SF special List III
Minho X Jonghyun
Nc 18
By Vacaska
ผมจำไม่ได้ว่าตอนนี้รอบที่เท่าไหร่ เรี่ยวแรงที่มีก็เลือนหายไป หายไปพร้อมกับเสียงทุ้มๆข้างหูที่เอ่ยชื่อเขาอ่อนโยนซ้ำเล่าซ้ำเล่า สัมผัสอบอุ่น เปียกชื้น หรือเสียวซ่านนับครั้งไม่ถ้วน กำลังทำให้คนที่ได้แค่ครางใกล้จะหมดแรงไปอีกครั้ง
มือหน้าเกลื่ยผมสีเทาประกายน้ำเงินบริเวณแก้มกลมไปทัดข้างหูแผ่วเบา แล้วก้มลงหอมพวงแก้มใสชื้นเหงื่อจากกิจกรรมเมื่อครู่เบาๆ ไม่ให้รบกวนคนตัวเล็กที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา
ร่างสูงลุกขึ้นยืน หยิบผ้าห่มที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาห่มร่างเล็กเปลื่อยเปล่า ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่กระจายตามพื้นลงตะกร้าพร้อมยกมันออกไปด้านนอก ค่อยๆปิดประตูบานใหญ่แผ่วเบา แล้วลงกลอนล็อคกุญแจด้านนอกอย่างเงียบกริบ
…
…
…
ร่างเล็กปรือตาขึ้น กระพริบซ้ำๆไล่ความง่วง มองดูแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านอย่างอารมณ์ดีเหมือนเช่นทุกวัน ก่อนจะพยายามย้ายร่างตัวเองไปที่ระเบียง โดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้นเดียว ตลอดทางที่เดินก็มีเสียงโซ่ดังไปตามพื้นพรมเบาๆ
จงฮยอนเท้าคางกับระเบียง มองลงไปด้านล่างที่เป็นแม่น้ำสายยาว ปล่อยให้สายลมเย็นๆพัดผ่านร่างกายบอบบางที่มีแต่รอยช้ำปนรอยรักเต็มตัวสักพัก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง และยังไม่ลืมที่จะปิดประตูระเบียงไม่ให้ลมเย็นๆพัดตามมาให้เย็นกายอีก
เรียวขาเล็กลากโซ่ล่ามตัวเองไปยังห้องน้ำ เพื่อชำระร่างกาย คราบเลือดปนคราบน้ำนมขาวแห้งกรังติดเรียวขาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเด็กคนนั้นอารมณ์เสีย เพราะเด็กคนนั้นใจร้อน ผลที่ออกก็คือรอยช้ำบนตัวเขาเช่นเคย
มือบางเปิดน้ำลงอ่างจากุซซี่สุดหรู บ่งบอกได้ดีว่าคนที่ขังเขาเอาไว้นั่นรวยขนาดไหน ก่อนจะก้าวลงไปแช่น้ำอุ่นๆ พร้อมลูบไล้กายของตัวเอง จัดการคราบสกปรกที่ติดตามเรือนร่างออกให้หมด ก่อนจะแช่ในอ่างนั้นสักพัก คิดถึงเรี่องราวที่ผ่านมา
เกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวชื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กคนนั้นเรียกเขาอยู่ทุกคืน เขาคงลืมไปแล้วจริงๆนั่นแหล่ะ จำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาทำงานเป็นช่างภาพอิสระ ไม่มีญาติญาติมาคอยเป็นห่วง มีแต่พี่ชายคนสนิทที่รู้จักกัน ตอนเขาเริ่มไปดื่มในผับ
บ้างครั้งเขาก็อยากปล่อยตัวปล่อยใจไปกับน้ำสีอำพันเสียบ้าง เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่เขาเมา พี่ชายคนสนิทก็จะดูแลตลอดทำให้เขาไม่ทันระวังตัว ออกไปไหนต่อไหนกับคนแปลกในคืนนั้น เพียงแต่เดินไปเข้าห้องน้ำกลับชนกับร่างใครสักคน แล้วหมดสติไป
เขาตื่นมาแบบสลึมสลือ ก่อนจะโดนจูบและทำอะไรต่อมิอะไร ปล่อยตัวไปกับอารมณ์หวูบวาบที่จู่ๆก็เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พอตื่นขึ้นมาก็สภาพอย่างที่เห็น เขาไม่มีเสื้อติดตัวเลยสักนิด นอนกอดกับใครก็ไม่รู้ ขาโดนล่ามโซ่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เขายังไม่รู้ตัวเลยสักนิด
ผู้ชายคนนั้น อันที่จริงต้องบอกว่าเด็กคนนั้นเพราะเขาอายุมากกว่า แต่ร่างกายของคนนั้นกลับสูงกว่า สมบูรณ์แบบมากกว่า ใบหน้าคมกับดวงตาเรียวมีเสน่ห์ ผิวสีขาวปนแทนไม่ได้ทำให้คนคนนั้นดูไม่เพอร์เฟค แต่กลับกันเพราะมันยิ่งลงตัวเสริมกันมากกว่าเดิมเสียอีก
ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ก็มีใครสักคนลงอ่างมานั่งซ้อนหลังเข้าเสียแล้วทำเอาร่างบางสะดุ้งอย่างตกใจ มือหนากอดรัดร่างบอบบางให้แนบชิดตัวเอง ยกร่างนั่นให้นั่งทับร่างกายแข็งแรง ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับจูบลงที่ต้นคอขาวเบาๆ
และนั่นก็ทำให้ร่างเล็กหยุดนิ่ง ลมหายใจสะดุดไปแล้ว มือหนาข้างหนึ่งกอดรัดร่างบอบบางให้เข้ามาใกล้ อีกมือหนึ่งก็เลื่อนลงต่ำไปสัมผัสส่วนอ่อนไหวอย่างรู้หน้าที่
"อ่ะ อย่าเพิ่ง"
ร่างเล็กเอ่ยเสียงสั่นเมื่อมือหนาที่กอบกุมส่วนกลางลำตัวขยับฝ่ามือขึ้นลงอีกครั้ง สัมผัสอุ่นชื้นติดจะร้อนแรงเสียด้วยซ้ำจูบไล่ไปตามซอกคอขาวอ่อนนุ่ม ขบเม้มรอยสีอ่อนให้เข้มขึ้นเหมือนเดิม ย้ายปลายลิ้นไปเล่นกับใบหูนิ่ม ให้มือเล็กๆที่วางบนขาต้องกุมกันแน่นด้วยความเสียวซ่าน
"อ่ะ อ่า"
เสียงหวานดังชิดใกล้หูแผ่วเบาแต่น้ำเสียงกลับเสียวซ่าน จนต้องหมุนร่างนั้นให้หันหน้ามาประกบริมฝีปากกัน ดูดดุนเรียวปากอิ่มจนพอใจ แล้วสอดเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับอีกคน เก็บเกี่ยวความหวานนั้นซ้ำอย่างไม่เคยพอ
มือบางยื่นไปกอดผมนุ่มของคนตัวสูง ตอบสนองกลับอย่างไม่ประสีปะสาเช่นเดิม ถึงเขากับคนตรงหน้าจะเคยมีอะไรกันนานแล้ว ซึ่งเขาจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้จนเชี่ยวชาญสักหน่อย ในหัวเขาไม่เคยที่จะมีเรื่องว่าเลยสักนิด มีเพียงความคิดที่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตกับการวาดภาพอิสระเหมือนเดิม
"พี่จงฮยอน"
เสียงทุ้มเรียกชื่ออีกฝ่ายให้ได้ยินก่อนจะออกแรงยกร่างเล็กให้พ้นจากน้ำ พาร่างบอบบางออกไปด้านนอก ซึ่งเขาไม่ลืมที่จะคว้าผ้าเช็ดตัวมาด้วยหรอกนะ มินโฮก้าวพ้นจากห้องน้ำได้เพียงสองสามก้าวก็ปล่อยร่างเล็กให้ลงไปยืน ก้มหน้าเข้าไปทาบกลีบปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ ให้วงแขนนั้นคล้องที่คอตัวเอง แล้วหันมาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กๆอย่างเบามือ
ฝ่ามืออุ่นร้อนใต้ผ้าเช็ดเนื้อนุ่มลากผ่านลำตัวเขาไปจนทั่วทุกตารางนิ้ว ลงน้ำหนักมือเบาบ้างหนักบ้างให้เขาครางอื้อในลำคออยู่เป็นระยะ มินโฮยกร่างเล็กๆนั้นไปที่เตียง ปล่อยผ้าเช็ดตัวผืนชื้นลงกับพื้นพรมสีแดงเข้ม วางร่างนั้นลงไปบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์สีดำสนิท
จ้องมองตาคนใต้ร่างที่มีแววตื่นตระหนกเล็กน้อย อาจเป็นเพราะอยู่ด้วยกันมาสักระยะแล้ว ทำให้ร่างเล็กรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลที่มีแต่ความปรารถสุมตัวแน่นจนทะลักออกมาให้เขาเห็น ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่าน คนคนนี้คิดแต่เรื่องแบบนี้ในหัวหรือไง
"พี่อยากออกไปไหนไหม"
เสียงทุ้มถาม พร้อมคร่อมร่างแข็งแรงทับคนตัวเล็กข้างใต้ แต่ยังดีที่ใช้ฝ่ามือยันฟูกหนานุ่มไว้ ไม่เช่นนั้นร่างเล็กๆคงได้จมหายลงไปกับฟูกนุ่มนี้แน่ๆ
"ครับ"
ร่างเล็กเลือกที่จะตอบอย่างสุภาพ พยักหน้าแรงๆยืนยันคำตอบให้ชัดเจน เพราะคราวนี้เป็นครั้งที่คนตัวสูงถามเขาว่าอยากไปที่ไหน เพราะฉะนั้นเขาต้องตอบให้ดี ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะเจ็บตัวอีกรอบก็เป็นไปได้
"อยากไปไหนเหรอครับ"
มินโฮถาม เกลี่ยข้อมือเข้ากับแก้มนุ่ม แล้วเริ่มเคลื่อนใบหน้าไปประทับรอยที่ซอกคอขาว ให้เวลาอีกฝ่ายคิดคำตอบที่จะบอกเขา สัมผัสอุ่นชื้นขยับเลื่อนไปเรื่อยๆตั้งแต่ช่วงลำคอเรียว
"บ้าน อ่ะ"
ร่างเล็กอุทาน เมื่อคนตัวสูงลงแรงกัดซอกคอเขา ทำให้รู้ว่าคำตอบนั้นไม่เป็นที่พึงพอใจสักเท่าไหร่ คนตัวเล็กเลยอ้าปากเพื่อจะอธิบายต่อ
"ไปเอาของวาดรูปเท่านั้นเอง คะ~ครับ อื้อ~"
จงฮยอนบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ ก่อนจะครางอื้ออึงให้ลำคอ เพราะเสียงนั้นหายไปอยู่ในลำคอ จากการประกบปากชิมน้ำหวานในโพรงปากอุ่น ใช้ฝ่ามือที่ว่างสะกิดยอดอก จากนั้นจึงละเรียวปากออกไปจัดการกับสิ่งที่กำลังแข็งเป็นไตนูนเด่นชัด
"ดะ ได้ไหม อื้อ"
ยังไม่ทันได้คำตอบ คนตัวสูงก็เอาแต่ใจอีกแล้ว ก้มลงปิดทับปากอิ่ม ดูดดุนจนกลีบปากคนตัวเล็กแทบจะบวมเจ้อออกมาจนหนำใจแล้วเลื่อนหน้าไปกระซิบตอบข้างใบหูบาง
"เดี๊ยวเราค่อยไปกัน หลังจากที่พี่ไปกับผมก่อน"
"ครับ"
ร่างบางตอบ ก่อนจะเลือนมือไปจับบ่ากว้าง เมื่อคนตัวสูงเลื่อนริมฝีปากร้อนลงต่ำไปเรื่อย ลากผ่านซอกคอขาว เนินอกเนียน หน้าท้องเรียบ และทุกๆที่ก็เกิดรอยแดงเล็กๆให้เห็น จนคนโดนทำต้องหน้าขึ้นสีแทบทุกครั้ง เมื่อเห็นรอยเด่นชัดแบบนั้น
สัมผัสร้อนชื้นค่อยๆต่ำลงไปเรื่อย เหมือนที่มือเล็กจับบ่ากว้างไว้แน่นขึ้นไม่ต่างกัน ฝ่ามือหนากอบกุมส่วนกลางลำตัวอย่างเบามือ ขยับมือขึ้นลงเป็นจังหวะไม่เร่งรีบ ก่อนจะก้มหน้าเข้าใกล้ จัดการรับท่อนเนื้ออุ่นสีชมพูเข้าไปภายในโพรงปากตัวเอง
"อื้อ อ่ะ อ้า"เสียงหวานครางอย่างเสียวซ่าน เมื่อปลายลิ้นหนาตวัดเกี่ยวเล่นกับส่วนปลายสีชมพูของตัวเอง นิ้วเรียวที่กอบกุมส่วนล่างขยับขึ้นลงสอดรับกันเป็นจังหวะเข้าออก เมื่อคนตัวสูงขยับรูดริมฝีปากขึ้นลง ยังทำให้อุณหภูมิในร่างกายพุ่งขึ้นสูงตามอารมณ์ ส่งผลให้ผิวเนื้อเนียนแดงก่ำตามไปด้วย
"อ่ะ ไม่ไหว อ้า"จงฮยอนบอกคนตัวสูงหวาน เมื่อสิ่งนั้นกำลังขยายตัวในโพรงปากอุ่น สองมือเรียวตกลงข้างลำตัวกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เรียวคอบางเงยขึ้นให้ใบหน้ามองเพดาน ส่วนกลีบปากก็ส่งเสียงครางไม่หยุด
มินโฮตวัดปลายลิ้นเร็วๆคุมจังหวะให้กระชั้นถี่มากขึ้น จนปลายสีชมพูที่กำลังปริ่มหยดน้ำขาวขุ่นพุ่งออกอย่างแรง ส่งผลให้หยดน้ำสีขุ่นไหลลงคอแทบจะทันที แถมยังล้นทะลักออกมาตามมุมปากเพราะมันยังมากเกินไปอยู่เ มือเรียวปาดส่วนที่เกินออกช้าๆ มืออีกข้างที่ว่างจัดการจับขาเรียวเล็กยกขึ้นให้เห็นช่องทางสีหวานลอยเด่น
นิ้วเรียวกดปลายนิ้วที่มีน้ำนมของร่างเล็กติดอยู่อย่างเบามือ ค่อยๆสอดใส่เรียวนิ้วอย่างใจเย็น ใบหวานบิดเหยเกยด้วยความเจ็บ ก้านนิ้วยังคงสอดเข้าไปไม่หยุด ในขณะเดียวกันหยดน้ำกลมใสที่เอ่อล้นรอบดวงตาก็ค่อยๆไหลลงตามใบหน้าหวาน เพราะความเจ็บจากช่วงล่าง ร่างสูงขยับเข้าไปจนสุดแล้วไล่ปลายนิ้วกดไปตามผนังเนื้ออ่อนไปเรื่อย จนได้ยินเสียงหวานๆนั่นร้องออกมาอย่างเสียงซ่าน เขาถึงได้ทำมันซ้ำๆเพื่อฟังเสียงครางหวานนั้นเรื่อยๆ
เกือบนานเลยทีเดียว ที่มินโฮจะปล่อยร่างนั้นให้เป็นอิสระ ทั้งๆทีไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนกอดกันบนเตียงเท่านั้น ใบหน้าหวานซุกเข้ากับอกกว้างฟังลมหายใจอย่างสม่ำเสมอของคนตัวสูง มือเล็กยุกยิกไปมาบนเอวแกร่งด้วยความไม่คุ้นเคย
เขาจับมือเล็กๆนั้นมากอดเขาเอง แถมยังให้อีกฝ่ายนอนหนุนแขนเขาอีกด้วย ไม่อยากบอกใครว่าตอนนี้เขามีความสุขมากจริงๆ มีคนที่รักอยู่ข้างกายแบบนี้ คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ พี่จงฮยอนคนรักของผม แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว เขาอาจจะไม่รู้จักผมด้วยซ้ำไป
ผมจำได้ดีตอนที่เจอเขาครั้งแรก ในวันรับน้องของคณะบริหาร ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษา เรือนผมสีน้ำตาลยุ่งๆกับแว่นตากรอบหน้าปิดบังใบหน้า ทั้งๆที่ผมไม่ได้ตั้งใจหันไปมอง แต่ดันเห็นซะเอง ตอนที่พี่เขากำลังมัดผมที่ปรกใบหน้าขึ้นเป็นจุกเล็กๆเหมือนต้นมะพร้าว ให้เห็นใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต จมูกโด่งเชิดรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพู ทำเอาผมมองค้างจนเพื่อนที่นั่งข้างกันต้องตบหัวเรียกสติกันเลยทีเดียว
หลังจากนั้นผมก็ยังคงแอบมองพี่เขาไปเรื่อยๆ จนพี่เขาเรียนจบออกไป ผมก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลย ผมแอบนึกเสียใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่ไปทำความรู้จักพี่เขาไว้ แต่ผมก็ไม่ได้ละทิ้งความสนใจในตัวพี่เขาเลยสักนิด ผมแอบจ้างนักสืบ หาที่อยู่ของพี่เขา ติดตามพี่เขาไปในทุกๆที่ จนคืนนั้นที่ผมตัดสินใจไปเจอ
ที่ผับประจำของพี่จงฮยอน ได้ยินมาว่าพี่จงแอบสนิทกับบาร์เทนเดอร์เลยไปดื่มประจำ ผมถึงได้ออกไปหาพี่เขาในคืนนั้น ผมนั่งอยู่บนโซนวีไอพี แต่สามารถมองเห็นร่างเล็กๆนั้นในระยะสายตาได้ ผมเลือกที่จะดื่มนิดหน่อยให้เป็นพิธีและไม่หิ้วสาวคนไหนมาพัวพัน เดี๊ยวจะเป็นการเสียเวลาในการแอบมองหมด
ผมเห็นพี่จงนั่งดื่มไปเรื่อยๆ พร้อมกับคุยกับบาร์เทนเดอร์อย่างสนิทสนม ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ ทำเอาคนที่แอบมองมานานอย่างผมนึกอิจฉาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ในเมื่อผมก็อยากให้พี่จงฮยอนทำแบบนั้นกับผมบ้าง แล้วโอกาสก็มาหล่นใส่ตรงหน้าผม เมื่อพี่จงลุกจากตรงนั้นไปห้องน้ำ ผมเลยรีบออกจากห้องตามไปในทันที เดินตามอย่างห่างๆ ส่งสายตาขวางๆให้คนที่มองคนตัวเล็กอย่างหวงๆ จนพี่เขาทำธุระเสร็จ ผมที่รอด้านนอก จงใจเดินไปชนพี่เขาแต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร พี่เขาก็สลบคาอกผมไปแล้ว
สองมือเลยพยุงร่างนั้นออกมาจากผับนั่น แล้ววางเงินให้เด็กในร้านก่อนพยุงร่างเล็กนี้ออกไป ผมขับรถไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย ใจจริงก็อยากจะไปส่ง แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ถึงจะหายไปก็ไม่มีใครที่ไหนมาตามพี่เขาแน่นอน เพราะพี่เขาอยู่คนเดียวมาโดยตลอด พ่อกับแม่นั้นทำงานอยู่ต่างประเทศไม่เคยที่จะกลับมาเลยสักครั้ง มีแต่พี่เขาที่ต้องบินไปหาแทบทุกที
มินโฮเลยตัดสินใจเลือกที่จะพาคนตัวเล็กนี้ไปไว้ที่พักของเขา ที่พักบนชั้นสูงสุดของฟลอร์นี้ อีกฟากของความเป็นส่วนที่ผมกันไว้ไม่ให้ใครเขามายุ่ง แม้แต่คู่หมั้นของเขาก็ตาม คู่หมั้นที่เขาไม่เคยนึกจะรักเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่เขาบังคับให้ต้องทำเพื่อธุรกิจ เขาก็คงไม่ต้องทำกับคนที่เขารักมากที่สุดแบบนี้
คิดหวังว่าสักวันเขาจะหลุดพ้นจากการจับคู่นี้สักที แต่คงจะเป็นแค่ความคิด เพราะในความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายนั้น เขาต้องอยู่กับคนคนนั้นแทบทุกวัน ทั้งๆที่คู่หมั้นเขาออกจะแสนดี แต่ทำไมสายตาที่เขามองกลับไม่เห็นความดีนั้นเลยสักนิดเดียว แต่บางทีถ้าเขาช่วยเรื่อง"นั้น"ของอีกฝ่ายให้สมหวัง เขาจะหลุดเป็นอิสระก็ได้
ผมก้มลงหอมกลุ่มผมสีเทาประกายน้ำเงินนั้นเบาๆ แล้วพาร่างอีกฝ่ายลุกขึ้น ไปอาบน้ำ ถึงตอนแรกอยากจะทำเรื่องอย่างว่าก็เถอะนะ ถ้าไม่กลัวว่าพี่จงจะยืนไม่ไหวซะก่อน
ร่างบางที่ถูกปลดโซ่ริเวณข้อขาออก กำลังยิ้มอย่างดีใจเหมือนเป็นอิสระ ถึงจะยังไม่ได้เป็นอิสระจริงๆ แต่ว่าได้เอาโซ่ที่ล่ามขาออกมันก็รู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว มือบางจัดการยกเสื้อผ้าที่วางบนเตียงขึ้นสวมตามสายตาคมกริบที่สื่อสานทางสายตามาแบบนั้น มือหนาเอื้อมมากุมมือผมพาออกไปนอกห้องนอนที่เคยอยู่ รองเท้าคู่เดิมที่ผมเคยใส่วางอยู่บนชั้น รวมไปถึงคู่อื่นๆที่มีขนาดไซต์เท่าผมใส่ คนตัวสูงกว่าหยิบคู่ที่ไม่ใช่ของผมมาวางให้ เชิงว่าให้ใส่คู่นี้ เหมือนที่เขาใส่แต่ขนาดมันต่างกัน
หลังจากที่ใส่รองเท้าเสร็จ เขาก็โดนอีกฝ่ายกุมมือไปตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากห้อง ลงลิฟต์ ไปลานจอดรถที่อยู่ด้านล่างของคอนโด เดินไปหยุดที่หน้ารถจากัวร์สีเทาเงิน มือหนาเปิดประตูรถให้ผมเขาไปนั่ง แล้ววิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับ พาผมออกจากคอนโดสุดหรูแห่งนี้
"พี่หิวไหม"
"ครับ"
"แวะแถวนี้แล้วกัน"
สิ้นคำบอกของอีกฝ่าย รถคันหรูก็เลี้ยวเข้าด้านขวามือ ร้านอาหารธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษเลยสักนิดเดียว ทำเอาร่างบางแอบสงสัยไม่น้อยว่าคนที่ดูท่าทางติดหรูแบบนั้นจะเข้าร้านอาหาร ที่มีแต่คนเยอะๆแบบนี้เป็นด้วย
ถึงจะเป็นร้านที่มีลูกค้าเยอะก็จริง แต่ใครจะไปรู้ว่าทีแบบนี้จะมีห้องอาหารเป็นส่วนตัวอยู่ด้านใน เพราะฉะนั้นข้อที่ว่าอีกฝ่ายสามารถกินอาหารเปิดเผยแบบคนอื่นๆได้คงตกไป แต่คงตกไปตั้งแต่สวมผ้าปิดจมูกกับแว่นตาสีชาเดินเข้ามาในร้านแล้วล่ะ
เราสองคนเดินตามพนักงานไปด้านใน ห้องอาหารแบบส่วนตัวก็ปรากฎให้เห็น ผมเดินตามคนตัวสูงไปนั่งที่โต๊ะ ได้ยินว่าตอนแรกเลือเป็นห้องที่นั่งสองคน แต่ห้องมันหมดเหลือแต่ห้องที่นั่งแบบครอบครัวเล็กๆแทน ซึ่งเป็นที่มีเก้าอี้อยู่สี่ตัว และสิ่งที่เดาไม่ผิดก็คือ ผมต้องข้างๆเด็กสูงครับ
ผมถอดผ้าปิดจมูกและแว่นตาลงวางบนโต๊ะตามลำดับ ยื่นมือไปรับเมนูอาหารมากางออก ดูอาหารแบบต่างๆเรียงรายเป็นสมุดภาพ เขาเลือกไปห้าหกอย่างที่เป็นของโปรดของคนตัวเล็กสี่อย่างและของตัวเองสองอย่างตามที่คิดไว้ว่าคนข้างๆเขาคงจะกินหมด?
อาหารมื้อเที่ยงจบลงแบบเรียบง่ายอย่างที่คนตัวสูงหวังให้เป็นเช่นนั้น เขาปล่อยให้ร่างเล็กจัดการกับอาหารมื้อนี้อย่างสบายๆ แถมยังช่วยตักให้คนตัวเล็กทานที่คิดมือเอื้อมไม่ถึงไปช่วยตักให้
จากนั้นผมก็พาอีกฝ่ายกลับบ้าน ในตอนแรกตั้งใจว่าจะพาไปที่อื่น แต่เอาเข้าจริงๆแล้วผมกลัวที่จะมืดค่ำซะก่อน ผมเลยตัดสินใจพาร่างเล็กกลับบ้านเลย ตลอดการเดินทางมีเพียงความเงียบเข้าปกคลุม จนได้ยินเสียงหายใจของกันละกัน บางครั้งเป็นคนตัวสูงไปมอง เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบลงแล้วถอนหายใจเสียเอง บางครั้งกับกลายเป็นร่างเล็กที่ต้องหันไปมอง และหันหน้ากลับมาที่เดิมถอนหายใจอีกคราว
พูดไม่ออกหรือไม่กล้าพูดอันนี้เขาก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมหัวใจของทั้งสองคนกลับเต้นแรงซะแบบนั้น ร่างบางที่ตัดสินใจหันไปมองเสี้ยวหน้าคม ต้องสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายกลับหันมามองที่ตัวเองพอดี ไม่รู้ว่าอากาศมันร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหันหรือว่าจู่ๆก็เกิดไข้ขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ มันถึงได้ให้ทำเอาแก้มใสแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
รถคันหรูเคลื่อนมาจอดมาบนหน้าบ้านหลังเล็กคุ้นตา เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมคนทั้งสองที่ลงจากรถพร้อมกัน คนตัวเล็กเดินไปหยุดที่ประตูรั้ว แม่กุญแจที่แขวนตรงนั้นทำให้เขาลืมไปแล้วว่าไม่มีกุญแจที่ใช้ไขมันเข้าไปด้านในแล้ว
"หานี่อยู่หรือเปล่าครับ"
เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกัชูพวงกุญแจต่อหน้าเขา และไม่ต้องเดาว่าตอนนี้อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงไหน นอกจากยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเขาอยู่ตอนนี้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอเขาเบา ทำเอาร่างเล็กขนลุกซู่ขึ้นซะแบบนั้น
"อื้ม"
จงฮยอนตอบเสียงเบาในลำคอ ไม่มีการถามว่าเอามาจากไหน เอามาได้ยังไง เพราะตอนนี้เขาต้องการไขประตูเข้าไปเอาของด้านในอย่างเร็วๆเพื่อหนีคนที่ยืนซ้อนด้านหลัง แถมเหมือนว่าอีกคนจะจงใจเอามือมารัดเอวเขาเข้าไปแนบชิดร่างตัวเองอีกต่างหาก
สัมผัสด้านหลังที่ชนกันโดยความตั้งใจของคนตัวสูง ทำเอาจงฮยอนต้องตั้งหน้าตั้งตาไขกุญแจเขาไปโดยเร็ว แต่เหมือนว่ายิ่งรีบก็มันก็ยิ่งช้าลงไปทุกที เมื่อกุญแจเพียงดอกเดียวที่ไขได้ เขากลับจำไม่ได้ว่ามันเป็นดอกไหน เพราะลูกกุญแจในมือมีเป็นสิบๆดอก ซึ่งเขาก็ลืมไปแล้วว่ามันใช้ไขอะไรบ้าง
"เร็วหน่อยซิครับ"
คนตัวสูงก้มระซิบ ก่อนจะยืนมือไปช่วยร่างในอ้อมกอดไขกุญแจรั้วบ้าน จนสำเร็จ จงฮยอนที่ไม่รู้จะเดินไปยังไงเพราะอีกฝ่ายกอดไว้เลยค่อยๆขยับร่างตัวเองไปด้านหน้าทีละนิด แต่คนที่กอดดันปล่อยเสียก่อน กระซิบเสียงนุ้มหูบอกอีกฝ่ายว่า
"เปิดประตูให้หน่อยครับ จะเอารถเข้ามาเก็บ"
ร่างบางพยักหน้ารับรัวๆ รีบเดินไปเปิดประตูรั้วให้อีกฝ่ายในทันที แล้วเลื่อนปิดเมื่อเห็นอีกฝ่ายจอดรถคันหรูแล้วเรียบร้อย เขาไม่รอช้ารีบเดินไปที่ประตูบ้าน คราวนี้จงฮยอนเหมือนจะจำได้ เพราะไขเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว จนคนเจ้าเล่ห์ไม่มีโอกาสที่จะเอาเปรียบต่อเลยสักนิด
นิ้วเล็กกดลงที่สวิตต์ไฟ แต่กลับมีมืออีกคนมารั้งไว้ไม่ให้เปิด ก่อนจะหันไปมองด้วยความสงสัย ในความมืด คนตัวสูงเดินมาประชิดตัวร่างบางอุ้มขึ้นระหว่างในทันที จนคนโดนอุ้มไม่มีโอกาสที่จะประท้วงเลย เพราะมัวแต่กอดคออีกฝ่ายไว้กลัวตกลงพื้น
คนตัวสูงเดินไปตามทางเหมือนคุ้นเคยมานาน ทำเอาร่างเล็กงงไม่น้อยเลยทีเดียว เหมือนว่าคนตัวสูงจะรู้จักทุกซอกทุกมุมในบ้านหลังนี้ดีเหลือเกิน ตลอดทางที่เดินไม่มีสะดุดเลยสักนิด แถมยังพาผมขึ้นบนบันไดไปเรื่อยๆแล้วด้วย
"ไม่เปิดไฟเหรอครับ"
"จะถึงแล้ว"
เสียงทุ้มดังตอบ บอกคนที่เดินตามหลัง จะถึงห้องนอนแล้ว จะเปิดทำไม
จงฮยอนเดินตามโดยไม่ได้เอ่ยอะไรอีก จนกระทั่ง อีกฝ่ายเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วผลักร่างบอบบางลงบนเตียง คราวนี้แหล่ะ คนตัวเล็กต้องรีบโงหัวขึ้นมาแทบไม่ทัน
กว่าจะพยายามลุกจากเตียง คนที่มีอายุน้อยกว่าดันพาร่างที่แข็งแรงมาคร่อมร่างเล็กๆของเขาแล้วเรียบร้อย มือบางยกขึ้นยันอกอีกฝ่ายโดยทันที พร้อมที่ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะใบหน้าหวานทำให้จงฮยอนรู้ทันที ว่าใบหน้าคมห่างไม่ถึงเซนต์แล้วในตอนนี้ ถ้าในห้องสว่างกว่านี้อีกสักนิด คนที่คร่อมร่างเขาคงเห็นว่าใบหน้าเขาแดงขนาดไหนเลยแน่ๆ
ลมหายใจที่ปะทะแก้มใสยิ่งอุ่นเท่าไหร่ จงฮยอนยิ่งรับรู้ว่าอีกคนคงโน้มตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ดวงตากลมโตรีบปิดลงโดนอัตโนมัติ สัมผัสอ่อนนุ่มชื้นที่เรียวปากอิ่มทำเอาคนตัวสูงต้องบดเบียดความแนบชิดเข้าไปอีก เพียงแค่สัมผัสยังไม่ได้ลงมือชิมกลับให้ความหวานล้นทะลักออกมามากเสียแล้ว คิมจงฮยอนน่ะหวานไปทั้งตัวนั้นแหล่ะ
ริงโทนคุ้นหูในกระเป๋ากางเกงด้านหลังกำลังส่งเสียงเรียกให้เจ้าของรับมันในตอนนี้ แต่เหมือนว่าคนที่เป็นเจ้าของจะไม่ได้ยินอะไร นอกจากเสียงสั่นน้อยๆในลำคอของคนใต้ร่างเสียมากกว่า
แต่ก่อนที่เจ้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นมันจะแหกปากไปมากกว่า มินโฮรีบจัดการคว้าไปเลื่อนมั่วๆ มือหน้าวางมันลงข้างใบหน้าหวาน และไม่ลืมที่จะคว่ำหน้าจอลงอีกต่างหาก
เรียวนิ้วบางทั้งสิบนิ้วกุมเสื้อตรงไหล่นั้นแน่น ต่างกับใครอีกคนที่เลื่อนมือข้างนึงไปประครองใบหน้า และอีกมือนั่นเลื่อนลงต่ำไปเลิกเสื้อตัวเก่งขึ้นช้าๆ เบียดร่างกายไปตรงกลางคนนอน ยื่นหัวเข่าเข้าไปตรงจุดกลางกาย ค่อยๆบดเบียดแรงผ่านเนื้อกางเกงลงไปเบา
สัมผัสชื้นนุ่มลากลงต่ำ จากริมฝีปาก แก้มกลมใส คางมน ซอกคอขาว เขาไม่ลืมที่จะฝากรอยเขี้ยวลงไปให้ของเดิมมันชัดติดผิวเนียนนั้นมากกว่าเดิม เสื้อตัวบางถูกถอดออกทางหัวกลม เขายื่นมันลงไปด้านข้างให้ตกลงพื้นข้างเตียง
ปลายนิ้วแกร่งลากผ่านเนินอก ตามด้วยรสจูบร้อนๆลงบนส่วนเนินเนื้อนูนสีชมพู ตวัดปลายลิ้นอยอกล้อซ้ำๆของขวาทีซ้ายทีให้ร่างบางบิดเร่าร่างกาย
"ยะ หยุด ดะ ได้ไหม"
เสียงหวานร้องบอกคนทำ เพราะเหมือนว่าเขาจะยินเสียงคนถือสายค้างในโทรศัพท์อยู่สักพักใหญ่แล้ว แถมยังไม่วางสายอีกต่างหาก
"มินโฮ"
"!!!!!!"
คนตัวสูงนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงคนตัวเล็กเอ่ยชื่อเขาออกมา
"นาย ชื่อมินโฮใช่มั้ย"
ร่างเล็กถามย้ำ เขาได้ยินเสียงปลายสายเอ่ยชื่อนี้ เลยลองเรียกดู จากปฏิกิริยาที่เห็นนั้น สรุปว่าคนที่อายุน้อยกว่านั้นชื่อมินโฮแน่ๆ
"มีคนถือสายรอนานอยู่"
มือเล็กยื่นโทรศัพท์ที่วางข้างหูให้คนที่ชื่อมินโฮรับ
"ครับ"
ส่งเสียงตอบ พร้อมยืดตัวไปประกบจูบคนตัวยุ่ง ที่ทำให้เขาตกใจ มือเรียวสอดช่องว่างระหว่างขาไปพลาง ในขณะที่หูก็ฟังคนที่โทรมาอีกต่างหาก
"นายอยู่ไหนมินโฮ ทำไมไม่กลับมา คุณแม่นายมารอเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วนะ"
"ขอสายคุณแม่"
คนตัวสูงละริมฝีปากออกตอบ ก่อนจะเอานิ้วมาแตะริมฝีปากบอกให้คนตัวเล็กเงียบๆ ในขณะที่ถือสายรอมารดาและสอดนิ้วเข้าไปรุกล้ำช่องทางนุ่มนิ่ม
"ลูกอยู่ไหน"
"บ้านเพื่อนครับ"
คนตัวสูงตอบ หมุนควงปลายนิ้วด้านในซ้ำให้ร่างบางส่งเสียงในลำคอ เพราะตอนนี้ร่างเล็กเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่น แถมยังสั่นราวลูกนกที่เหมือนจะอดกลั้นความเสียวซ่าที่เขามอบให้ มุมปากหยักเลยยกยิ้มมุมปากน้อยๆอย่างพอใจ
"ทำไมปล่อยให้หนูคีย์อยู่คนเดียวล่ะลูก"
"ผมบอกเขาแล้วนี่ครับ ว่าให้ทำมื้อค่ำไว้รอ จะกลับไปทานด้วย"
มินโฮโกหก เขาถอนนิ้วออกจากช่องทางนุ่มที่ตอดรัดปลายนิ้ว หันมาจัดการตัวเองโดยการปลดเข็มขัด ถอดกางเกงลงต่ำ กางขาเรียวออกให้ช่องทางเผยตัว เหมือนว่าปลายสายจะเงียบไป คุณแม่คงหันไปถามคีย์แน่ๆ
"แล้วทำไมแม่ไม่เห็นอาหาร"
"สงสัยคีย์คงเลิกงานช้ามั้งครับ เลยกำลังจะออกไปซื้อของ"
ผมแถไปเรื่อย ยกสะโพกบางขึ้นเล็กน้อย ให้ส่วนแข็งแรงกดเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มสีสด มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่น ราวกับว่ากลัวปลายสายจะได้ยินเสียงของตัวเอง
"แม่รู้ว่าลูกทำอะไรอยู่"
"ครับ แล้วยังไง"
มินโฮตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาก้มลงไล้เลียตุ่มเนื้อแดงชูชันพร้อมขยับกายเข้าใส่ไม่รุนแรงนัก
"คิมจงฮยอนน่ะ คนที่ลูกชอบสินะ"
"ไม่ได้ชอบ แต่ผมรักพี่เขาเลยต่างหาก แล้วแม่จะทำไม"
"ก็แค่โทรบอกให้ คุณบอร์ดี้การ์ดจัดการซะ"
"ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าลืมจัดงานให้ผมกับพี่เขาอยู่ด้วยกันนะครับคุณแม่"
คนตัวสูงตอบ เขาโยนโทรศัพท์ลงไปข้างเตียงอย่างไม่สนใจ โน้มร่างแกร่งแนบกายใกล้คนใต้ร่าง ฟังเสียงครางข้างหู จัดการคุมจังหวะให้เร็วขึ้นกว่าเดิม
"เรียกชื่อผมสิครับ พี่จงฮยอน"
"มะ มินโฮ"
ร่างบางครางกระเส่า สองมือกอดคนด้านบนแน่นด้วยความเสียวซ่าน โดยที่ไม่ได้รับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้เลยสักนิด
"ชเวมินโฮรักพี่จงฮยอนมากนะครับ"
นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่เสียงระเบิดชั้นล่างของบ้านจะดังขึ้นติดๆกัน เปลวไฟสีแดงฉานเปร่งประกายไปทั่วบ้านในความมืดมิดของค่ำคืน เปลวไฟสีสดเริ่มลุกลามไปทั่วบ้าน กลิ่นไหม้เหม็นเริ่มลอยเข้าเตะจมูกร่างทั้งสองที่ยังคงทำภารกิจรักบนเตียง
"อยู่กับผมนะครับ"
"อื้อ อยู่กับมินโฮ"
ร่างบางตอบ พร้อมที่เปลวไฟจะลามติดผ้าปูที่นอนสีขาวในห้องจนสว่าง เรียวปากบ่งก้มลงประทับจูบร่างเล็กตรงหน้าแนบแน่น ความเจ็บปวดที่ร่างกำลังเผาไหม้ กำลังทำให้ร่างเล็กดิ้นประท้วง แต่มือหน้าของคนตัวสูงกลับรั้งร่างนั้นให้เขาใกล้มากขึ้นไปอีก แถมยังลูบหลังเพื่อปลอบโยนในขณะที่ร่างตัวเองก็เริ่มจะติดไฟด้วยเช่นกัน
ใช้เวลาเกือบไม่นานที่รถดับเพลิงจะมาถึง จัดการควบคุมเชื้อเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านหลังอื่น เจ้าหน้าที่ในชุดสีส้มเดินขึ้นไปสำรวจชั้นบนของบ้าน พบโครงร่างที่ไหม้เกียมกอดกันแน่น ชวนให้น่าสังเวชยิ่งนัก
แต่สำหรับร่างโปร่งแสงที่ยืนมองอย่างห่างๆ กลับหันหน้ามายิ้มให้กัน แล้วเดินออกจากบ้านไป สองมือกุมกันแน่นไปตลอดทาง
"ไปไหนดีอ่ะ"
คนตัวเล็กเอียงคอถามอย่างน่ารัก ชวนให้ร่างสูงต้องกัมลงขโมยหอมแก้มไปฟอดใหญ่อย่างอารมณ์ดี
"ตามใจเลยครับ"
"ไปทะเลกันนะมินโฮ"
ร่างบางตอบ หลังจากที่ปล่อยให้คนเอาแต่ใจหากำไรจากตัวเองเสร็จ พร้อมให้คำตอบที่น่าพอใจออกมา
"ครับพี่จงฮยอน"
เสียงทุ้มกระซิบตอบ โอบร่างเล็กๆให้เดินเคียงข้างกันไปตามเส้นทางถนนที่ยาวไกล
END
จบลงไปแล้วนะ ลิสต์ที่สาม จบอย่าง งง
แต่เราก็พยายามมากเลยนะ ที่จะเขียนให้จบ
อย่าเพิ่งโวยวาย หาอะไรปาใส่นะ หลบไม่ทัน
ตอนนี้กำลังหาแนวคิดเรื่องที่ค้างอยู่
มันคงนานข้ามปี เหมือนที่เขียนฟิคยาวแน่เลย
คาดว่าฟิคยาว เราจะจัดการทำให้จบภายในสิบตอนนั้นแหล่ะ
ส่วนพี่ชายกับยังคงเหมือนเดิมคงต้องรอต่อไป
เราขอโทษนะ พอดีมันไม่มีอารมณ์จริงๆ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น