Evil
Owner
SHINee
MINHO X JONGHYUN
HOHYUN
RATE : 18 ?????
BY VACASKA OR PPIANO69
ทะ ทำไม ที่ตรงนั้น มะ มันอุ่นๆ
ดวงตากลมโตเปร่งประกายฉายแววตื่นเต้นแทบปิดไม่มิด
เมื่อเขาได้เดินทางมาถึงโลกมนุษย์ ดินแดนต้องห้ามของเหล่าปีศาจที่อาศัยอยู่ในอีกมิติ
โลกของพวกเขามีแต่ท้องฟ้าสีส้มหม่น บางครั้งก็เป็นสีแดงฉานราวโลหิตสีแดงสด
ตัดกับมวลเมฆสีดำสนิทอย่างลงตัว
พื้นดินที่มีสีไม่ค่อยจะแตกต่างจากหมู่เมฆเสียเท่าไหร่
แถมยังแตกแยกออกให้เห็นถึงความแห้งแล้งอย่างชัดเจน
ต้นไม้ที่ไม่รู้ว่าเรียกถูกหรือเปล่า
เพราะมันช่างแห้งเหี่ยวเหมือนต้นไม้สีเทาหม่นที่เพิ่งถูกเผาไป
และสีทุ่งหญ้าก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก นอกเสียจะมีดอกไม้ผลิบานออกมาให้เห็น
ดอกไม้กลีบสีแดงสดราวเลือดที่เพิ่งถูกเชือดจากคอสดๆ
มันช่างตัดกันจนดูดีขึ้นมาแบบพิลึก
เรือนร่างบอบบางร่อนลงบนต้นไม้ต้นใหญ่
ด้านหลังตึกเรียนของมหาลัยแห่งหนึ่ง
บนกิ่งไม้แข็งแรงปรากฏร่างเล็กของปีศาจที่เพิ่งหนีออกมาจากดินแดนของตนได้เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว
ดวงหน้าหวานประกอบไปด้วยคิ้วเข้มเรียงตัวอย่างพอดี
รับกับดวงตากลมโตสีเทาอย่างมีเสน่ห์
บวกจมูกเล็กเชิดขึ้นให้ลงตัวพอดีกับเรียวปากอิ่มสีแดงสด ที่กำลังเผยอออก
รับเรียวนิ้วชี้ขึ้นไปดูดเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
เรือนผมสีน้ำตาลบลอนด์ที่มีตั้งแต่เกิดกำลังปลิวตามสายมอ่อนเบาๆ
ก่อนจะค่อยๆเก็บปีกสีดำสนิทของตัวเอง ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งกอดเอาไว้หลวมๆ
พิงร่างตัวเองเข้ากับลำต้นแกร่งของต้นไม้ต้นใหญ่
พลางหลับตานึกทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาตลอดสัปดาห์ของโลกมนุษย์ แต่สำหรับปีศาจแล้ว
มันเหมือนเพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งวันเท่านั้นเอง
เขาหนีออกจากที่แห่งนั้น
ที่อยู่อาศัยสำหรับปีศาจอย่างพวกเขา ตัวประหลาดที่โดนตราบาปว่าชั่วร้าย จากเหล่าเทพที่คิดว่าตัวเองดีกว่าพวกเขา
ทั้งๆที่พวกเขาไม่เคยทำอะไรให้เลยแท้ๆ เพียงแค่ต้องฆ่าพวกกันเอง
เพื่อดำรงชีวิตอยู่โดยโลหิตสีแดงสดเหล่านั้น
เพียงเพื่อต้องการมีชีวิตรอดก็เท่านั้นเอง เขาจำได้ดีวันที่พ่อแม่เขาโดยพวกเดียวกันฆ่า
ให้เห็นแบบต่อหน้าต่อหน้า เหมือนมีอะไรมาสุมไฟในอกให้เขาเกิดบันดาลโทสะ
เรี่ยวแรงที่ไม่เคยคิดว่าจะมากมายขนาดนี้
ก็พลาดพลั้งทำร้ายคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเองเสียแล้ว พ่อกับแม่เขาสอนเสมอ
ว่าพวกเขาอยู่ได้ด้วยการฆ่า ฆ่าเพื่อมีชีวิตต่อไป เขาจำได้ดี
ก่อนที่ตัวเองจะจัดการดื่มเลือดจากคนที่ตัวเองฆ่าเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป
ตอนนี้เขาจะได้ละวงเวียนนั้นแล้วล่ะ
เพราะตอนนี้เขาได้มาอยู่บนโลกมนุษย์ ที่แสนสงบสุข
ไม่ต้องไปกังวลระแวงเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นได้ทุกวินาทีอย่าในโลกปีศาจอีกแล้วด้วย
เมื่อสองสามวันก่อนเขาได้ไปทะเลด้วย ทะเลที่สีฟ้าสดใสต่างจากที่เคยเห็นเพียงสีดำสนิท
และไม่รู้ว่ามีตัวอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า
เขาได้ลงไปสัมผัสกับความเย็นของน้ำสีใสนั้น แต่มันก็ยังไม่เย็นเท่าตัวเขาอยู่ดี
“นาย”
เสียงจากด้านล่างที่ได้ยิน
คงเป็นเสียงมนุษย์ที่กำลังเรียกใครสักอยู่เป็นแน่ แต่ช่างเถอะ
พวกมนุษย์ไม่ได้มีอะไรพิเศษจนสามารถมองเห็นปีศาจอย่างผมได้สักหน่อย หลับตาพักผ่อนเสียหน่อยดีกว่า
ร่างสูงที่อยู่ด้านล่างก้มลงไปขว้างหินก้อนเล็กมาก้อนนึง
ก่อนจะเอี้ยวตัวเพื่อส่งลูกหินในมือไปให้โดนร่างที่อยู่ข้างบนกิ่งไม้
ร่างเล็กๆที่อิงแอบต้นไม้โดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเขาเลยแม้แต่น้อย
“โอ๊ย ใครว่ะ”
ร่างเล็กบ่น
ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองป้อยๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมองคนด้านล่าง
ที่กำลังจะโยนหินขึ้นมาใส่เขาอีกรอบ แต่คราวนี้เหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่ยอมเสียแล้ว
ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะกระโดดลงจากกิ่งไม้ทางด้านหลัง
แต่แทนที่จะเห็นร่างนั้นกลับพบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นเอง
ทำเอาคนที่เห็นตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว
คนที่หายตัวไป
ค่อยๆเดินออกมาจากช่องว่างของมิติมาโผล่ทางด้านหลังอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ
ฝ่าเท้าเล็กยกขึ้นก่อนจะออกแรงส่งถีบไปที่หลังคนที่แกล้งเขาเมื่อครู่ แต่แทนที่จะโดนเต็มๆกลับกลายเป็นว่าคนคนนั้นหมุนกายหลบเท้าเขาได้
แถมยังมือไปคว้าเอาขาของเขาไปแนบกับลำตัวสูงนั้นอย่างรวดเร็ว
“.......”
มีเพียงความเงียบที่จู่ๆก็เลือกมาคั่นกลางระหว่างเขาสองคนเสียดื้อๆ
อาจเป็นเพราะคนอย่างชเวมินโฮไม่ได้คิดมาก่อน ว่าอะไรสักอย่างบนต้นไม้
ที่ได้เห็นกันตรงหน้าเต็มๆตาแบบนี้
มันมีอะไรที่เห็นมากกว่าที่เห็นจากระยะไกลเสียอีก
เรือนผมสีน้ำตาลบลอนด์ที่ดูเข้ากันกับใบหน้าหวานของร่างตรงหน้า
เครื่องหน้าที่เหมือนไม่ได้บรรจงแต่งขึ้น
แต่ก็ทำให้คนมองแอบใจเต้นแรงไม่น้อยเลยที่เดียว ไหนจะผิวขาวเนียนเกือบซีดที่ทำให้คนตัวสูงละสายไปไม่ได้นั่นอีกล่ะ
ร่างเล็กๆตรงหน้าแย้มกลีบปากออกราวกับจะเอ่ยอะไรออกมา แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร
แต่คล้ายว่าเขาจะหมดแรงไปเสียแล้ว
ภาพร่างตรงหน้าค่อยๆเลือนรางลงไปพร้อมกลีบปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
ลงไปแล้ว มนุษย์ตรงหน้าเขาล้มลงไปแล้ว ปีศาจที่โดนปล่อยขาก็กลับมายืนตามปกติ
เพียงเพราะโดนเวทมนต์จากเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง
จริงๆแล้วไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แต่เพียงแค่ปรารถนาอยากให้คนนี้หลับ สิ่งนั้นก็เกิดขึ้นแทบจะทันที
คำอ้อนวอนเขาเป็นสิ่งที่เขาขอแล้วไม่เคยที่จะไม่เกิดขึ้นเลยสักครั้งเดียว มันเป็นสิทธิพิเศษอะไรสักอย่างที่มีมาตั้งแต่เขาเกิด
และสิ่งที่จำได้เขาไม่ค่อยจะยุ่งกับสิทธิพิเศษนี้สักเท่าไหร่
และเหมือนว่าพ่อแม่ก็ไม่เคยบอกเช่นกันว่าเป็นเพราะอะไร
เขาหยุดความคิดฟุ้งซ่านไปก่อนแล้วไปสนใจร่างที่หมดสติตรงหน้า สองขาเรียวเดินไปหาร่างที่ล้มลงเมื่อครู่นี้
ค่อยๆย่อตัวลงแล้วไล่สายตามองอีกฝ่ายอีกครั้ง ใบหน้าคมกับเรือนผมนุ่มสีน้ำตาล
จงฮยอนมองเพียงเท่านั้นก่อนจะค่อยๆสอดมือเข้าไปใต้ร่างคนตัวสูง
พยายามใช้แรงที่มีพยุงร่างที่หมดสติขึ้น แล้วพาอีกฝ่ายไปแอบอิงพิงด้านหลังต้นไม้ต้นใหญ่ต้นนั้น
น่าแปลกใจจริงๆที่มนุษย์คนนี้มองเห็นเขา
ทั้งๆที่โดยทั่วไปแล้วไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถมองเห็นปีศาจอย่างเขาได้แท้ๆ
จงฮยอนหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้น
ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีดำออกมา
เดินไปหาก๊อกน้ำที่บังเอิญมีข้างหลังตึกนี้อย่างพอดี ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด
พร้อมเดินกลับมาที่เดิม ค่อยๆใช้ผ้าผืนนั้นลูบเช็ดไปที่หน้าผากใต้ผมหน้าม้า
พร้อมกับมองดูคิ้วเข้มๆของอีกฝ่ายไปด้วย
ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มเลื่อนลงต่ำไปพร้อมระดับสายตา เปลือกตาอุ่นที่ปกปิดดวงตาคมสีดำ
จมูกโด่งเป็นสัน พวงแก้มอุ่นนุ่มนิ่ม ก่อนผ้าเช็ดผืนบางจะหยุดลงที่แก้ม
เมื่อมองไปที่ปากหยักสีเชอร์รี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ
ยังไม่ทันที่จะได้เลื่อนผ้าสีเข้มไปเช็ดส่วนอื่น
คนตรงหน้าก็เลือนฝ่ามือมาจับแขนทั้งสองขึ้นอย่างรวดเร็วไปเสียแล้ว
สงสัยเขาจะคำนวณผิดไปหน่อย หรือเขาแอบลืมเรื่องเวลาไปแล้วก็ไม่รู้
ทำให้คนตรงหน้าลืมตาขึ้นมาพันธนาการส่วนด้านบนของร่างกายเขาไปเสียแล้ว
“นาย”
“หิวน้ำใช่หรือเปล่า”
ร่างเล็กไม่ได้ว่าอะไร
เพียงแค่ถามคนตรงหน้าเสียงเรียบเท่านั้นเอง การที่จะหลุดออกจากวงแขนแข็งแรงนี้มันไม่ได้ยากสักเท่าไหร่ในความคิดของเขา
มันเป็นเรื่องง่ายดายที่เขาคิดจะทำเมื่อไหร่ก็ได้เท่านั้นเอง
“นาย”
ผู้ชายตรงหน้าเขาเรียกเขา
แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เหมือนว่ามีเรื่องจะพูดแต่ไม่กล้าพูดเสียแบบนั้น
น่าเสียดายที่เขาไม่อยากจะรู้เสียด้วย ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร
เขาสามารถอ่านจิตใจคนอื่นได้เหมือนแม่ของเขา
คงเพราะแม่เป็นปีศาจสายพันธุ์โบราณด้วยล่ะมั้ง ถึงทำให้เขามีสัญชาตญาณไวต่อเรื่องอันตรายได้เร็วกว่าปกติ
แล้วคนตรงหน้าเขาก็เงียบอีกแล้ว
คิ้วหน้าค่อยๆเลื่อนไปเกือบชนกัน แทบยังยุ่งกันเสียจนแทบเป็นปมซะแบบนั้น
เขาเลยยื่นนิ้วมือไปจิ้มตรงกลางคิ้วนั้นเบาๆ
ทั้งที่อีกฝ่ายยังคงจับข้อมือเขาไว้นั่นแหล่ะ ไม่รู้ว่าจะเครียดอะไรนักหนา
“คิม จงฮยอน”
“!!!!!!!”
EVIL OWNER
คุณเคยเป็นบ้างหรือเปล่า
ที่ได้แต่นั่งมองใครบางคนเดินไปเดินมาทำอะไรสักอย่างที่ครัวอย่างวุ่นวายแบบนั้น
ตอนนี้ผมกำลังนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาเตอร์บาร์ตรงหน้าครัว
ในคอนโดชั้นบนสุดของคนตัวสูงที่เรียกชื่อเขาออกมา อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
คุณเคยได้ยืนเรื่องเจ้าชีวิตไหม เรื่องที่มนุษย์มีปีศาจไว้ในครอบครอง
คนคนนั้นจะเรียกชื่อปีศาจได้อย่างถูกต้อง
ทั้งๆที่ไม่มีอะไรบอกเลยด้วยซ้ำว่าปีศาจนั้นชื่ออะไร
เหมือนว่าเรื่องที่พ่อแม่เขาเคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆจะเป็นจริงเสียแล้ว
เรื่องที่ว่าปีศาจมีเจ้าชีวิตอย่างเช่นมนุษย์ มีเพียงโชคชะตาเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดให้ตรงพบเจอ
ปีศาจบางตนไม่ได้มีเจ้าชีวิตทุกตัว แต่มนุษย์บางคนกลับมีสิทธิพิเศษในการมีปีศาจไว้ในครอบครองเสียเอง
และตอนนี้เขามีเจ้าชีวิตเป็นมนุษย์ที่ชื่อว่าชเวมินโฮ คนที่จู่ๆก็เรียกชื่อเขาออกมาอย่างหน้าตาเฉยแบบนั้น
“มินโฮ”
“อะไรครับ”
“นายทำอะไรอยู่”
ร่างเล็กถามคนตัวสูง
ในขณะที่นั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายเดินไปมาอย่างเบื่อหน่ายเสียแล้ว
สิ่งที่มนุษย์เรียกว่าอาหาร และใช้เป็นสิ่งดำรงชีวิต
มันไม่ได้กระตุกต่อมความอยากอาหารของเขาเลยสักนิดเดียว เพราะรสชาตินั้นมันห่วยแตกสิ้นดี
ผมเคยไปแอบชิมตามร้านขายข้างทางนิดนึงน่ะ
“ก็ทำอาหารไง นายไม่กินเหรอ”
“ฉันไม่จำเป็นต้องกิน
แค่เลือดจากตัวอะไรสักอย่างก็พอแล้วหน่า”
“นายนี่ถ้าจะเพี้ยน
ใครเขาจะกินเลือดสดๆกันบ้าง”
มินโฮบอกอีกฝ่าย ใครจะไปกินเลือดสดๆกันเล่า
คงพูดเล่นเพราะหิวมากๆอยู่ล่ะมั้ง ดวงตากลมใสมีแววซุกซนเล็กๆ
“ปีศาจอย่างข้าไง”
“ปีศาจมีจริงที่ไหน”
คนตัวสูงบอกผม เขาไม่เชื่อว่าปีศาจมีอยู่จริง
และผมก็ไม่ได้บอกเขา ว่าเขาเป็นเจ้าชีวิตผม ตลอดทางที่กลับมา
ผมบอกว่าต้องการความเงียบ และนั้นก็ช่วยเขาได้ดีเลยทีเดียว เพราะไม่มีใครเห็นปีศาจอย่างเขานอกจากเจ้าชีวิตตัวเอง
คนที่มีปีศาจไว้ในปกครอง ปีศาจด้วยกัน และเทพ
คุณคงอยากรู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ มันเป็นเพราะความต้องการของคนคนนี้ไงหล่ะ
และผมก็ไม่มีสิทธิที่จะขัดคำสั่งเหล่านั้นซะด้วยสิ เพราะผมไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เจ้านายเขาต้องการได้
นอกเสียจากเจ้านายเขาจะตอบรับในสิ่งที่ผมต้องการบ้างเท่านั้นเอง
เหมือนว่าอาหารที่มินโฮทำมันจะเสร็จแล้ว
ผมเลยต้องย้ายตัวเองไปช่วยยกของไปวางที่โต๊ะอาหารเหมือนที่เคยเห็นคนอื่นทำบ้างๆ
ผมมาที่นี่ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน แถมเวลาที่ไหนมาไหนไม่มีใครมองเห็นผมเนี่ย
มันเป็นอะไรที่ดีมากๆเลยล่ะครับ
“รู้จักช่วยด้วย”
ผมเงียบ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามอีกคน
นั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายทานอาหารอย่างเงียบๆ
เหมือนว่าเจ้านายผมจะหิวมากๆจนลืมไปว่าผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะผมไม่อยากจะกินมันเลยให้ตายสิ
ผมมองใบพืชสีเขียวๆที่ผัดกับอะไรสักอย่างแล้วความอยากอาหารก็ลดลงแทบจะทันที
กินไปได้ไง เหม็นเขียวจะตาย ผมไม่ได้บอกใช่ไหม
ว่าผมจมูกดีกว่าหมาสักสองเท่าได้เนี่ย ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน
มันเป็นข้อได้เปรียบในการเอาตัวรอดในโลกปีศาจที่ดีเลยทีเดียว แต่ตอนนี้
ในโลกมนุษย์เดินดินผมชักจะเริ่มไม่แน่ใจว่าเรื่องจมูกนี้เป็นข้อดีหรือข้อเสียกันแน่
“อ้าว ไม่หิวเหรอ”
คนตัวสูงที่เหมือนจะทานอิ่มอิ่มแล้ว
เริ่มหันมาสนใจผมที่นั่งตรงข้าม โดยที่ข้าวในจานไม่ได้หายไปไหนเลยสักเม็ดเดียว
และแน่นอนว่ามันยังไม่ได้ขยับไปไหน เพราะผมไม่ได้เตะมันเลยนะสิ
ปานนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้วล่ะ
“ไม่เท่าไหร่”
เพราะมัวหิว
จนลืมที่จะถามคนที่เข้ามาอยู่ในห้องด้วย
ป่านนี้พ่อแม่ของคนตรงหน้าเขาไม่ตามหาแย่แล้วเหรอ - -;
ผมปล่อยให้เขาเดินตามมาจนลืมเรื่องสำคัญๆไปหมดเลย
“ฉันมินโฮ
ชเวมินโฮ ว่าแต่นายไม่อยากกลับบ้านเหรอ”
“ไม่มีหรอกบ้านที่ว่าน่ะ”
คนตัวเล็กตอบโดยไม่ต้องคิดในทันที
“อ้าว แล้วปกติ นายนอนที่ไหน”
“อืมล่าสุด นอนบนต้นไม้เมื่อสองวันก่อน”
จงฮยอนอย่างสบายๆ
มองคนตรงข้ามที่ทำหน้าฉงนมากกว่าเดิม ไม่แปลกหรอกที่เจ้านายเขาจะมองแบบนี้
มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกสำหรับมนุษย์แล้วนี่นา
“ยังจะมาเล่นอีก”
“ช่างนายเถอะ ฉันขอออกไปบินเล่นหน่อยล่ะกัน”
จงฮยอนบอกอีกฝ่ายเสียงหน่าย
ไม่รู้ว่าทำไมต้องกังวลขนาดนั้น ในเมื่อคนที่ควรจะกังวลมากกว่านี้
ควรจะเป็นเขามากกว่า ผมว่าเจ้านายผมแปลกจริงๆนั่นแหล่ะ ชอบทำหน้าเข้มคิ้วขมวดอยู่ได้
ไม่เห็นจะหล่อเลยสักนิด
“เดินเล่นสินะ ไปดิ”
“ก็บอกว่าบิน”
ผมท้วงอีกคน
ที่ทำเป็นเปลี่ยนเนื้อความที่ผมบอก ก็บอกว่าบิน จะบอกว่าเดินอีก
เข้าใจอะไรยากซะมัดเลยให้ตายสิ - -;
“O.O”
“เดี๊ยวมา”
ร่างเล็กบอก ก็จะค่อยๆควบคุมปีกให้งอกออกมา
ขณะที่เดินไประเบียง ปล่อยให้เจ้านายตัวเอง ยืนอึ้งอยู่แบบนั้น
เรียวปีกสีดำสนิทๆขยับขึ้นลง ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ตามความต้องการของตัวเองอย่างเงียบๆ
“มะ เมื่อกี๊ เขาตาฝาด เขาตาฝาดไปแน่ๆ”
มินโฮพึมพำ แต่ก็คิดได้เท่านั้น
ในเมื่อจานข้าวของคนที่เคยนั่งตรงข้ามกับเขายังคงวางอยู่ตรงนั้น
เป็นหลักฐานที่บอกว่าเมื่อครู่นั้นเขไม่ได้ตาฝาดจริงๆ และสิ่งที่ยืนยันได้อีกฝ่าย
ก็คือขนปีกสีดำที่หล่นลงเหนือจานข้าว มันกำลังละลายไปต่อหน้าต่อตาเขา
แถมยังเปร่งแสงระยิบระยับให้เขาตกใจเล่น
ก่อนจะหายไปพร้อมทำให้เม็ดข้าวสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็นสีดำในพริบตา
“จะมีอะไรแปลกกว่านี้ไหมว่ะ”
EVIL OWNER
กว่าร่างเล็กจะกลับมา
ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน คนตัวสูงไล่ให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำ จากนั้นก็พาไปนอนด้วยกัน
แต่พอเอาเข้าจริงๆคนตัวเล็กดันบอกว่าจะนอนพื้น ซึ่งเขาก็บอกว่าให้นอนบนเตียงด้วยกัน
แต่อีกคนก็ยังไม่ยอมอยู่ดี - -;
“ผมจะนอนพื้น”
“นอนด้วยกัน อย่าเรื่องมาก”
“ไม่เอา จะนอนพื้น”
“นอนด้วยกัน”
ร่างสูงพูดจบก็จับข้อมือเล็ก
ดึงร่างนั้นไปนอนที่เตียงในทันที เขาเอี่ยวตัวไปปิดไฟเหนือหัวเตียงเล็กน้อย
ก่อนจะรีบกลับมากอดอีกคนไว้แน่นๆ พร้อมคว้าผ้าห่มขึ้นมาด้วยเสร็จสรรพ
แต่เหมือนว่าคนตัวเล็กๆจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ คนตัวสูงเลยพลิกตัวไปคร่อมอีกฝ่าย
มองคนใต้ร่างอย่างจริงจัง
“ปล่อย”
“ไม่ปล่อย นอนได้แล้ว”
“ไม่เอา อื้อ”
เสียงเล็กร้องอย่างตกใจในลำคอ
ทั้งๆที่เขากำลังจะเถียงว่าไม่ อีกคนก็ก้มลงมาปิดปากเขาแล้ว ทำเอาตากลมๆนั้นเบิกกว้างอย่างตกใจ
ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว จงฮยอนไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายมันคืออะไร
แต่สิ่งที่ตัวเองรู้อย่างชัดเจนคือร่างกายมันกำลังร้อนขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ
แถมเจ้านายตัวสูงยังส่งเรียวลิ้นเข้ามาเล่นในโพรงปากอีก
สิ่งที่ทำอยู่นั้นมันคืออะไร
เขาไม่เข้าใจการกระทำนั้นจริงๆเลยได้แต่พยายามดันลิ้นอีกฝ่ายออกพร้อมดิ้นไปมาต่อต้าน
เพราะเห็นเรียวปากอิ่มตรงหน้าที่เถียงไม่หยุด
เลยอยากจะปรามเอาไว้ แต่เหมือนตัวเองจะทำเกินเหตุไปหน่อย
ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเองถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจูบคนตรงหน้าทำไม
ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นตัวอะไรกันแน่
แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือคนตรงหน้าทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปมองอย่างอื่นได้เลย
ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมนุ่มมือ ดวงตากลมโตติดเจ้าเล่ห์นิดๆ จมูกโด่งเชิดรั้น ปากอิ่มสีสด
ผิวขาวเนียนละเอียดเกือบซีดเสียด้วยซ้ำ แขนเล็ก ขาเรียว
ทุกสิ่งที่เขามองเห็นมันรวมกันเป็นคนตรงหน้าออกมาได้อย่างไม่มีที่ติจริงๆ มินโฮละริมฝีปากออกมามองคนใต้ร่าง
ที่ดิ้นดุ๊กดิกไปมาเมื่อพยายามหาทางหนี
”ปีศาจน้อยของข้า
เจ้าหยุดดิ้นแล้วหันหน้ามามองข้าซะดีๆ”
ร่างเล็กถึงกลับหยุดนิ่งและค่อยๆหันหน้าไปตามคำสั่งคนด้านบนช้าๆ
ดวงตากลมส่อแววตกใจออกมาให้เห็น มินโฮเพียงยกบางยิ้มให้เท่านั้น เจ้าเป็นของข้ามาตั้งนานแล้วจงฮยอน
เสียงทุ้มดังก้องในหัวคนตัวสูง สัญชาตญาณที่เคยจางหายเริ่มกลับมาอีกครั้ง
เขาไม่ใช่คนที่ต่อสู้เก่ง แต่เขาสามารถคว้าขาคนตัวเล็กที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ได้
มันเป็นเหมือนเสียงอะไรสักอย่างที่คอยบอกให้ทำตลอดเวลา อย่างในตอนนี้ที่เสียงนั้นบอกให้ผมพูดเช่นนี้
“คราวนี้ ก็หลับตา”
เปลือกตาบางค่อยๆปิดลงตามคำที่ผมพูด ผมก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าหวานเป่าลมหายใจรดแก้มใสเบาๆ
มองดูเครื่องหน้านั้นอย่างพิจารราว่าทำไมมันถึงลงตัวจนผมแอบใจเต้นแรงกันนะ
“เจ้าสั่งข้า”
กลีบปากอิ่มเอ่ยประโยคนั้นออกมาอย่างไม่เข้าใจ
คนตัวสูงไปรู้มาจากไหนว่าสามารถสั่งเขาได้
ใครเป้นคนบอกทั้งๆที่เราก็อยู่ด้วยกันเพียงสองคน
หรืออาจเป็นเสียงกระซิบจากส่วนลึกในจิตใจคนตรงหน้ากัน
ตอนนี้เขาหลับตารู้สึกอุ่นๆที่ใบหน้าเหมือนลมหายใจนั้นกำลังปะทะกับผิวของเขา
ทำเอาเขารู้เสียวสันหลังแลกๆมันไม่ได้น่ากลัวเหมือนกำลังจะโดนกิน แต่รู้สึกวาบวามในท้องน้อยแปลกๆ
“ข้าอยากลองสัมผัสเจ้า”
ผมเอ่ยตามที่เสียงในใจบอก
ก่อนจะไล่ปลายนิ้วไปตามพวงแก้มนุ่มนิ่ม ซอกคอขาว เขาหยุดปลายนิ้วไว้เพียงแค่นั้น
เคลื่อนใบหน้าไปประทับรอยบนซอกคออ่อนเบาๆ ไล่สัมผัสอุ่นชื้นไปเรื่อยๆตามที่ใจคิด
กลิ่นสบู่ที่เคยใช้เขาเพิ่งรู้ว่ามันหอมก็ตอนที่มาอยู่บนร่างเล็ก
“มินโฮ หยุดอื้อ”
เขาไม่ปล่อยให้ร่างเล็กเอ่ยอะไรออกมาต่อ
ก้มลงปิดปากอิ่มอีกครั้ง เกี่ยวรัดลิ้นเล็กๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆ มินโอเลยได้แต่เอ่ยในใจว่าขอให้ยอมเขาเสียที
ร่างตรงเลยเหมือนจะตอบสนองเขากลับเสียบ้าง
“เจ้าจะทำอะไร”
เมื่อเป็นอิสระจงฮยอนก็ถามอีกครั้ง มองคนที่คร่อมร่างเขาปลดกระดุมเสื้อนอนของตัวเอง
ใช้ปลายลิ้นชื้นสัมผัสกับผิวอก ขบเม้มจนเกิดรอยแดงขึ้นไปทั่วที่สัมผัสอุ่นชื้นลากผ่าน
รู้สึกเหมือนความคิดที่อยู่ในหัวเขาจะหายไปหมดเหลือเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นเอง แถมยังรู้สึกได้แค่สัมผัสชื้นๆบนกายตัวเองเท่านั้น
“ดูต่อไป”
มินโฮตอบอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ห้ามให้อีกคนผลักใส่ไล่ส่งเขาเสียหน่อย
เขาบอกร่างเล็กให้หยุดดิ้นแล้วหันมามองหน้าเขาเท่านั้นเอง
ไม่ได้ให้หยุดนิ่งไปตลอดนี่นา แถมตอนนี้เหมือนเขาจะหยุดตัวเองไม่ได้เสียแล้วจริงๆ
ยิ่งอีกฝ่ายปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเองมากเท่าไหร่ อะไรๆก็เหมือนจะหยุดยากขึ้นทุกที
“เจ้ากำลังทำ อ่ะ”
เสียงหวานร้องตกใจ เมื่อคนตัวสูงเลื่อนกายลงต่ำ ฝากรอยฟันไว้หน้าท้องเนียน
สองมือดึงกางเกงตัวยาวที่เป็นคนเลือกออกไปให้พ้นตัว เรือนร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งมองคนที่อยู่ระหว่างขาแทบจะทันที
สองมือหนาประครองส่วนกลางกายไว้แผ่วเบา ค่อยเพิ่มแรงสัมผัสที่ฝ่ามือพร้อมขยับขึ้นลงด้วยจังหวะไม่รวดเร็ว
แต่เสียงหวานก็เปร่งออกมาก่อนที่เขาจะเพิ่มจังหวะเสียแล้ว
“อ่ะ อ่า ทำไม”
รู้สึกดี ร่างบางต่อคำที่เอ่ยออกไปไม่หมดในใจ
ก่อนจะเอนหลังเอามือยันฟูกหนานุ่ม มองคนตัวสูงสัมผัสส่วนกลางกายตามใจชอบต่อไป เหมือนว่ามินโฮกำลังใช้ฝ่ามือสัมผัสส่วนนั้นพร้อมขยับขึ้นลงไปมาซ้ำๆ
ทำเอาคนได้แต่มอง ต้องคิดตามไปด้วยว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกดีแบบนี้
“อ่ะ อื้ม”
เสียงหวานเปร่งออกมาให้ได้ยิน
พร้อมกับที่เขารับส่วนอ่อนไหวนั้นเข้าไปในโพรงปากอุ่น ตวัดปลายลิ้นสัมผัสส่วนปลายยอดสีหวาน
และใช้มือที่ว่างอีกข้างหนึ่งควบคุมส่วนโคนเอาไว้ มือข้างจับต้นขาเล็กให้อ้าออกพอประมาณ
ไม่มากเกินจนอีกคนบ่นว่าเจ็บหรอกนะ เดี๊ยวได้สะดุ้งก่อนที่เขาจะทำอย่างอื่นนะซิ
มินโฮละริมฝีปากออกจากส่วนกลางกายนั้นทั้งๆที่อีกฝ่ายกำลังฟันเพื่อจะปลดปล่อยอยู่แท้ๆ
ดวงตาคมมองหน้าหวานที่หลับตาแสดงสีหน้าเจ็บปวดกับการไม่ได้ปลดปล่อย
เขาเลื่อนใบหน้าไปใกล้จูบลงที่กลีบปากอิ่ม ดันร่างเล็กๆให้นอนราบลงกับเตียงกว้าง
ใช้มือข้างหนึ่งประครองแก้มใส อีกข้างแยกเรียวขาออกจากกัน
เลื่อนปลายนิ้วไปวนเวียนที่ปากทางอ่อนนุ่ม
จูบรุกเร้าอีกคนให้สนใจริมฝีปากตัวเองเท่านั้น
ก่อนจะค่อยๆกดลงไปที่ปากทางนุ่ม จนได้ยินเสียงครางในลำคอ
แต่เขาก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นกลับดันปลายนิ้วเข้าไปด้านในลึกเรื่อยๆ
กดตามผนังอ่อนนุ่มที่บีบรัดนิ้วกลางเป็นจังหวะหาส่วนสำคัญภายใน
เอปลายนิ้วไปเรื่อยๆจนอีกฝ่ายหยุดตอบสนองและคราอื้ออึงในลำคอ
เขาถึงไดละริมฝีปากออกมา ให้อีกคนปล่อยปลดเสียงหวานให้ได้ยิน
“อ่ะ อ๊า”
มินโฮปล่อยให้ร่างมีความสุขเพียงชั่วครู่เขาถอนนิ้วเรียวออก
จัดการปลดกางเกงของตัวเองออกให้พ้นทาง
ให้ส่วนแข็งแรงที่กำลังตั้งชันออกมาสัมผัสอากาศภายนอก ร่างเล็กหอบหายใจ
ปรือตามองคนที่หยุดกระทำกับร่างกายของตน
แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อคนตัวสูงรั้งร่างตัวเองเข้าไปใกล้
แถมยังเอาท่อนเนื้อใหญ่ตั้งชันจอที่ส่วนทางเข้าสีชมพูอ่อนของตัวเอง
ร่างที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธต้องกลืนเสียงลำคอ
เมื่อคนตัวสูงโน้มร่างมาปิดปากเขาอีกแล้ว
แถมยังพยายามดันส่วนที่ตั้งชันเข้ามาภายในร่างเขาอีกด้วย
ตอนนี้จงฮยอนมีแต่ความรู้สึกเจ็บ เจ็บจนน้ำใสๆไหลออกมา
แต่อีกฝ่ายก็มองไม่เห็นเพราะมินโฮนั้นหลับตาพริ้มดึงเรียวลิ้นเขาไปเกี่ยวกระหวัดซ้ำๆ
แถมยังตั้งสมาธิไปส่วนล่างที่กำลังดันเข้ามาเรื่อยๆอีกด้วย
มือเล็กยกขึ้นมาผลักร่างอีกฝ่าย
มินโฮเลยลืมตามองคนใต้ร่าง ที่มีแต่น้ำใสๆคลอเต็มดวงตา
มันยังไหลลงไปตามใบหน้าสวยนั้นอีกด้วย
จงฮยอนกัดฟันบอกคนที่กำลังมองหน้าและหยุดการกระทำนั้นเพื่อฟังเขา
“เจ็บ มันเจ็บ”
“ผ่อนคลายเข้าไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆนะ”
มินโฮกระซิบบอกข้างใบหูนิ่ม ปล่อยให้ร่างเล็กหลับตาทำตามที่เขาบอก
ก่อนจะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหายใจเข้าไปลึกๆ
ดันท่อนเนื้อแข็งแรงเข้าไปจนสุดรวดเดียว
“อ๊าาาาาาาาาา”
เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อคนตัวสูงดันส่วนนั้นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ทำนบน้ำใสๆที่คลอเต็มดวงตาก็พังลงมาแทบจะทันที ร่างเล็กผวากอดร่างสูงไว้แน่น
“จะ เจ็บ”
จงฮยอนร้องบอกให้อีกฝ่ายรับรู้
มินโฮก้มหน้าลงมองร่างที่กอดเขาแน่น ยกมือขึ้นไปลูบหัวกลมเล็กอย่างเบามือ
แล้วเชยคางมนขึ้นมาประกบริมฝีปากกัน สงสัยจะเร็วไปจริงๆ แต่เขาอดใจไม่ไหวแล้วนี่นา
ช่องทางที่ตอดรัดนิ้วเขาแน่นแบบนั้น ทำเอาคนยั้งใจไม่อยู่ ดันกายเข้าไปด้านในจนได้สิน่า
เขาเลื่อนริมฝีปากไปที่หูบางแล้วขบมันเบาๆ
เลื่อนเรียวลิ้นลงต่ำ จูบสัมผัสผิวอ่อนไปเรื่อยๆ จนถึงยอดอกตั้งชัน
มินโฮไม่รอช้าใช้ปลายลิ้นตวัดชิมในทันทีจนได้ยินเสียงเสียงครางหวานข้างหู เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายลืมส่วนที่เชื่อมต่อกันแล้ว
จึงค่อยๆขยับเบาๆเพียงนั้น ร่างบางก็สะดุ้งอีกแล้ว
“อ่ะ จะ เจ็บ”
จงฮยอนบอกอีกครั้ง คราวนี้มินโฮหันมาสนใจคำท้วงอย่างจริง
เลื่อนมือไปเล่นกับแกนกายสีหวาน พร้อมๆกับขยับร่างกายตัวเองไปด้วย
ลืมตามองอีกฝ่ายที่กำผ้าปูที่นอนแน่น คงเพื่อระบายความเจ็บปวดและเสียวซ่านไปพร้อมๆกัน
เอวหนาขยับกายเนินนาบ
เอาออกเกือบสุดแล้วส่งเข้าไปใหม่เกือบสุดได้สักพัก จนอีกฝ่ายคุ้นชิน
จึงเริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้นตามใจตัวเอง เหมือนว่าความอดทนเขาจะน้อยเหลือเกิน
ถึงได้ขยับเอวไม่ยั้งใส่ร่างเล็ก จนหัวกลมนั้นสั่นคลอนตามอย่างหยุดไม่อยู่
“อ่ะ อ้า มันรู้สึกดีจัง อ่ะ”
คราวนี้ประโยคหวานๆจากร่างด้านใต้ทำเอาคนตัวสูงหันกลับมาสนใจอีกครั้ง
เขาก้มลงชิมเนื้อนูนบนยอดอก พร้อมๆกับกระแทกสะโพกหนาดันส่วนแข็งแรงเข้าไปด้านในลึกขึ้นเรื่อยๆ
จนสะกิดเอาส่วนสำคัญที่ร่างบางส่งเสียงครางแปลกๆ
มินโอเลยกระแทกย้ำจุดนั้นซ้ำๆให้อีกฝ่ายจนพอใจ
แล้วเริ่มเร่งจังหวะให้มากขึ้นเมื่อใกล้จะปลดปล่อย
“อื้อ อื้อ มิน มินโฮ”
ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดไปแบบนั้น
แต่คนที่ได้ยินกลับเหมือนเป็นเสียงเชียร์เร่งจังหวะให้อีกฝ่ายไปเร็วก่อนที่ควรจะเป็น
ทำให้คนตัวสูงต้องเร่งจังหวะไปตามติดๆจนถึงฝั่งฝันตามร่างเล็ก
เขาทิ้งตัวลงทับร่างด้านใต้ เป่าลมหายใจออกเป็นว่าเล่น
เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เหนื่อยไหม”
มินโฮกระซิบถาม พร้อมจมูกลงที่แก้มใสเบาๆ
ขณะที่ร่างเล็กกลับถอนหายใจหอบไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่แปลกกว่าคือรู้สึกอุ่นๆที่ส่วนแข็งแรงนั้นสอดเข้าไป
เหมือนเป็นน้ำอะไรสักอย่างที่กำลักไหลไปทั่วช่องทาง แถมยังเยอะจนล้นออกมาด้านนอกอีกต่างหาก
“ทะ ทำไม ที่ตรงนั้น มะ มันอุ่นๆ”
จงฮยอนถามอย่างสงสัย
หลังจากปลดปล่อยก่อนคนตัวสูง เขากระตุกร่างปลดปล่อยจนเลอะเต็มหน้าอีกฝ่าย
แถมยังไหลเยิ้มลงมาที่ตัวเองอีกต่างหาก
แต่สิ่งที่สงสัยคือไอ้น้ำอุ่นๆนั้นมันคืออะไร
“ไม่ชอบเหรอ”
“ชอบ แต่มันแปลกๆ”
จงฮยอนตอบพร้อมถามกลับอย่างใสซื่อ เมื่อกี๊รู้สึกดีมากจริงๆแต่ตอนนี้สงสัยมากกว่า
“อีกรอบนะ”
ร่างสูงกระซิบบอก ไม่ได้ตอบคำถามเจ้าตัวเล็ก
ก่อนจะขยับส่วนที่เชื่อมร่างกายระหว่างกันอีกครั้ง
จนได้ยินเสียงหวานๆลอยมาเข้าหูให้ได้ยินไม่ขาด
end
จบอย่างมึนๆ
เอาไปอ่านฆ่าเวลาเถอะ