วันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557

SF ไม่ได้…หายไป

SF ไม่ได้…หายไป





{ SF SHINee } [ MINHO&JONGHYUN ] 

HOHYUN 


PG -13




BY VACASKA










ผมคือ คิมจงฮยอน

ตาหวานใสจ้องมองเเผ่นหลังคนรักที่ตัวเองกอดอยู่ ความอบอุ่นที่เคยได้รับกำลังลดน้อยลงเมื่อร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงนอน ไม่เเม้เเต่หันหน้ามองร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงเดียวกัน

ไม่เห็นอุ่นเลย อ้อมกอดของตัวเอง ร่างบางเอ่ยในใจ เขาได้เเต่กอดคนตัวสูงที่ไม่เคยกอดตอบมาหลายปีเเล้วนะ นายเป็นอะไรมินโฮ

ขายาวๆก้าวเข้าไปในห้องน้ำ โดยไม่สนใจคนตัวเล็กที่กำลังลุกขึ้นมาจากเตียงเสียด้วยซ้ำ

นายไม่เหมือนเดิม : <

เมื่อไร เขาจะเลิกทำเหมือนเราไม่มีตัวตนสักที ร่างบางนิ่งคิด 

มองดูทุกการกระทำของร่างสูง ที่กำลังจะเดินออกจากห้องไป 

ไม่เเม้เเต่จะทักทาย

ไม่เเม้เเต่จะหันมามอง

ไม่รู้ว่ากี่ครั้งเเล้ว ที่เขาร้องไห้ในตอนตื่นนอน มองดูคนรักทำท่าที่เย็นชา เฉยเมย

ร่างบางเดินตามหลังร่างสูงไม่ห่าง มือนิ่มนุ่มเอื้อมไปกุมที่มือใหญ่อย่างเช่นเคย 

ร่างสูงไม่ได้ว่าอะไร มีเพียงเเค่เขาเท่านั้นที่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างข้างคนรักอย่างอบอุ่น

"มินโฮยา เเวะร้านนั้นกันหน่อยน้า"ร่างบางหันมาเอ่ยร่างสูงอย่างออดอ้อน

เเต่คนข้างกายกลับเงียบ ไม่ยอมตอบคำถามเเต่กลับเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีท่าทีใส่ใจคนข้างกายเลยสัก
นิด เเม้เเต่จะหันมามอง

คนที่เอ่ยประโยคเมื่อครู่จึงเงียบไป เมื่อร่างสูงนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถาม หน้าหวานก้มลงอย่างเศร้าใจ

ถึงเเม้จะเดินไปด้วยกัน เเต่เหมือนว่าไม่ได้เดินไปด้วยกัน

ถึงชวนคุยหลายครั้ง เเต่เหมือนคนข้างกายไม่เคยสนใจหันมาคุย

ถึงเเม้จะร้องไห้ให้เห็น เเต่เหมือนอีกคนไม่เคยสนใจ เเม้เเต่จะหันมอง

ไม่เคยถาม 

ไม่เคยตอบ

ไม่เคยหันมามอง……เลยสักครั้ง

ร่างสูงหันมามองด้านข้างเเวบนึง

เเต่กลับทำให้ใครอีกคนรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ที่คนข้างกายสนใจตัวเองเเม้สักนิดก็ยังดี

มือนุ่มนิ่มที่กุมมือใหญ่บีบเบาๆให้อีกคนอย่างรู้สึกดี

ร่างสูงเดินเเวะร้านขนมที่เป็นทางผ่านกลับบ้านเเทนการเเวะร้านที่ร่างเล็กชวน ก่อนเดินนำเข้าไปด้านในเเละเลือกนั่งที่ประจำของตน

คนตัวเล็กยิ้มอย่างดีใจ ที่ร่างสูงยังคงจำได้ว่าที่นี่เป็นร้านขนมที่เขาชอบเเวะบ่อยๆ

หลังสั่งรายการเรียบร้อย ร่างสูงก็เหม่อมองไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง

ร่างบางมองคนตรงข้ามอย่างอบอุ่น ถึงเเม้จะไม่พูดเเต่เขาก็รู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าเเคร์เขาเสมอ

มือเรียวถือถ้วยกาเเฟมอคค่าของโปรดขึ้นจิบ ตาคมมองที่ร่างบางตรงหน้าอย่างเศร้าสร้อย

ใบหน้าสวยเงยขึ้นจากจานขนม เเววตาเศร้าของคนรักมองมาที่เขา จนอดหวั่นใจไม่ได้

นายเป็นอะไร มินโฮ คำถามที่ได้เเต่คิดอยู่ในใจ ไม่กล้าเอ่ยออกไปเพราะกลัวคำตอบว่า สักวันหนึ่งคนตรงหน้าจะทิ้งเขาไป

"พี่ครับคิดถึงจังเลย"ร่างสูงเอ่ยเสียงเศร้าเบาๆ

สิ้นเสียงทุ้มนั้น ร่างบางมองคนตรงหน้าอย่างงง นายเป็นอะไรกันมินโฮยา

"ทานให้อร่อยนะครับ"ร่างสูงเอ่ยเบาๆเหมือนพืมพำ

เเต่ร่างเล็กที่อยู่ตรงข้ามก็ได้ยินอยู่ดี ถึงจะเเค่พืมพำเบาๆเเต่ร่างเล็กดีใจ เเก้มทั้งสองข้างขึ้นสีเรื่ออย่างน่ารัก มุมปากยกยิ้มกว่าอย่างน่าเอ็นดู

"ครับๆ มินโฮยา"ร่างเล็กเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี 

ร่างบางเดินเข้าห้องน้ำต่อร่างสูงที่เดินสวนออกมา เขายิ้มไม่หุบตั้งเเต่อยู่ในร้านเเล้วล่ะ 





















ร่างสูงเดินสวนออกมา พร้อมกับเดินออกจากห้อง ไม่ได้หันกลับมามองคนตัวเล็กเลยสักนิด

หลังอาบน้ำเสร็จร่างบางก็เดินออกมาด้านนอก มองาคนตัวสูงที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงไหน ก่อนจะพบคนรัก นั่งคุยกับใครบ้างคนที่โซฟา 

ร่างบางจึงเดินไปนั่งข้างๆทันที พร้อมมองดูคนที่มาคุยกับร่างสูง

ก็พบกับสองพี่น้องที่รู้จักกันดี พี่อนยูกับน้องเเทมิน

ร่างบางยิ้มให้คนทั้งสองอย่างดีใจ เเต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่ได้สนใจเลยทั้งยังพูดคุยกับร่างสูงต่ออีกด้วย รวม
ถึงมินโฮที่ไม่เเม้เเต่จะหันมามองเขาที่นั่งข้างกัน ร่างบางจึงได้เเต่หุบยิ้มเเละฟังบทสนทนา

"พี่มินโฮสบายดีใช่มั้ยครับ"เเทมินเอ่ยถาม เขากับพี่ชายมักจะเเวะมาเยี่ยมพี่มินโฮบ่อยๆ เพราะมีใครคนนึ่งขอเอาไว้ ว่าให้มาทุกวัน

มินโฮก็ต้องสบายดีอยู่เเล้วสิ เเทมินถามเเปลกจัง ฟังไปฟังมาก็ยิ่งงง 

"…สบาย…ดี"ร่างสูงตอบ

"พี่มินโฮ ยังรออยู่ใช่ไหม"เสียงเเทมินถามต่อ

รอใคร มินโฮรอใคร ไม่เห็นมินโฮยาบอกว่ารอใครเลยนี่นา

"อืม"ร่างสูงเอ่ยตอบกลับ เสียงเบา ตาคมเหม่อมองไปด้านหน้าอย่างเลื่อนลอย

คำตอบที่ได้ยิน ทำเอาร่างบางยิ่งงงเข้าไปอีก

"…อีกไม่กี่วันเอง"อนยูเอ่ยบอกในสิ่งที่เข้าใจกันเพียงเเค่สามคน ที่คนนั้นจะกลับมา กลับมาพร้อมอะไรบางอย่าง

"…ครับ"ร่างสูงขานรับอย่างเข้าใจ นานเกินไปเเล้วที่ปล่อยให้เขารอ ถ้ากลับมาเมื่อไรจะทำให้เดินไม่ได้เลยคอยดูซิ

มันชักจะงงขึ้นทุกทีนะ รอใคร ไม่กี่วัน พี่คุยอะไรกันครับ บอกฮยอนได้มั้ย ร่างบางเอ่ยในใจ

"ไปเที่ยวกันหน่อยไหม"เเทมินเอ่ยชวน ใบหน้าวานฝืนยิ้มออกมาอย่างร่าเริง พี่ครับผมขอโทษ

"ขอผ่านได้ไหมครับ"ร่างสูงเอ่ยปฏิเสธคำชวนเสียงนุ่ม เขาอยากอยู่ที่นี่ กับพี่จงฮยอน

ร่างบางเเอบยิ้ม วันนี้มิโนจานอนนอนกอดผมสินะ ร่างบางเอ่ยในใจ เเละยิ้มใ้ห้คนข้างๆที่ไม่ได้สนใจตัวเอง เพียงเเค่คำพูดเเค่นั้นก็ทำเอาผมยิ้มเเล้ว บ้าจริง ><

"เปลี่ยนบรรยากาศบ้างเถอะครับ ผมขอนะ"เเทมินอ้อนต่อ พี่ครับไปเถอะนะ ผมจาร้องไห้อยู่เเล้วTT

"ผม"ร่างสูงเอ่ยพลางล่ะคำตอบ เขาไม่อยากไป

"นายเเน่ใจนะ ว่าคืนนี้จะไม่นอนตอนเช้า"อนยูเอ่ยต่อ เขารู้ดีว่ามินโฮนอนไม่หลับเพราะเจ้าตัวจะโทรมาเขาตอนตีสามบ่อยๆชวนคุยจนหลับคาโทรศัพท์เเทบทุกคืน มันไม่รบกวนเขาเท่าไหร่เพราะเขาเข้าใจ

นอนตอนเช้า เกี่ยวอะไร ฮยอนงง ผมไม่เคยรู้สึกเลยว่ามิโนลุกจากเตียงไปคุยโทรศัพท์ตอนไหน

"ผมเเค่"อยากอยู่ที่นี่

"นายทรมาณตัวเองมากไปเเล้วนะมินโฮ"อนยูเอ่ยต่อทำไมเขาจะไม่รู้ ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่เคยเข้มเเข็งตอนนี้เเสดงความอ่อนเเอออกมาให้กับจงฮยอน เขารู้ว่ามันเจ็บ จงฮยอนทำเกินไปจริงๆ

พี่ฝืนตัวเองนะรู้ไหม พี่มินโฮ เเทมินคิดในใจ

"ครับ รอเเปปนึง ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ"ร่างสูงเอ่ยตอบหลังคนทั้งสองเอ่ยชวนอยู่นาน เขาก็อยากอยู่ที่นี่เเต่ถ้าทั้งสองคนชวนขนาดนี้ คงจะปฏิเสธไม่ลง พี่จงฮยอนผมขอโทษนะ

ร่างบางเดินตามคนตัวสูงเข้า
ไปในห้องนอน

"มินโฮจะไปจริงๆเหรอ"ร่างบางเอ่ยถามร่างสูงเสียงเบา

ไร้คำตอบใดที่จะหลุดออกมาจากปากหยักได้รูปบนหน้าคมนั้น

เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงไม่ลืมที่จะเอ่ยส่องกระจกพร้อมกับเอ่ยๆเบา

"พี่ครับ ผมไปข้างนอกกับพี่อนยูเเละเเทมินนะ"เสียงนั้นทั้งเบาเเละเศร้าไปพร้อมกัน จนคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังคนตัวสูงเเทบจะงงเเละเสียใจไปพร้อมกัน

ผมงงที่เสียงนั้นเศร้า ผมเสียใจที่เขาทิ้งผมไว้คนเดียว

ร่างบางเดินออกไปปิดไฟเเล้วเข้านอน

มือบางเอื้อมไปลูบที่นอนข้างๆเเผ่วเบา

รีบกลับมานะ มินโฮยา ร่างบางเอ่ยในใจ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา























ผมคือ ชเว มินโฮ

ข้างกายผมมันว่างเกินไปเเล้ว

ตื่นขึ้นมาเพียงลำพังกี่ครั้งก็ยังไม่ชินสักที

ผมคงต้องทำกิจวัตรของตัวเองก่อนไปเรียนทุกวัน

ทุกวัน…เพียงลำพัง

นานเท่าไหร่เเล้วนะ ที่พี่จงฮยอนไปอยู่ที่ต่างประเทศ

ฝากบอกกลับมาเเค่ว่า เเล้วพี่จะกลับมา

ผมต้องรออีกนานเเค่ไหน

พี่ตอบผมได้ไหม 

วันนี้ก็เหมือนทุกวัน 

ผมเดินกลับบ้านเพียงลำพัง

มองดูด้านข้างที่เคยมีคนเดินเคียงข้าง

อ่อนเเอ คำนี้เอ่ยย้ำเตือนความเป็นจริง ตั้งเเต่วันที่พี่เขาไม่ได้อยู่กับผม ทั้งๆที่เมื่อก่อนผมก็ยังอยู่เพียงลำพังได้ เเต่พอมีพี่จงฮยอนคนนั้น ความเข้มเเข็งที่เคยมียามต้องอยู่คนเดียวมันหายไปเเล้ว หายไปกับพี่จงฮยอน

อยู่ดีๆก็อยากเดินเข้าไปร้านนั่น ร้านขนมที่พี่จงฮยอนชอบทานบ่อยๆ สองขาเดินตามเสียงอย่างใจนึก รู้ตัวอีกทีก็นั่งลงที่ประจำเสียเเล้ว

ผมสั่งมอคค่าของโปรดเเละไม่ลืมของที่พี่จงฮยอนชอบทาน ชีสเค้กสีขาว ด้านบนมีลูกสตอเบอร์รี่กลมๆอวบอิ่มวางเหนือครีมสีขาวนุ่มฟูในจานเดิม

ไม่นานพนักงานสาวก็เดินมาวางของทั้งสองลงตรงหน้าผม มือเรียววางจานนั้นลงฝั่งตรงข้าม

ผมอ่อนเเอ ผมบอกกับตัวเองบ่อยๆ เเล้วมองไปด้านนอกกระจก

กาเเฟรสโปรดมันรู้สึกไม่อร่อยเอาเสียเลย ตาคมมองไปฝั่งตรงข้าม เอ่ยกับตัวเองเบาๆ

"พี่ครับคิดถึงจังเลย" ประโยคนั้นที่เรียกรอยยิ้มเเละเเก้มทั้งสองข้างให้เเดงขึ้นจากพี่จงฮยอนได้เป็นอย่างดี ร่างบางที่เคยเขินต่อหน้าเขา เป็นเพียงเเค่ภาพสีเทาจางๆในความคิด

"ทานให้อร่อยนะครับ"ร่างสูงเอ่ยเบาๆกับตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะยกกาเเฟของโปรดขึ้นทานต่อ

จานที่วางตรงข้ามยังคงเหมือนเดิม

มีเพียงของเหลวในเเก้วเท่านั้นที่หมดไป

เขาวางเงินลงบนโต๊ะเเละเดินออกไปจากร้าน

พนักงานที่เดินมาเก็บจานที่วางอยู่ด้วยความสงสัย เมื่อก่อนเห็นมากันสองคน เเต่ตอนนี้มีเพียงคนเดียวอีกคนคงจะทิ้งไปเเล้วสินะ

ผมกลับมาถึงห้อง ห้องที่ผมอยู่กับพี่จงฮยอน

อาบน้ำ เเต่งตัวเสร็จ ก็เดินออกมาเพื่อดูทีวี

เปิดดูไปเรื่อยๆ รายการอะไรไม่รู้ รู้ว่ามันไม่ได้เข้ามาในสมองเขาเลยสักนิด ดูเหมือนทีวีจะดูคนเเทนคนดูทีวีเสียเเล้ว

จนมีเสียงคนเข้ามาจึงปิดมันลงซะ

เเทมินกับพี่อนยู สองพี่น้องที่สนิทกันกับพี่จงฮยอน 

เดินมานั่งที่โซฟากับผม มาทุกวันเเบบนี้ไม่เบื่อหรือไงนะ

เเต่ก็ดีนะ ผมจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว : (

"พี่มินโฮสบายดีใช่มั้ยครับ"เเทมินเอ่ยถาม เขากับพี่ชายมักจะเเวะมาเยี่ยมพี่มินโฮบ่อยๆ เพราะมีใครคนนนึงขอเอาไว้ ว่าให้มาทุกวัน

"…สบาย…ดี"ผมตอบอย่างเบาๆ

"พี่มินโฮ ยังรออยู่ใช่ไหม"เสียงเเทมินถามต่อ คำถามที่ถามทุกวัน

"อืม"ผมก็ตอบไปเช่นเดิมทุกวัน ผมรอ…รอไปอย่างไม่มีจุดหมาย

"…อีกไม่กี่วันเอง"อนยูเอ่ยบอกในสิ่งที่เข้าใจกันเพียงเเค่สามคน ที่คนนั้นจะกลับมา กลับมาพร้อมอะไรบางอย่าง

"…ครับ"ร่างสูงขานรับอย่างเข้าใจ นานเกินไปเเล้วที่ปล่อยให้เขารอ ถ้ากลับมาเมื่อไรจะทำให้เดินไม่ได้เลยคอยดูซิ 

อยากร้องไห้ออกมาดังๆสักที ผมอยู่ผ่านคืนวันอันโหดร้ายนั่นมาได้ยังไงตั้งสามปี

"ไปเที่ยวกันหน่อยไหม"เเทมินเอ่ยชวน ใบหน้าหวานฝืนยิ้มออกมาอย่างร่าเริง 

พี่มินโฮครับผมขอโทษ เเทมินเอ่ยในใจ

"ขอผ่านได้ไหมครับ"ร่างสูงเอ่ยปฏิเสธคำชวนเสียงนุ่ม เขาอยากอยู่ที่นี่ กับเงาของพี่จงฮยอน

"เปลี่ยนบรรยากาศบ้างเถอะครับ ผมขอนะ"เเทมินอ้อนต่อ ไปเที่ยว พักผ่อนเสียบ้าง พี่จงฮยอนเขาเป็นห่วงนะ ถึงจะ……เเล้วก็ตาม

"ผม"ร่างสูงเอ่ยพลางล่ะคำตอบ เขาไม่อยากไป

"นายเเน่ใจนะ ว่าคืนนี้จะไม่นอนตอนเช้า"อนยูเอ่ยต่อ เขารู้ดีว่ามินโฮนอนไม่หลับเพราะเจ้าตัวจะโทรมาเขาตอนตีสามบ่อยๆชวนคุยจนหลับคาโทรศัพท์เเทบทุกคืน มันไม่รบกวนเขาเท่าไหร่เพราะเขาเข้าใจ

"ผมเเค่"อยากอยู่ที่นี่ ดูรอยยิ้มก่อนนอนของพี่จงฮยอน 

"นายทรมาณตัวเองมากไปเเล้วนะมินโฮ"อนยูเอ่ยต่อทำไมเขาจะไม่รู้ ร่างสูงมองคนตรงหน้าที่เคยเข้มเเข็งตอนนี้เเสดงความอ่อนเเอออกมาให้กับจงฮยอน เขารู้ว่ามันเจ็บ จงฮยอนทำเกินไปจริงๆ

พี่ฝืนตัวเองนะรู้ไหม พี่มินโฮ เเทมินคิดในใจ

"ครับ รอเเปปนึง ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ"ร่างสูงเอ่ยตอบหลังคนทั้งสองเอ่ยชวนอยู่นาน เขาก็อยากอยู่ที่นี่เเต่ถ้าทั้งสองคนชวนขนาดนี้ คงจะปฏิเสธไม่ลง พี่จงฮยอนผมขอโทษนะที่คืนนี้ผมทิ้งพี่ไว้คนเดียว ร่างสูงเอ่ยกระซิบในใจ พลางมองไปที่เตียงของตัวเอง

วันที่รอคอยเพียงลำพังได้สิ้นสุดเสียที 

วันเกิดผม

วันนี้ที่เหมือนทุกปี ผมจะเดินไปซื้อเค้กเเละของทานเล่นนิดหน่อยกลับมาบ้าน ทุกปีที่พี่อนยูเเละเเทมินจะมาร่วมงานกับผม ทั้งๆคนที่ผมอยากให้มาก็ไม่กลับมาซักที

ผมจัดของลงบนโต๊ะในช่วงเย็

เเปลกว่าทุกที ที่พี่อนยูบอกว่ามีธุระ ส่วนเเทมินก็โทรมาบอกว่าติดเรียน

ผมคงต้องอยู่รอฉลองกับพี่จงฮยอนเสียเเล้ว

เสียงโทรศัพท์ในห้องที่จู่ๆก็ดังขึ้น ทำเอาร่างสูงต้องหันไปมอง

"ครับ จะลงไปรับเดี๊ยวนี้ครับ"ร่างสูงตอบกลับไปเรียบๆ

โทรศัพท์จากพนักงานเคาว์เตอร์

บอกให้เขาลงไป รับของที่ด้านล่าง

ผมมองดูกล่องที่รับมา มันเอ่อใหญ่เหมือนกันเเฮะเป็นกล่องของขวัญ

หน้ากล่องมีการ์ดห้อยเอาไว้ จากพี่จงฮยอน เเค่นี้ผมก็อดยิ้มไม่ได้เเล้ว

ร่างสูงรีบพาตัวเองไปยังห้องที่อยู่ชั้นเก้า

มือเรียววางกล่องลงบนโต๊ะ พร้อมกับใจเต้นเร็วรัวอย่างตื่นเต้น

กล่องสีน้ำเงินเข้มขนาดใหญ่ วางอยู่บนโต๊ะ หน้าโซฟา

ค่อยๆบรรจง เเกะห่อกระดาษออกมาอย่างเบามือ

กล่องใบใหญ่ บรรจุกล่องของขวัญอีกสี่ขนาดพอดีวางเรียงกันอยู่

มีโน๊ตสีเหลืองอ่อนๆ บอกว่าต้องเเกะกล่องไหนก่อน

กล่องสีชมพูน่ารักๆอันเเรก มีโน๊ตว่า กล่องเเรกนะ "มินโฮ ขอให้มีสุขภาพเเข็งเเรง ถึงพี่จะไม่ได้ทำเองเเต่พี่ก็ตั้งใจมอบให้นายคนเดียวนะ"

เขาอ่านโน๊ตที่วางบนโต๊ะไปด้วย เเกะของบนโต๊ะไปด้วย

ผ้าพันคอสีเข้ม กับหมวกใบเล็กที่มาคู่กัน วางอยู่ในกล่อง

ขอบคุณครับพี่จงฮยอน ผมจะดูเเลมันอย่างดีเลย

กล่องด้านข้างขวา สีเหลืองสดใส กับโน๊ตที่บอกว่า "เวลามันเดินเร็วเกินไปจริงๆ พี่คิดถึงนายจังเลย"

ด้านในกล่องมีนาฬิกาทรายสีขาวใส เหนือเเก้วกลมมีรอยสลักอยู่ ดูเหมือนเจ้าตัวจะตั้งใจสั่งทำเป็นพิเศษ

K.JH LOVE C.MH FOREVER

ทำเอาผมอดยิ้มไม่ได้

ด้านล่างของกล่องสีชมพู เป็นกล่องสีเขียวสดใส มีโน๊ตเขียนว่า "ความทรงจำที่ไม่เคยลืม" 

ของในกล่องเป็น……รูปที่เราสองคนถ่ายด้วยกันตั้งเเต่เราทั้งสองเจอกันครั้งเเรก

ไม่สิ ต้องบอกว่าพี่เขาเจอผมก่อนซะอีกบางรูปเป็นรูปที่เเอบถ่ายอยู่เลย

เอ๋ รูปนี้ตอนที่ผมรับน้องอยู่เลย โอ๊ยจำได้ว่าวันนั้นหน้าผมโคตรตลกอ่ะ 

พี่เขาไปเเอบถ่ายตอนไหนเนี่ย โอ๊ยผมอายไปหมดเเล้วนะ หน้าผมอ่ะเลอะด้วยสีป้ายเเก้มทั้งสองข้างไปหมดเเถมยังโดนเขียนหน้าอีก ><

ผมเห็นรูปที่พี่จงฮยอนโดนรับน้องด้วยเเฮะ ถึงจะเลอะขนาดไหน พี่ฮยอนก็ยังน่ารัก

โดนวาดหน้าเป็นหมาน้อย เเละยังทำท่าทางเหมือนเเบบนั้นอีก

มือสองข้างยกขึ้นมางอเล็กน้อยเหมือนหมาตัวเล็ก อ่าน่ารักชะมัด 

ไว้ยังมีเวลาดูอีกเยอะ

กล่องสุดท้าย สีขาวสะอาดตาลายกลีบกุหลาบ ไม่มีโน๊ตบนกล่อง

เปิดออกมามีเพียงจดหมาย เเละเเผ่นซีดีหนึ่งเเผ่นเท่านั้น

บนซองเขียนว่า พี่จงฮยอน 

ถึงมิโน

"นายคงจะคิดถึงพี่อยู่ซินะ"

พี่รู้ได้ไง

"อย่ายู่ปากเเบบนั้นซิมิโน"

ผมไม่ได้ทำซักหน่อย ร่างสูงเถียงในใจ เเต่ก็ยู่ปากตามที่เขียนจริงๆนั้นเเหล่ะ

"ถ้านายได้อ่าน เเสดงว่าวันนี้เป็นวันที่นายเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมสินะ ไม่ใช่ว่าไร้เหตุผลเหมือนเดิมนะ"

ครับพี่ผมกำลังอ่านอยู่ เเละผมก็สูงขึ้นอีกด้วยนะ อ่อเเล้วผมทำตัวไร้เหตุผลตอนไหน เเค่หวงพี่จงฮยอนจนชกพี่คนนั้นเลือดกบปากเท่านั้นเองนะ ผมไม่ได้ไร้เหตุผลซะหน่อย

"วันนี้ก็ผ่านมาครบห้าปีเเล้วนะ ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา พี่มีความสุขมากๆเลย"

พี่ครับผมก็มีความสุขที่ได้อยู่กับพี่

"นายอย่าลืมรักษาสุขภาพของตัวเองดีๆล่ะ พี่เป็นห่วงนะ นายน่ะชอบลืมของนู่นนี่อยู่เรื่อย"

ผมไม่ลืมเเล้วนะ เพราะพี่นั้นเเหล่ะ

"อย่าลืมไปเยี่ยมพี่บ่อยๆด้วยล่ะ พี่รออยู่นะ

ลืมไปเยี่ยม เยี่ยมที่ไหน

"พี่อยู่กับนายตลอดเวลานะ"

อยู่กับผม เเอบอยู่ส่วนไหนของห้องหรือเปล่าเนี่ย

"ไม่ได้ทิ้งนายไปไหน"

ไม่ได้ท้ิงไปไหน ร่างสูงทวนตัวอักษรที่เขียน ย้ำในใจ

"พี่รักนายเสมอนะ อย่าลืมล่ะ ว่าจงฮยอนคนนี้รักมินโฮเสมอ"

ถึงจะเเค่สั้นๆเเต่ตอนนี้ผมยิ้มได้เเล้วล่ะ

"ปล.ดูของใต้กล่องด้วย ห้ามร้องไห้นะ ยิ้มด้วยล่ะ"

ทำไมผมต้องร้องไห้ด้วยล่ะครับ เเค่อ่านจดหมายเอง

อืม ใต้กล่อง ผมเเกะดูทุกกล่องเเล้วนะ กล่องใหญ่นี่หรือเปล่านะ

มือเรียวหยิบกล่องทั้งสี่ออกมาวางด้านนอก มีซองใส่เอกสารสีน้ำตาลวางอยู่

ผมหยิบออกมา ด้านใต้ซองเป็นภาพวาดที่ผมยืนยิ้มชูสองนิ้วคู่พี่จงฮยอนอยู่ ในกรอบรูปสีเข้ม

ลายเซ็นที่เขียนตรงมุมนั้นล่างด้านขวา ทำให้รู้ว่าพี่เขาเป็นวาดรูปนี้ขึ้นด้วยตัวเอง

วาดขึ้นเมื่อสามปีก่อน……

ผมมองอย่างงง สามปีก่อน เเต่ส่งวันนี้ พี่เขาคงเเกล้งผมเเน่ๆเลย ผมเอ่ยกับตัวเองเเละอมยิ้มในความขี้เล่นของพี่จงฮยอน

ผมละสายตาจากรูป มาเเกะซองสีน้ำตาลในมือ

เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับโรงพยาบาล

ห้ามร้องไห้นะ ยิ้มด้วยล่ะ คำนี้ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อผมไล่สายตาอ่านเอกสารดังกล่าว

.

.

.

.

การบริจาคหัวใจเเละเลือด

ลงชื่อคิม จงฮยอน

.

.

.

.

.

.

ให้……ชเว มินโฮ

หยดน้ำตาที่จู่ๆก็ไหลมาเเบบไม่รู้ตัว ทั้งๆที่เขากำลังยิ้มอยู่เเท้ๆ

พี่เขาบอกไห้ยิ้มเขาก็จะยิ้ม พี่เขาบอกไม่ให้ร้องไห้เขาก็ไม่ร้อง

เเต่พี่ไม่ได้บอกว่าห้ามยิ้มทั้งน้ำตา……จริงไหม

ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน

ผมกับพี่จงฮยอนกำลังเดินกลับบ้านด้วยกัน 

ผมเห็นรถคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วกำลังจะชนพี่จงฮยอน 

เเต่ผมผลักพี่เขาให้หลบไปเเละยังไม่ทันที่จะได้วิ่งตามไป กลับโดนชนเสียเอง

ผมได้ยินเสียงพี่เขาเรียกผมตลอดทาง 

ตั้งเเต่ที่เกิดเหตุจนถึงโรงพยาบาล

ผมเสียเลือดมาก หัวใจผมกำลังจะหยุดเต้น

หมอได้เพียงประคองชีวิตผมเอาไว้ 

ได้ยินเพียงเลือนลางว่า มีคนบริจาคหัวใจให้ผมพร้อมเลือด 

ผมดีใจมาก คิดขอบคุณคนนั้นอยู่ในใจ ผมโชคดีที่มีคนบริจาคให้เหมือนรู้ว่าผมต้องการ

ผมรอดจากเหตุการณ์ ได้อย่างปฏิหารย์

ผมพักฟื้นอยู่หลายวันกว่าจะได้สติ

ผมเฝ้าถามทั้งหมอเเละพยาบาลว่าใครเป็นคนบริจาคให้ เเต่คำตอบที่ได้คือ เขาขอให้หมอปิดเอาไว้เป็นความลับ เมื่อถึงเวลา ก็จะรู้เอง

ผมนอนพักฟื้นอยู่หลายวัน โดยมีเพียงเเทมินเเละพี่อนยูมาเยี่ยมทุกวัน

ไร้วี่เเวว คนตัวเล็ก

พอถามคนทั้งสองที่มาเยี่ยม ก็มักจะตอบว่า พี่จงฮยอนมีเรื่องไปต่างประเทศกระทันหัน

ผมก็งงนะพี่เขาจะไปต่างประเทศเพื่ออะไร

ถามไป ก็ตอบมาว่า ญาติพี่เขารับไปงานศพพ่อกับเเม่ที่ต่างประเทศ

เเต่พี่เขาไม่มีพ่อเเม่ สักหน่อย 

เเต่พี่อนยูกับเเทมินก็พูดซะผมเชื่อเลยทีเดียว

เพราะมีเสียงมายืนยัน เทปอัดเสียงกล่องนั้น

"พี่ขอโทษนะ ที่อยู่เฝ้ามินโฮไม่ได้ พี่เพิ่งรู้ว่า พ่อเเม่พี่มีชีวิตอยู่ เเละเสียกระทันหัน พี่น้องเลยมารับพี่ให้ไปงานของเขาสองคนน่ะ อย่าโกรธกันนะ"เทปที่อัดเสียงสดใสดังออกมาให้ได้ยิน 

เเต่ผมรู้สึกได้ว่าเสียงมันสั่นๆนะ เหมือนร้องไห้

หลังจากได้ออกจากโรงพยาบาล ก็ยังไม่มีวี่เเววของพี่ตัวเล็กเลยสักนิด

พี่อนยูกับเเทมินบอกว่า พี่จงฮยอนยังทำธุระทางนั้นยังไม่เรียบร้อย

ผมไปเรียนตามปกติ ทุกวัน

เเละคนที่เข้ามาคุยด้วยบ่อยๆก็คือสองพี่น้องลีเเทมินกับลีจุนกิ

ผมรู้เเล้วว่าทำไมพี่เขาไม่มาเยี่ยมผม

ผมรู้เเล้วว่าทำไมพี่อนยูกับเเทมินถึงได้ทำหน้าเศร้าทุกครั้งที่ผมถามถึงพี่จงฮยอน

ผมรู้เเล้ว……ว่าพี่เขาจากไปเเล้ว

เหลือเพียงเลือดเเละหัวใจ ที่กำลังทำหน้าที่ของมันในร่างกายผม

เเทนใครบ้างคนที่จากผมไปเเล้ว

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเมื่อผมกำลังปล่อยหยดน้ำอุ่นให้ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง

"ครับ มืนโฮถือสายครับ"

"ไม่เป็นไรใช่ไหม พี่มินโฮ"เสียงเเทมินดังมาตามสาย

"ไปด้วยกันไหม ไปเยี่ยมจงฮยอน"พี่อนยูเอ่ยถาม อย่างเข้าใจ (ไม่รู้ว่าโผล่มาได้ไง)

"ครับ"ผมตอบอย่างเลื่อนลอย

"พี่รออยู่ด้านล่าง รีบลงมาล่ะ"พี่อนยูเอ่ยกำชับ

"ครับ"ผมตอบอีกครั้ง 

มือเรียววางซองลงบนโต๊ะเเล้วเดินไปเปลื่ยนชุด

ก่อนออกมาเขาไม่ลืมหยิบกล่องของขวัญของตัวเองลงมาด้วย

ป้ายหลุมศพสีขาวสะอาดตา

เเสดงเหมือนมีใครมาที่นี่เเล้วทำความสะอาดมันบ่อยๆ

มีทั้งช่อดอกไม้ ของทานเล่นวางอยู่ รวมทั้งชื่อที่สลักลงบนเเผ่นหิน

คิม จงฮยอน

ผมร้องไห้ไม่หยุด ไม่ยอมคุยกับเเทมินเเละพี่อนยูตลอดทางที่มาที่นี่

ขาเรียวยาวก้าวเดินตามหลังทั้งสองอยู่ไม่ห่าง

รอยยิ้มสดใสที่หาไม่ได้อีกเเล้วของพี่จงฮยอน

เป็นเพียงภาพความทรงจำสีจาง 

"พี่ครับผมมาเยี่ยมเเล้วนะ"ร่างสูงเอ่ยกับป้ายหลุมศพอย่างอ่อนโยน

มือเรียวปาดหยดน้ำตาที่ยังคงไหลออกมาไม่หยุดพร้อมทั้งยิ้มให้กับป้ายหลุมตรงหน้า

"ผมไม่ได้ร้องไห้นะครับ ผมยิ้มตามที่พี่ขอเเล้วนะ"ร่างสูงเอ่ยบอกต่อไป

อนยูโอบน้องชายที่กำลังร้องไห้กับคนที่นั่งลงตรงหน้าป้าย

"พี่ใจร้าย ฮึก ที่ทิ้งผมไว้ ฮึก คนเดียว"ร่างสูงเอ่ย พร้อมสะอื้นเบาๆ

"ฮือ"เสียงน้องชายที่จู่ๆก็ดังขึ้นทำเอาอนยูรียลูบหัวโอบน้องชายออกมาจากที่ตรงนั้นเเทบไม่ทัน

น้องชายเขามักจะเป็นเเบบนี้เสมอ 

ร้องไห้ทุกครั้ง ที่มาเยี่ยมจงฮยอน

ถ้าถามว่าทำไม ผมถึงไม่ร้องบ้างเหรอ

ผมตอบได้ว่า น้ำตาของผมมันหายไปหมดเเล้ว ร้องไห้จนไม่เหลือน้ำตาที่จะร้องเเล้วน่ะสิ

ถ้าถามว่าทำไม ผมถึงไม่ห้ามจงฮยอนน่ะเหรอ

ผมตอบว่า ห้ามเเล้วเเต่น้องไม่ฟัง เเถมยังขอให้ปิดมินโฮอีก

ผมกับน้องชายทรมาณไม่น้อยไปกว่ามินโฮหรอกนะ

ที่ต้องหลอกเจ้าตัวว่าอีกคนยังมีชีวิตอยู่ ทั้งๆคำตอบคือเขาหายไปจากโลกนี้นานเเล้ว……สามปี

เพราะกลัวว่ามินโฮจะยังไม่หายดี เจ้าตัวเลยขอให้เขาเก็บเป็นความลับ

เพราะกลัวว่ามินโฮจะรับไม่ได้ เจ้าตัวเลยสั่งให้ผมเตรียมการไว้ล่วงหน้า

เพราะรักมาก เลยทำทุกอย่าง

ให้คนที่รักที่สุดเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่……บนโลกใบนี้ของตัวเอง

นายสบายดีไหม จงฮยอน 

พี่กับเเทมิน เเละมินโฮคิดถึงนายเสมอนะ

ร่างสูงที่โอบน้องชายขยับปากเอ่ยไปกับสายลมที่พัดผ่าน

เพื่อมันจะไปถึงใครบ้างคน ที่เขากำลังคิดถึงอยู่ตอนนี้

"พี่จงฮยอน ผมรักพี่นะ รักเสมอไป เเม้พี่จะไม่อยู่ให้ผมบอกรักเเล้วก็ตาม"

น้ำตาที่ไหลไม่หยุดทำเอาร่างสูงต้องรีบเช็ดออกไป 

ใบหน้าคมยิ้มอย่างมีความสุข ตามคำขอของคนรักที่ว่าห้ามร้องไห้

"พี่ครับ เเต่งงานกับผมนะ"ร่างสูงเอ่ยกระซิบไปกับสายลม

มือเรียวหยิบกล่องของขวัญใบเล็กที่ติดตัวมาด้วยออกมา

หยิบเเหวนนั้นวางลงหน้าป้ายสีทึบ เย็นชื้น

วันนั้น ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นั้น เขาคงได้สวมเเหวนวงนี้ให้กับพี่จงฮยอนไปเเล้ว

วันเกิดผมเมื่อสามปีที่เเล้ว

ร่างสูงลุกขึ้นจากหน้าหลุมศพเเล้วมองดูป้ายนั้นให้ขึ้นใจ 

ก่อนจะหันหลังเพื่อกลับบ้าน

กลีบกุหลาบสีขาวสะอาดกลิ่นหอมอ่อนๆนั้นปลิวไล่หลังร่างสูง เเทนคนร่างเล็กที่มองตามเเผ่นหลังนั้นไป

ไม่มีเเม้โอกาสที่จะได้สัมผัส มีเพียงเเค่มองเห็นห่างๆเท่านั้นเอง

เขาพอใจเเล้ว กับชีวิตที่เกิดมา 

ได้เสียสละเพื่อใครคนหนึ่ง….คนที่รักมากที่สุดในชีวิต

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

สิ้นสุดการเฝ้ารอคอยตั้งเเต่วันที่ได้พบกัน

ฉันเป็นของเธอ เธอเป็นของฉัน

เธอจะเป็นคนสำคัญตลอดไป

(จากนี้) ใจของฉันจะเป็นของเธอ

โอบกอดเธอไว้เสมอให้เธออุ่นใจ

สวมเเหวนเเทนคำสัญญา ว่าจะรัก ตลอดไป

จากนี้ขอใช้ลมหายใจเดียวกัน



3 ความคิดเห็น:

  1. ร้องไห่หนักมาก
    เศร้ามากเลย
    เสียสละให้คนรักมีชีวิตอยู่ต่อนี่..
    มันสุดๆจริงๆค่ะ!
    เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไปนะคะ
    เขียนเรื่องดีมากเลย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณมากๆค่ะ ขอโทษที่มาตอบช้านะค่ะ ไม่เคยได้เข้ามาเช็คเท่าไหร่เลยค่ะ

      ลบ
  2. ร้องไห่หนักมาก
    เศร้ามากเลย
    เสียสละให้คนรักมีชีวิตอยู่ต่อนี่..
    มันสุดๆจริงๆค่ะ!
    เป็นกำลังใจให้ในเรื่องต่อๆไปนะคะ
    เขียนเรื่องดีมากเลย

    ตอบลบ