากไปอยากกลับห้องไปหาเพื่อนตัวนุ่มของเขามากกว่า

"งั้นอยากทำอะไรล่ะครับ"

"อยากกลับห้อง"

"……"

"ไปก่อนนะ"

เเต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นจากเตียง มือหนาก็คว้าเอวบางไปกอดไว้ เกยหน้าลงบนไหล่บางของคนตัวเล็ก เหมือนไม่อยากให้ไป เเละถ้าเขาอยากจะบอกว่าเขาหึงจงฮยอนกับอนยูจะเป็นอะไรไหมนะ

มือเล็กยังคงวางไว้ที่หน้าอกเพราะปล่อยให้คนที่ดึงร่างกอดตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว ไม่รู้ว่าจะกอดตอบหรือผลักไสดี ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง อยากจะกลับห้องไปคุยกับอนยูอบอกว่าตัวเองสับสนมากเเค่ไหน บอกว่าเมื่อตอนเย็นเขาฝันเห็นอะไร อยากบอกว่าเขาไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธคนตรงหน้านี้ดี

"ขออยู่เเบบนี้ได้ไหม"

เสียงทุ้มกระซิบถามข้างหูเบาๆอย่างเว้าวอน ไม่อยากให้ไป ไม่อยากให้ห่างกันอีกเเล้ว ไม่อยากให้เราอยู่ห่างกันอีกเเล้ว ถ้าเขาเลิกทำนิสัยเเบบนั้น จงฮยอนจะให้อภัยเขาไหม

"……"

ไม่รู้ว่าจะตอบอะไร อ้อมกอดของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกดีจริงๆ เเต่ทำไมเขายังไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้ารักเขาจริงๆ เพราะผู้หญิงคนนั่นล่ะมั้ง ที่ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเปิดใจรับคนที่เขาเคยรักมากสุด

มินโฮไม่รู้ว่าร่างเล็กคิดอะไรอยู่ กลัวว่าตอนนี้คนตัวเล็กจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิม กลัวว่าเมื่อถึงเวลานั้นจงฮยอนจะไม่เลือกเขา เหมือนที่เคยสัญญาต่อกันไว้

ทำไมตอนนี้คนที่เขานึกถึงมากที่สุด กลับเป็นเจ้าตัวอวบที่อยู่ในห้องกับเขา เป็นคนที่เขาบอกว่าคือเพื่อนสนิท หรือว่าเขาอาจจะเคยรักกับอนยูมาก่อนหรือเปล่านะ?










สุดท้ายก็จำใจยอมปล่อยคนตัวสูงเอาเเต่ใจตัวเองอีกเเล้ว จงฮยอนนอนหนุนตักฟังอีกฝ่ายเล่าเรื่องที่ตนเรียนที่นี่ เป็นเวลาที่รวมมาแล้วก็ปาไปครึ่งค่อนวัน เพราะจงฮยอนเอาแต่ถามว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ที่ไหนมีร้านอร่อยๆบ้าง ถึงจะตอบคำถามคนตัวเล็กและเอ่ยเรื่องอื่นๆ มินโฮก็ไม่เคยที่จะเอ่ยไปถึงสาวๆเหล่านั้น สงสัยคงจะไม่กล้าพูดล่ะมั้ง

"มินโฮ ผมกลับห้องได้หรือยัง"

"เบื่อแล้วเหรอครับ"

"อยากไปอาบน้ำอ่ะ"

"แล้วจะมาหาผมอีกไหม"

"ขอคิดดูก่อน"

คนตัวเล็กบอกก่อนจะลุกขึ้นนั่ง และคลานดุ๊กดิกลงจากเตียงไป ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองคนด้านหลัง เพราะมัวแต่ดีใจที่จะได้กลับห้องตัวเอง จนลืมหันไปมองคนด้านหลังที่มองด้วยสายตาเว้าวอนจนลับสายตา

อยากจะรั้งไว้จนนาทีสุดท้าย อยากจะบอกว่าไม่อยากให้ไป แต่ทำไมเขาถึงไม่กล้าที่จะพูดมันออกมาเลยแม้แต่น้อย อาจจะเป็นดวงตากลมโตที่แสดงออกถึงความดีใจมากเกินไปล่ะมั่ง ที่ทำให้ความกล้าเขาลดลงแทบจะทันที ช่วยบอกผมได้ไหมว่ายังรักผมอยู่คิมจงฮยอน

อยากจะรีบออกไปให้เร็วที่สุด ไปให้ไกลจากที่นี่ ไปให้ไกลจากคนหลอกลวง ตอนนี้ผมจำได้แล้ว ความทรงจำที่เคยหายไปมันกลับมาแล้ว ทุกฉากทุกตอนที่คนตัวสูงเล่าออกมา ผมจำได้หมดแล้ว จำได้ดีว่าทำไมเขาถึงทำกับผมแบบนี้

ผมเดินไปหยุดที่ห้องตัวเอง กะว่าจะเคาะเรียกคนด้านใน แต่ประตูบานตรงหน้าก็เปิดออกเสียก่อนพร้อมร่างโปร่งคุ้นตาในชุดที่คงพร้อมไปเที่ยวที่ไหนสักที

"จะไปไหน"

"ไปเที่ยวกับคีย์และแทมิน"

"อยู่ก่อนได้ไหม"

คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเบา ใช้สองมือดันร่างอีกคนให้เข้าไปด้านในพร้อมปิดประตูลงกลอนกีอนจะยกมือขึ้นโอบกอดร่างตรงหน้าแน่นๆ จนคนโดนกอดก็ตกใจไม่น้อย มองคนที่กอดด้วยสีหน้างง

จงฮยอนไปทำอะไรมา หรือว่ามินโฮทำอะไรให้จงฮยอนหรือเปล่า ทำไมกลับมาในสภาพนี้ได้ล่ะ ก็เมื่อคืนมินโฮมันบอกว่าแค่ยืมตัวไปฟื้นความทรงจำไม่ใช่เหรอไง

"เป็นอะไร"

คนโดนกอดถามด้วยความเป็นห่วง ยกมือข้างหนึ่งกอดตอบ อีกมือก็ลูบผมนุ่มไปมาปลอบอีกฝ่าย ไม่รู้จะถามว่าอะไร นานแล้วที่จงฮยอนเคยเป็นแบบนี้ ไม่ยอมบอกอะไรสักอย่างกับเขาแล้วก็แอบเหม่อลอยบ่อยๆ เอาแต่อ้อนกอดเขาอย่างเดียว

อ้อมกอดนี่แหล่ะที่คอยปลอบใจเขาเสมอไม่ว่าเวลาไหน อ้อมกอดของพี่ชายห่างๆแสนใจดีที่ชื่อว่าลีจินกิ ตอนนี้รู้สึกอ่อนแอจริงๆ เพราะว่าตอนนี้เขาจำได้ทุกอย่าง จำได้ทุกเรื่อง และจำได้ดีว่าคนรักของเขาทำให้ตัวเองเจ็บมากขนาดไหน เจ็บจนรู้ว่าทำไมตอนนั้นตัวเองถึงได้งี่เง่าขับรถชนต้นไม้แบบนั้น

"ไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากกอด"

และคำตอบเดิมๆก็หลุดออกมาอีกครั้ง จงฮยอนมักจะเป็นแบบนี้เสมอเมื่อก่อนเกิดอุบัติเหตุ เขาจำคำตอบนี้ได้ดีว่าคนตัวเล็กบอกกับพี่ชายอย่างเขาบ่อยขนาดไหน

"จำได้แล้วใช่ไหม จำมินโฮได้แล้วใช่ไหมครับ"

"ไม่ จำไม่ได้"

"โกหกไม่เก่งเลยนะครับ"

อนยูเอ่ยขำๆ เขารู้หรอกว่าอีกฝ่ายไม่อยากให้เขาคิดมากเรื่องตัวเอง แต่การเก็บเรื่องอะไรสักอย่างไว้เพียงคนเดียวมันก็ไม่ดีเท่าไหร่หรอก เขาอยากให้จงฮยอนระบายมันออกมาบ้าง ระบายเรื่องที่อยู่ในใจออกมาให้เขาได้รับรู้สักนิดก็ยังดี เพราะมันอาจจะทำให้เจ้าตัวสบายใจขึ้นมาบ้างก็เท่านั้นเอง

"อย่าไปเลยนะ"

เจ้าคนในอ้อมกอดเอ่ยอ้อนอีกครั้ง แล้วอนยูจะตอบอะไรได้นอกจากตกลงไประเบียบอย่างที่เคยตอบ ไม่เคยปฏิเสธคำขอเจ้าตัวเล็กนี้ได้สักครั้งเลยเดียว คำอ้อนๆกับท่าทางแบบนั้นทำเขาใจอ่อนยอมทุกที สุดท้ายเขาก็พาเจ้าตัวเล็กไปนอนในห้อง ก่อนจะยกมือถือขึ้นต่อสายหาคนห้องตรงข้ามเรื่องปฏิเสธแบบกระทัน ถึงจะโดนคิมคีย์บ่นนิดหน่อยก็เถอะ

คิดแล้วก็ขำ มองดูเจ้าตัวแสบนอนหลับคิ้วขมวดผูกโบ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปแตะที่ระหว่างคิ้วนั้น นวดเบาๆให้คลายปมออก ก่อนจะเลื่อนลงมาบีบจมูกเบาๆ แต่มือเล็กๆนั้นก็ยกขึ้นมาคว้าแขนคนตัวขาวไว้ พร้อมเปิดเปลือกตาขึ้นมองอย่างอ้อนๆคนตัวสูง

"แกล้งกันทำไมอ่ะ *^*"

"จะบอกได้หรือยัง"

อนยูเลือกที่จะไม่ตอบแล้วถามคำถามอื่นแทน มองใบหน้าคนนอนที่มุ่ยลงแทบจะทันที เหมือนไม่อยากบอกเรื่องในใจให้เขารับรู้

"จงฮยอนกุน"

"……"

คนตัวเล็กเลือกที่จะหันหน้าไปทางอื่น และปิดปากเงียบ ไม่อยากบอกคนอื่นให้รับรู้ว่ามินโฮคนที่ดีแสนดีกลายเป็นคนที่ชอบโกหกไปเสียแล้ว กลายเป็นคนที่ผิดคำสัญญากับคิมจงฮยอนคนนี้ไปแล้ว

"จงฮยอนอา บอกพี่มา"

คำเอ่ยแทนตัวเองแบบนั้นที่นับครั้งจะได้ยินออกมาจากอนยู ทำเอาคนตัวเล็กรู้ในทันทีว่ามันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเลี่ยงเหมือนทุกครั้งได้อีกแล้ว

"พี่รู้ใช่ไหม ว่าตอนนี้มินโฮเป็นยังไง สิ่งที่เขาทำกับผม มันบอกได้ใช่ไหมว่าเขาหมดรักผมแล้วพี่อนยู"

จงฮยอนเอ่ยเสียงสั่น ลุกขึ้นนั่งและกอดพี่ชายไว้ ไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว แต่ทำไมน้ำตามันถึงมันถึงได้ไหลออกมามากขนาดนี้ก็ไม่รู้

"จงฮยอนอายังมีพี่มีทุกคนอยู่นะ อย่าร้องเลยนะครับคนเก่ง"

"พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าผมรักเขามากขนาดไหน ผมรอเขามานานเท่าไหร่ ผมไม่ยอมปริปากพูดเรื่องนี้กับเขาเพราะอะไร แต่ทำไมเขาถึงได้ทำแบบนี้กับผม"

"พี่รู้แล้วครับ"

อนยูตอบ เขารู้ว่าเพราะอะไร แต่ก็เลือกที่จะให้น้องเป็นคนบอกเองอยู่ดี ผมยังจำตอนที่จงฮยอนความจำเสื่อมได้ดี เจ้าตัวยังจำมินโฮไม่ได้เลยเล่าเรื่องที่จูลี่โทรมาหาให้เขาฟังบ่อยๆ ส่วนที่บอกแทมินกับคีย์วันนั้นแทบไม่ได้ครึ่งเลยสักนิด และวิดีโอนั้นผมก็ยังไม่ลืม คำบอกรักง่ายๆหลุดออกจากมาจากคลิปเหล่านั้นนับครั้งไม่ถ้วน

"เมื่อวานที่ผมร้องไห้ ผมฝันว่าตัวเองขับรถไปที่ไหนสักที่ แล้วก็มีสายโทรเข้ามา ผมได้ยินเสียงคนกำลังทำอะไรกันบางอย่าง คนคนนั้นบอกรักใครบางคน ตอนนั้นผมเสียใจมากและไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว เลยขับรถพุ่งชนราวกั้นทางโค้งเข้าไปในป่า"

มือหนาเกลี่ยผมนุ่มตรงหน้าผากออก มองคนตรงหน้าที่กำลังจะเล่าเรื่องต่อ ไม่อยากจะขัดคอคนตรงหน้าเท่าไหร่ เพราะเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กจะเริ่มขี้แยอีกแล้ว - -;

"จงฮยอน ถ้ามันเจ็บปวดขนาดนั้น ลืมมันไปบ้างก็ได้"

"ผมจะพยายามลืมมัน ลืมมันไปพร้อมกับผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง"

ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าฝืนเลย"

"อื่อ"

คนตัวเล็กตอบ พร้อมผงกหัวขึ้นลงยืนยันในคำพูดของตัวเอง








ช่วงสายของวันที่แสนจะวุ่นวายในเมืองใหญ่ของกรุงลอนดอน ร่างบางที่เพิ่งตื่นพยายามพาร่างกายตัวเองลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างงัวเงียเพราะไม่อยากตื่น แต่มันเป็นเพราะกลิ่นอาหารที่ลอยมาต่างหาก ทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมาทำจมูกฟุดฟิดเหมือนลูกหมาดมกลิ่นหาอาหารอยู่ในตอนนี้ ร่างเล็กลุกจากเตียง เดินตามกลิ่นอาหารที่เหมือนลอยมาจากห้องครัว

มือนุ่มค่อยๆเขี่ยชิ้นปลาลงกระทะอย่างใจเย็น เพื่อไม่ให้น้ำมันร้อนๆกระเด็นใส่ตัวเองให้เป็นแผลเล่นๆ ก่อนที่จะสะดุ้งกับแขนเล็กๆของใครบางคนเอื้อมมากอดเอวเขาไว้ในตอนนี้ ทำให้รู้ว่าเจ้าหมาขี้อ้อนตื่นเสียแล้ว แถมดูจากสภาพที่กอดเขาเอาไว้ ทั้งๆที่ตากลมๆใสๆนั้นยังปิดก็แสดงว่าคนตื่นไม่ได้เต็มใจตื่นขึ้นมาเลยแต่น้อย ทำให้รู้ว่ากลิ่นอาหารที่ตัวเองกำลังทำนั้นไปปลุกร่างบางให้ตื่นแน่ๆ

“ทำอะไรอยู่ครับพี่อนยู”

“ทอดปลาแซลมอน”

“อยากกินจังเลย”

คนตัวเล็กพูด ก่อนจะหอมเขย่งตัวหอมแก้มร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอด ทำให้คนเป็นต้องหันดุเจ้าหมาขี้อ้อนเล็กน้อย ก่อนจะให้ไปอาบน้ำแต่งตัวเสียใหม่ จะได้มาทานข้าวเช้า ไม่ใช่สิต้องบอกว่าอาหารสายพร้อมกัน เพราะตอนนี้เกือบๆสิบโมงแล้วด้วย ต้นเหตุมันมาจากเจ้าตัวยุ่งที่เขาไล่ให้ไปอาบน้ำนะซิ เอาแต่ชวนเขาคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุด กว่าจะได้นอนกันก็ปาไปเกือบตีสาม เพราะเจ้าตัวพูดเองเหนื่อยเอง เลยเผลอหลับไป

จงฮยอนกลับออกมาในชุดเสื้อคอกลมสีฟ้าอ่อนกับกางเกงขายาวสีดำรัดรูป ให้เห็นท่อนล่างว่าร่างนี้เพรียวขนาดไหน แต่ต่างหูที่ใส่กับกลายเป็นว่าแสดงถึงความแมนซะแบบนี้ ต่างหูเรียวรูปเขี้ยวสีเงินดูยังไงก็ขัดตา แต่ถ้ามองดูชัดๆแล้วกลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

อนยูเงยหน้ามองคนเดินออกมาในชุดใหม่ จงฮยอนเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดนอนลายกระต่ายสีขาวของเขาแล้ว แต่เป็นชุดที่เด่นสะดุดตาคนมองแทน คนตัวเล็กเดินไปนั่งที่โต๊ะ มองอาหารตรงหน้าด้วยตาเป็นประกาย ถึงจะเป็นอาหารง่ายๆ แต่ทำไมพอเป็นพี่อนยูทำแล้วมันถึงได้ดูน่ากินมากกว่าอาหารปกติก็ไม่รู้

“ไม่รู้จะอร่อยหรือเปล่า ทานดูสิ”

“ถ้าพี่ทำน่ะ อร่อยอยู่แล้ว”

ก๊อกๆๆๆๆ

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้น ทำเอาคนนั่งทานอาหารบนโต๊ะเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นมามองหน้ากันด้วยความสงสัย ว่ามีใครมาหาทั้งๆที่สายขนาดนี้ ได้ยินว่าออกไปเที่ยวกันแต่เช้าแล้วไม่ใช่เหรอไง หรือว่าเปลี่ยนใจกลับมารับตัวยุ่งนี่แทน

“เดี๊ยวพี่ไปดูให้”

“ผมไปด้วยสิ”

คนตัวเล็กบอก ดวงตากลมตาอ้อนๆน้อย สุดท้ายคนตัวโตกว่าเลยพยักหน้าตกลง ให้ร่างเล็กไปด้วยกัน แขนเรียวถูกร่างเล็กคล้องแขนจับจองอย่างเป็นเจ้าของ อนยูหันมามองคนข้างกายอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะเพียงแต่เห็นดวงตากลมกับรอยยิ้มสดใสนั้นเขาก็ดีใจจนไม่อยากขัด ปล่อยเลยตามเลยล่ะกัน

บานประตูเปิดออกพร้อมใบหน้าคนคุ้นเคย จงฮยอนก้มหน้าลงต่ำ แต่ก็ไม่ละแขนออกจากอนยู มินโฮยืนอยู่หน้าประตู แลพด้านหลังเป็นพ่อแม่ของคนตัวสูงกับเพื่อนๆของเขาสองคน อนยูจับร่างเล็กๆข้างกายให้ถอยมาตามตน มือเรียวโอบร่างนั้นที่เอาหน้ามุดอยู่กับอกตัวเอง เพื่อหลีกทางให้บุคคลที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องได้เข้ามา

ทุกคนนั่งกันพร้อมหน้าพร้อมตาที่โซฟา เหลือเพียงเจ้าของห้องสองคนที่ขอตัวไปยกน้ำดื่มมาให้ ทั้งสองเดินกลับมาและเป็นคนตัวโตกว่าที่ยื่นน้ำให้แขกในห้อง จากนั้นจึงพาร่างตัวเองไปยังโซฟาเดี่ยวที่ว่างอยู่ เพราะตรงกลางเป็นพ่อแม่ของมินโฮรวมทั้งเจ้าตัวด้วย อีกด้านเป็นแทมินที่นั่ง ส่วนคีย์นั่งที่พนักแขน ทำให้ร่างเล็กจำใจที่ต้องนั่งพนักแขนเหมือนกับคีย์ แต่โดนผู้ใหญ่ทั้งสองเรียกให้ไปนั่งด้วยกัน ร่างเล็กอึกอักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

“จงฮยอนจำมินโฮได้หรือยังลูก”

คุณนายชเวถามก่อนจะเอามือลูบหัวเล็กอย่างเอ็นดู

“ครับ จำได้แล้ว จำได้ทุกอย่างเลย”

เมื่อได้ยินคำตอบนั้นทำเอาทุกคนมีสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด ยกเว้นก็เพียงอนยูที่มีเพียงสีหน้าเรียบเฉยอย่างไม่ใส่ใจ บางที่เขาก็อยากคุยกันสองคนให้รู้เรื่อง ตอนนี้ เพราะบงที่อะไรอะไรมันจะได้ชัดเจนในความรู้สึกเขา ความรู้สึกรักที่มีให้เขามากจนไม่มองไม่เห็นความเจ็บปวดเมื่อรู้ถึงความลับที่อีกคนปกปิดมันเอาไว้

“ผมขอคุยกับมินโฮสองคนได้ไหมครับ”

“ได้สิลูก”

เมื่อได้รับคำอนุญาต ร่างเล็กก็เดินนำอีกฝ่ายไปในห้องนอน ทิ้งไว้เพียงแววตาของความเป็นของอนยูที่มองตาม ส่วนคนอื่นกลับดีใจจนนึกว่าร่างบางคงขอตัวไปรำลึกความหลัง พ่อแม่ของมินโฮมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะขอตัวกลับห้องตัวเอง แถมยังบอกว่าถ้าสองคนนั้นคุยเสร็จให้ไปหาที่ห้องด้วย ส่วนเพื่อนๆทั้งสามยังคนมองหน้ากันไปมา

“นายคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

แทมินถามทำลายความเงียบ

“ไม่รู้สิ”

อนยูตอบอย่างไม่รู้จริงๆ ก่อนจะเหลือบมองไปที่ห้องนั้นอย่างเป็นห่วง

“ไปฟังกันไหมล่ะ”

คีย์ตอบบ้าง ก่อนที่ทั้งสามจะพากันไปออที่ประตูห้องนอน เอาหูแนบกับประตูเพื่อฟังเสียงที่อยู่ด้านในอย่างใจจดใจจ่อ พร้อมพากันเงียบตั้งใจฟังเสียงด้านใน

ร่างเล็กนั่งลงบนเตียง มินโฮก็ตามมานั่งด้วยเช่นกัน และเลือกที่ดีๆไว้แล้วด้วย เขานั่งลงโอบกอดร่างเล็กๆนั้นเอาไว้ ราวกับว่าโหยหาคนคนนี้มานานแสนนาน

“มินโฮ”

ผมเอ่ยชื่อคนที่ได้นามว่าคนรักของผม  คนรักของคิมจงฮยอน คนที่ทำร้ายกันได้อย่างเลือดเย็นทุกค่ำคืน บางที่ผมควรจะทำอะไรๆให้ชัดเจนเสียที ถ้าเขาอยากจะไป ผมก็จะปล่อยเขาไป แต่ถ้าไม่อยากไป ผมก็จะไปเอง ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องทนอยู่เป็นคนงี่เง่าให้หลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกเล่า พอกันทีความรัก

“ครับ”

“ขอคำอธิบายหน่อยได้ไหม”

ร่างเล็กเอ่ย เหมือนมินโฮจะงงกับสิ่งที่ถาม ร่างเล็กเลยเดินไปหยิบโทรศัพท์ พร้อมเปิดวิดีโอนั้นให้ด้วยเสร็จสรรพ จงฮยอนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย พาตัวเองไปยืนพิงขอบประตูระเบียงแทน ถึงจะพูดแบบนั้น แต่การที่ได้ยินอะไรแบบนี้อีกครั้ง เหมือนสิ่งนั้นเป็นตัวช่วยตอกย้ำตัวเอง ทำให้รู้ว่าผมโง่แค่ไหน ผมอยากร้องไห้เมื่อเสียงนั้นดังเข้าไปในโสตประสาท ผมไม่อยากได้ยินเสียงนั่นอีก

มือหนารับสิ่งที่อีกคนยื่นให้ ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกใจ ภาพที่เขาไม่คิดว่าจะเป็นเพียงความทรงจำที่ผ่านพัดไป มันกับกลายเป็นสายลมที่พัดมาอีกครั้ง พัดมาทำให้รู้สึกเหมือนร่างกายชาไปชั่วขณะ เพราะพูดไม่ออก ไม่คิดว่าคนรักเขาจะรู้เรื่องนี้ เรื่องที่เขาเป็นผู้ชายที่เสเพลไปวันๆในยามค่ำคืน ก่อนจะตั้งสติเอ่ยปฏิเสธออกไป

“มันไม่ได้มีอะไรเลยนะฮยอน”

“จริงเหรอ”

เสียงหวานดัดขึ้นอย่างจงใจ ให้มันดูน่าตกใจมากแค่ไหน แต่เหมือนว่าคนตัวสูงจะสะดุ้งในน้ำเสียงนั้นไปเสียแล้ว คิมจงฮยอนน่ะเหรอเป็นคนพูด เขาไม่อยากจะทำใจเชื่อเลยให้ตายสิ มินโฮได้แต่ส่ายหัวเบาๆไล่ความคิดของตัวเอง น้ำเสียงที่แกล้งทำเป็นตกใจแบบนั้น ถ้าฟังดูก็รู้ว่าเสแสร้งกันต่อหน้าชัดๆ สำหรับคนที่ได้ยินสามคนด้านนอก ต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู ว่าน้ำเสียงที่ฟังดูดัดจริตเสียเต็มประดาจะดังออกมาจากน้ำเสียงที่คุ้นเคย น้ำเสียงของจงฮยอนคนใสซื่อแสนบริสุทธิ์ การแอบฟังครั้งนี้ มันอะไรแปลกๆมากกว่าที่คิดเสียอีก

“ฮยอนไม่เชื่อใจโฮเหรอ”

คนตัวสูงถาม เขายังแอบหวังว่าจงฮยอนยังเชื่อใจเขา เหมือนที่เขาเชื่อใจจงฮยอน แต่เขาก็แค่แอบหวัง ในเมื่อความเชื่อที่คนตัวเล็กเคยให้เขาไว้ เขาเป็นคนทำลายมันไปกับมือ ด้วยมือคู่ที่บอกว่าจะไม่มีวันทำให้คนคนนี้เสียใจ แต่ยังไงเขาก็รักจงฮยอนเพียงคนเดียวอยู่ดี ไม่ว่าจะมีอะไรกับใครสักกี่ครั้ง ชื่อที่ก้องในหัวของเขาก็ยังคงเป็นคนคนนี้เสมอ

“เชื่อสิ”

จงฮยอนตอบเสียงหวาน แต่ทำไมคนฟังมันถึงได้รู้สึกเย็นยะเยือกเหมือนน้ำแข็ง รู้สึกร้อนๆหนาวๆแปลกๆ บางทีเขาอาจคิดไม่ถึงก็ได้ว่าจงฮยอนจะเป็นคนเอ่ยอะไรแบบนี้ออกมา ส่วนด้านนอกนั้นกลับรู้สึกได้ถึงความตกใจระคนแปลกใจ ก็คนอย่างคิมจงฮยอนคนใสๆนั้นนะเหรอจะเอ่ยอะไรได้น่าขนลุกแบบนี้ จนอดคิดไม่ได้ว่า พวกเขายังมีอะไรที่ยังไม่ได้รับรู้จากคนตัวเล็กนั้นหรือเปล่า หรือว่าจงฮยอนมันจะร้ายลึกกันแน่

“แล้วทำไม”

“เพราะว่าเชื่อมากเกินไปไงล่ะ ผมถึงได้โง่ให้คุณหลอกมาจนถึงตอนนี้”

ร่างบางเอ่ยเสียงหวานอย่างใจเย็น ไม่ได้ใส่อารมณ์โกรธลงไปในน้ำเสียง แต่ใส่ความเรียบเฉยที่ฟังดูยังไงมันก็เย็นชาพิลึกแทน ค่อยๆปล่อยให้ความราบเรียบของน้ำเสียงอันเยือกเย็นออกมาจากหัวใจที่มันด้านชา จนตอนนี้เขาแทบไม่หลงเหลือความดีใจหรือสะใจให้คนตรงหน้า เขาอยากจะปล่อยเรื่องนี้ไป แต่ก่อนหน้านี้ขอระบายออกมาสักทีเหอะ

ดวงตากลมโตที่เคยอบอุ่นมองคนรักด้วยความว่างเปล่า มินโฮเดินไปหาคนรักที่ยืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะสบสายตามองหาความที่ๆตัวเองเคยอยู่ ที่ๆตัวเองเคยมีในสายตานั้นอีกครั้ง แต่มันก็ว่างเปล่า ไม่มีอะไร ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่ได้ชื่อว่าคนรักของตัวเอง ทำเอามินโฮพูดไม่ออกเสียเอง

 “...........”

“บางที คุณอาจจะชอบผู้หญิงก็ได้มินโฮ”

จงฮยอนบอกคนตรงหน้า ก่อนจะเดินไล่ร่างนั้นไปเรื่อยๆ จนถึงเตียงนอน ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำไมตอนนี้มินโฮรู้สึกว่าตัวเองกลัวจงฮยอนเสียเหลือเกิน มินโฮเสียหลักนอนราบลงไปกับเตียง ก่อนจะพยายามถอยหนีร่างเล็กที่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่มันน่ากลัวในความรู้สึกของมินโฮในตอนนี้ จนร่างสูงจนมุมกับหัวเตียง จงฮยอนตามไปคร่อมร่างนั้นไว้ พาร่างตัวเองนั่งลงบนตักแกร่ง เอาส่วนนุ่มนิ่มทางด้านหลังบดเบียดส่วนนั้นไปมาอย่างชอบใจ

“โฮแค่อยากปลดปล่อยอารมณ์”

ร่างสูงตอบ ก่อนจะต้องเกร็งตัวเองหักห้ามใจไม่ให้ดึงร่างนั้นลงไปนอนข้างใต้ร่างกายตัวเอง แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆเลยไม่ใช่เหรอไงจงฮยอน  มินโอบ่นในใจ

“สนุกมากไหม”

คนที่นั่งบนตักถามอย่างสงสัย เขาสงสัยว่าทุกเรื่องที่ผ่านมามินโฮสนุกมากหรือเปล่า สนุกกับการเล่นความรู้สึกของผมมากไหม ผมอยากรู้จริงๆ

“.........”

ผมงง ผมไม่รู้ว่าที่อีกฝ่ายบอกว่าสนุกมันคืออะไร

“ตลกไหม กับการที่ใครบางคนต้องนอนฟังเสียงแบบนี้ทุกคืนด้วยน้ำตา”

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ จงฮยอนเลยเลือกที่จะถามต่อ เขาเลือกนั่งบนตักแล้วลากปลายนิ้วของตัวเองไปบนใบหน้าคม ใบหน้าที่ใครมองก็ใจเต้นแรง หลงใหล อยากได้ อยากเป็นเจ้าของมัน แต่สำหรับจงฮยอนเขาก็แค่รักอย่างไม่มีเหตุผล ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้รัก ถึงจะหาคำตอบสักกี่ครั้ง เขาก็ตอบได้แค่คำว่ารักคำเดียวจริงๆ

“โฮ”

เรียวปากบางยกขึ้นเพื่อที่จะอธิบาย แต่คนตัวเล็กก็เอ่ยตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน

“สะใจไหม ที่ผมไปตายแต่รอดกลับมา”

“โฮไม่ได้สนุกนะฮยอน”

คราวนี้มินโฮได้มีโอกาสพูดจนจบประโยค ใครสนุกกันล่ะที่เห็นคนรักไปตาย แค่ได้เห็นว่าจงฮยอนชอนรอดมากลับมาอยู่ตรงหน้าเขาก็ดีใจจนพูดไม่ออกแล้ว เขาไม่รู้จริงๆว่าคนตัวเล็กเกิดอุบัติเหตุ ช่วงก่อนหน้านั้น พ่อกับแม่ก็เงียบไป จงฮยอนก็เงียบไป และผมก็เริ่มมีงานเยอะขึ้น จนไม่ว่างติดต่อกลับไปจริงๆ ผมนึกว่าพวกเขารู้ว่าผมงานยุ่งเลยไม่ได้เอะใจอะไร

“...........”

และเป็นจงอยอนที่เลือกให้ความเงียบเข้ามาสู่ตัวเอง เขาปล่อยให้คนตัวสูงพูดต่อไป เพราะเขาไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ร่างเล็กถอยตัวเองออกไปนั่งที่ปลายเตียง

“บางทีโฮก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง”

ประโยคต่อมาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับนิ่ง เวลาส่วนตัว น่าขำสิ้นดี เวลาส่วนตัวของนายคือการใช้เวลาที่ควรเป็นของผม ไปกับการทำอะไรแบบนั้นกับคนอื่นสินะ บางที่ผมควรจะเดินหน้า ปล่อยวางเรื่องนี้ เดินออกไปจากความเจ็บปวด และผมไม่ขอหันกลับมามองความเจ็บปวดนี้อีกเลย

 “งั้นผมจะปล่อยคุณไป เราเลิกกัน”

“ม ไม่นะ”

คำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินดังออกมาจากร่างเล็กๆนั้นอย่างง่ายดาย มินโฮไม่คิดว่าวันที่พวกเขาจะเลิกกันมันเดินมาถึง และคนที่พูดคำนั้นเป็นที่เขารักหมดหัวใจ รักมากกว่าผู้หญิงคนไหนๆที่เขาเคยนอนมาเสียด้วยซ้ำ
“พอกันทีกับความเจ็บปวด”

จงฮยอนเอ่ยต่อ ถ้อยคำที่ทำให้คนบางคนถึงกับหัวใจแตกสลาย มันคงสาสมกับความผิดเขาและสินะ นายทำตัวเองสินะมินโฮ จะโทษใครไม่ได้เพราะเขาเป็นคนที่ทำแบบนั้นเอง แต่เขาก็อยากจะยื้อไว้
“ไม่ โฮไม่เลิก”

สิ้นคำของคนตัวสูง มินโฮรีบพาร่างตัวเองไปกันหน้าอีกคนที่จะเดินออกจากห้องไป มือหนาพยายามดึงร่างบางไปกอด แต่จงฮยอนกลับเลือกที่จะปัดมืออบอุ่นนั้นทิ้ง และถอยหนี

“แต่ผมจะเลิก อนยูผมรู้นะ ว่านายฟังอยู่ กลับเกาหลีกัน”

เมื่อเห็นว่ามินโฮคงไม่ปล่อยเขาไปจริงๆ  ร่างเล็กเรียกหาคนด้านนอก ชื่อของใครบางคนที่มินโฮไม่อยากจะได้ยินที่สุดในตอนนี้กลับดังขึ้น ประตูบานนั้นเปิดออกพร้อมร่างคนที่จงฮยอนเรียกหา ส่วนอีกสองคนเดินกลับไปนั่งโซฟาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่เกิดขึ้น

“ไม่ได้โปรด ผมรักฮยอนคนเดียวจริงๆนะ”

เขาไม่อยากเสียคนคนนี้ให้ใคร ไม่อยากเสียให้ใครเลยจริงๆ เขาจะพยายามยื้อ ยื้อไว้ให้นานที่สุด ยังไงเขาก็หวังว่าคนตรงหน้าจะไม่ทิ้งเขาไป อย่างที่เราเคยสัญญากันไว้

คนที่สามที่เดนเข้ามาเลือกที่จะยืนนิ่งพิงประตูรอ ปล่อยให้จงฮยอนจัดการเรื่องของตัวเองด้วยตัวเอง เขาไม่อยากจะสอดมือเข้าไปยุ่งด้วยสักเท่าไหร่ เดี๊ยวจะโดนหาว่าเป็นมื้อที่สามทั้งๆที่มันไม่ใช่เลยสักนิดเดียว เขามองไปที่จงฮยอนเหมือนรอฟังว่าจงฮยอนจะพูดอะไรต่อไป คำที่เอ่ยออกมาอีกครั้งเหมือนลิ่มน้ำแข็งที่ทิ่มกลางใจได้เจ็บปวดจริงๆ

“ลองคิดกลับกันดูไหม ถ้าผมเป็นคุณ คุณจะรู้สึกยังไง”
 “.........”

“เงียบทำไมล่ะ บอกผมสิว่าไม่เป็นไร แค่นี้เอง ผมยังทนมาได้ตั้งสองปี บอกสิว่ามากกว่านี้คุณก็ทนได้”
จงฮยอนบอกคนตรงหน้า เขาไม่ได้ขึ้นเสียงให้ดังมากนัก แต่ก็ดังพอที่จะทำให้คนตรงหน้าเขาสะดุ้งไม่น้อยเลย ไม่เห็นมีใครเคยบอกมินโฮไว้เลย ว่าเวลาจงฮยอนพูดแบบนี้มันน่ากลัวที่สุด จงฮยอนโหมดเดวิล

“............”

“ก็แค่นั้นแหล่ะ ลาก่อน”

ร่างเล็กเอ่ยออกมาเหมือนโล่งอกที่ได้ระบายออกไปเสียที เสียงทุ้มๆเอ่ยคำคุ้นหูออกมา เพื่อให้คนที่เขารักที่สุดได้ยิน เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ เขารักจงฮยอนได้เพียงคนเดียวจริงๆ

“ผมรักจงฮยอนมากนะ”

“ไปบอกจูลี่เถอะ”












ลาก่อนความรักที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี
ลาก่อนความเจ็บปวดที่ไม่เคยหายไปไหนสักที
ลาก่อนชเวมินโฮ คนที่ผมเคยรักจนหมดหัวใจ












END














อย่าเพิ่งหาอะไรปาใส่นะ(ขอหาที่หลบแปปนึง)

ไม่อยากให้จบเศร้าจริงๆนะ   (เลยเขียนเศร้าทำไมว่ะ)

มันมีสเป........................

อันนี้บอกไม่ได้ มันเป็นความลับ

ตอนต่อ น่าจะเป็นตอนนี้ที่จบพี่ชายแล้ว

บางที่คนอ่านจะงง คนแต่งก็งง

รีบปั่นสุดชีวิตจริงๆนะเนี่ย

สุดท้ายเลยก็ ขอให้สนุกกับการอ่านจริงๆนะ




5 ความคิดเห็น:

  1. อยากให้จบเเบบมีความสุข อ่ะกลับมารักกันเหมือนเดิม

    ตอบลบ
  2. ขอให้มินโฮเจ็บปวดดูบ้าง โทษฐานทำฮยอนเสียใจมาก เอาอนจงก็ได้นะ 555 จบแบบไหนเค้าก็อ่านได้หมด

    ตอบลบ
  3. ไรอ่าาาาาา ไม่สมหวังหรออออออ
    ไม่นะ อยากให้สมหวัง ไม่สมหวังเเล้วอย่างเศร้าอ่าาาาาาาา T_T
    รอสเปฯอยู่นะ ขอให้รักกันด้วยเถิด

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. รักกันแน่ แต่จะเป็นแบบไหน รอดูสเปกันนะ

      ลบ
    2. รอแน่นอนค่าาาา :-P

      ลบ