วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

SF special List III




SF special List III

Minho X Jonghyun

Nc 18

By Vacaska








ผมจำไม่ได้ว่าตอนนี้รอบที่เท่าไหร่ เรี่ยวแรงที่มีก็เลือนหายไป หายไปพร้อมกับเสียงทุ้มๆข้างหูที่เอ่ยชื่อเขาอ่อนโยนซ้ำเล่าซ้ำเล่า สัมผัสอบอุ่น เปียกชื้น หรือเสียวซ่านนับครั้งไม่ถ้วน กำลังทำให้คนที่ได้แค่ครางใกล้จะหมดแรงไปอีกครั้ง

มือหน้าเกลื่ยผมสีเทาประกายน้ำเงินบริเวณแก้มกลมไปทัดข้างหูแผ่วเบา แล้วก้มลงหอมพวงแก้มใสชื้นเหงื่อจากกิจกรรมเมื่อครู่เบาๆ ไม่ให้รบกวนคนตัวเล็กที่กำลังเข้าสู่ห้วงนิทรา 

ร่างสูงลุกขึ้นยืน หยิบผ้าห่มที่กองอยู่ปลายเตียงขึ้นมาห่มร่างเล็กเปลื่อยเปล่า ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้าที่กระจายตามพื้นลงตะกร้าพร้อมยกมันออกไปด้านนอก ค่อยๆปิดประตูบานใหญ่แผ่วเบา แล้วลงกลอนล็อคกุญแจด้านนอกอย่างเงียบกริบ 




ร่างเล็กปรือตาขึ้น กระพริบซ้ำๆไล่ความง่วง มองดูแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านอย่างอารมณ์ดีเหมือนเช่นทุกวัน ก่อนจะพยายามย้ายร่างตัวเองไปที่ระเบียง โดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้นเดียว ตลอดทางที่เดินก็มีเสียงโซ่ดังไปตามพื้นพรมเบาๆ 

จงฮยอนเท้าคางกับระเบียง มองลงไปด้านล่างที่เป็นแม่น้ำสายยาว ปล่อยให้สายลมเย็นๆพัดผ่านร่างกายบอบบางที่มีแต่รอยช้ำปนรอยรักเต็มตัวสักพัก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง และยังไม่ลืมที่จะปิดประตูระเบียงไม่ให้ลมเย็นๆพัดตามมาให้เย็นกายอีก

เรียวขาเล็กลากโซ่ล่ามตัวเองไปยังห้องน้ำ เพื่อชำระร่างกาย คราบเลือดปนคราบน้ำนมขาวแห้งกรังติดเรียวขาตั้งแต่เมื่อคืน เพราะเด็กคนนั้นอารมณ์เสีย เพราะเด็กคนนั้นใจร้อน ผลที่ออกก็คือรอยช้ำบนตัวเขาเช่นเคย

มือบางเปิดน้ำลงอ่างจากุซซี่สุดหรู บ่งบอกได้ดีว่าคนที่ขังเขาเอาไว้นั่นรวยขนาดไหน ก่อนจะก้าวลงไปแช่น้ำอุ่นๆ พร้อมลูบไล้กายของตัวเอง จัดการคราบสกปรกที่ติดตามเรือนร่างออกให้หมด ก่อนจะแช่ในอ่างนั้นสักพัก คิดถึงเรี่องราวที่ผ่านมา

เกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวชื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กคนนั้นเรียกเขาอยู่ทุกคืน เขาคงลืมไปแล้วจริงๆนั่นแหล่ะ จำได้ว่าก่อนหน้านี้เขาทำงานเป็นช่างภาพอิสระ ไม่มีญาติญาติมาคอยเป็นห่วง มีแต่พี่ชายคนสนิทที่รู้จักกัน ตอนเขาเริ่มไปดื่มในผับ 

บ้างครั้งเขาก็อยากปล่อยตัวปล่อยใจไปกับน้ำสีอำพันเสียบ้าง เป็นเพราะว่าทุกครั้งที่เขาเมา พี่ชายคนสนิทก็จะดูแลตลอดทำให้เขาไม่ทันระวังตัว ออกไปไหนต่อไหนกับคนแปลกในคืนนั้น เพียงแต่เดินไปเข้าห้องน้ำกลับชนกับร่างใครสักคน แล้วหมดสติไป

เขาตื่นมาแบบสลึมสลือ ก่อนจะโดนจูบและทำอะไรต่อมิอะไร ปล่อยตัวไปกับอารมณ์หวูบวาบที่จู่ๆก็เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว พอตื่นขึ้นมาก็สภาพอย่างที่เห็น เขาไม่มีเสื้อติดตัวเลยสักนิด นอนกอดกับใครก็ไม่รู้ ขาโดนล่ามโซ่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่เขายังไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ผู้ชายคนนั้น อันที่จริงต้องบอกว่าเด็กคนนั้นเพราะเขาอายุมากกว่า แต่ร่างกายของคนนั้นกลับสูงกว่า สมบูรณ์แบบมากกว่า ใบหน้าคมกับดวงตาเรียวมีเสน่ห์  ผิวสีขาวปนแทนไม่ได้ทำให้คนคนนั้นดูไม่เพอร์เฟค แต่กลับกันเพราะมันยิ่งลงตัวเสริมกันมากกว่าเดิมเสียอีก

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ก็มีใครสักคนลงอ่างมานั่งซ้อนหลังเข้าเสียแล้วทำเอาร่างบางสะดุ้งอย่างตกใจ มือหนากอดรัดร่างบอบบางให้แนบชิดตัวเอง ยกร่างนั่นให้นั่งทับร่างกายแข็งแรง ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าไปใกล้พร้อมกับจูบลงที่ต้นคอขาวเบาๆ

และนั่นก็ทำให้ร่างเล็กหยุดนิ่ง ลมหายใจสะดุดไปแล้ว มือหนาข้างหนึ่งกอดรัดร่างบอบบางให้เข้ามาใกล้ อีกมือหนึ่งก็เลื่อนลงต่ำไปสัมผัสส่วนอ่อนไหวอย่างรู้หน้าที่ 

"อ่ะ อย่าเพิ่ง"

ร่างเล็กเอ่ยเสียงสั่นเมื่อมือหนาที่กอบกุมส่วนกลางลำตัวขยับฝ่ามือขึ้นลงอีกครั้ง สัมผัสอุ่นชื้นติดจะร้อนแรงเสียด้วยซ้ำจูบไล่ไปตามซอกคอขาวอ่อนนุ่ม ขบเม้มรอยสีอ่อนให้เข้มขึ้นเหมือนเดิม ย้ายปลายลิ้นไปเล่นกับใบหูนิ่ม ให้มือเล็กๆที่วางบนขาต้องกุมกันแน่นด้วยความเสียวซ่าน

"อ่ะ อ่า"

เสียงหวานดังชิดใกล้หูแผ่วเบาแต่น้ำเสียงกลับเสียวซ่าน จนต้องหมุนร่างนั้นให้หันหน้ามาประกบริมฝีปากกัน ดูดดุนเรียวปากอิ่มจนพอใจ แล้วสอดเรียวลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับอีกคน เก็บเกี่ยวความหวานนั้นซ้ำอย่างไม่เคยพอ 

มือบางยื่นไปกอดผมนุ่มของคนตัวสูง ตอบสนองกลับอย่างไม่ประสีปะสาเช่นเดิม ถึงเขากับคนตรงหน้าจะเคยมีอะไรกันนานแล้ว ซึ่งเขาจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แต่เขาก็ไม่ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้จนเชี่ยวชาญสักหน่อย ในหัวเขาไม่เคยที่จะมีเรื่องว่าเลยสักนิด มีเพียงความคิดที่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตกับการวาดภาพอิสระเหมือนเดิม

"พี่จงฮยอน"

เสียงทุ้มเรียกชื่ออีกฝ่ายให้ได้ยินก่อนจะออกแรงยกร่างเล็กให้พ้นจากน้ำ พาร่างบอบบางออกไปด้านนอก ซึ่งเขาไม่ลืมที่จะคว้าผ้าเช็ดตัวมาด้วยหรอกนะ มินโฮก้าวพ้นจากห้องน้ำได้เพียงสองสามก้าวก็ปล่อยร่างเล็กให้ลงไปยืน ก้มหน้าเข้าไปทาบกลีบปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ ให้วงแขนนั้นคล้องที่คอตัวเอง แล้วหันมาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กๆอย่างเบามือ 

ฝ่ามืออุ่นร้อนใต้ผ้าเช็ดเนื้อนุ่มลากผ่านลำตัวเขาไปจนทั่วทุกตารางนิ้ว ลงน้ำหนักมือเบาบ้างหนักบ้างให้เขาครางอื้อในลำคออยู่เป็นระยะ มินโฮยกร่างเล็กๆนั้นไปที่เตียง ปล่อยผ้าเช็ดตัวผืนชื้นลงกับพื้นพรมสีแดงเข้ม วางร่างนั้นลงไปบนเตียงนอนขนาดคิงไซต์สีดำสนิท

จ้องมองตาคนใต้ร่างที่มีแววตื่นตระหนกเล็กน้อย อาจเป็นเพราะอยู่ด้วยกันมาสักระยะแล้ว ทำให้ร่างเล็กรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลที่มีแต่ความปรารถสุมตัวแน่นจนทะลักออกมาให้เขาเห็น ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่าน คนคนนี้คิดแต่เรื่องแบบนี้ในหัวหรือไง

"พี่อยากออกไปไหนไหม"

เสียงทุ้มถาม พร้อมคร่อมร่างแข็งแรงทับคนตัวเล็กข้างใต้ แต่ยังดีที่ใช้ฝ่ามือยันฟูกหนานุ่มไว้ ไม่เช่นนั้นร่างเล็กๆคงได้จมหายลงไปกับฟูกนุ่มนี้แน่ๆ 

"ครับ"

ร่างเล็กเลือกที่จะตอบอย่างสุภาพ พยักหน้าแรงๆยืนยันคำตอบให้ชัดเจน เพราะคราวนี้เป็นครั้งที่คนตัวสูงถามเขาว่าอยากไปที่ไหน เพราะฉะนั้นเขาต้องตอบให้ดี ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะเจ็บตัวอีกรอบก็เป็นไปได้ 

"อยากไปไหนเหรอครับ"

มินโฮถาม เกลี่ยข้อมือเข้ากับแก้มนุ่ม แล้วเริ่มเคลื่อนใบหน้าไปประทับรอยที่ซอกคอขาว ให้เวลาอีกฝ่ายคิดคำตอบที่จะบอกเขา สัมผัสอุ่นชื้นขยับเลื่อนไปเรื่อยๆตั้งแต่ช่วงลำคอเรียว

"บ้าน อ่ะ"

ร่างเล็กอุทาน เมื่อคนตัวสูงลงแรงกัดซอกคอเขา ทำให้รู้ว่าคำตอบนั้นไม่เป็นที่พึงพอใจสักเท่าไหร่ คนตัวเล็กเลยอ้าปากเพื่อจะอธิบายต่อ

"ไปเอาของวาดรูปเท่านั้นเอง คะ~ครับ อื้อ~"

จงฮยอนบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ ก่อนจะครางอื้ออึงให้ลำคอ เพราะเสียงนั้นหายไปอยู่ในลำคอ จากการประกบปากชิมน้ำหวานในโพรงปากอุ่น ใช้ฝ่ามือที่ว่างสะกิดยอดอก จากนั้นจึงละเรียวปากออกไปจัดการกับสิ่งที่กำลังแข็งเป็นไตนูนเด่นชัด

"ดะ ได้ไหม อื้อ"

 ยังไม่ทันได้คำตอบ คนตัวสูงก็เอาแต่ใจอีกแล้ว ก้มลงปิดทับปากอิ่ม ดูดดุนจนกลีบปากคนตัวเล็กแทบจะบวมเจ้อออกมาจนหนำใจแล้วเลื่อนหน้าไปกระซิบตอบข้างใบหูบาง

"เดี๊ยวเราค่อยไปกัน หลังจากที่พี่ไปกับผมก่อน"

"ครับ"

ร่างบางตอบ ก่อนจะเลือนมือไปจับบ่ากว้าง เมื่อคนตัวสูงเลื่อนริมฝีปากร้อนลงต่ำไปเรื่อย ลากผ่านซอกคอขาว เนินอกเนียน หน้าท้องเรียบ และทุกๆที่ก็เกิดรอยแดงเล็กๆให้เห็น จนคนโดนทำต้องหน้าขึ้นสีแทบทุกครั้ง เมื่อเห็นรอยเด่นชัดแบบนั้น

สัมผัสร้อนชื้นค่อยๆต่ำลงไปเรื่อย เหมือนที่มือเล็กจับบ่ากว้างไว้แน่นขึ้นไม่ต่างกัน ฝ่ามือหนากอบกุมส่วนกลางลำตัวอย่างเบามือ ขยับมือขึ้นลงเป็นจังหวะไม่เร่งรีบ ก่อนจะก้มหน้าเข้าใกล้ จัดการรับท่อนเนื้ออุ่นสีชมพูเข้าไปภายในโพรงปากตัวเอง

"อื้อ อ่ะ อ้า"เสียงหวานครางอย่างเสียวซ่าน เมื่อปลายลิ้นหนาตวัดเกี่ยวเล่นกับส่วนปลายสีชมพูของตัวเอง นิ้วเรียวที่กอบกุมส่วนล่างขยับขึ้นลงสอดรับกันเป็นจังหวะเข้าออก เมื่อคนตัวสูงขยับรูดริมฝีปากขึ้นลง ยังทำให้อุณหภูมิในร่างกายพุ่งขึ้นสูงตามอารมณ์ ส่งผลให้ผิวเนื้อเนียนแดงก่ำตามไปด้วย

"อ่ะ ไม่ไหว อ้า"จงฮยอนบอกคนตัวสูงหวาน เมื่อสิ่งนั้นกำลังขยายตัวในโพรงปากอุ่น สองมือเรียวตกลงข้างลำตัวกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น เรียวคอบางเงยขึ้นให้ใบหน้ามองเพดาน ส่วนกลีบปากก็ส่งเสียงครางไม่หยุด

มินโฮตวัดปลายลิ้นเร็วๆคุมจังหวะให้กระชั้นถี่มากขึ้น จนปลายสีชมพูที่กำลังปริ่มหยดน้ำขาวขุ่นพุ่งออกอย่างแรง ส่งผลให้หยดน้ำสีขุ่นไหลลงคอแทบจะทันที แถมยังล้นทะลักออกมาตามมุมปากเพราะมันยังมากเกินไปอยู่เ มือเรียวปาดส่วนที่เกินออกช้าๆ มืออีกข้างที่ว่างจัดการจับขาเรียวเล็กยกขึ้นให้เห็นช่องทางสีหวานลอยเด่น

นิ้วเรียวกดปลายนิ้วที่มีน้ำนมของร่างเล็กติดอยู่อย่างเบามือ ค่อยๆสอดใส่เรียวนิ้วอย่างใจเย็น ใบหวานบิดเหยเกยด้วยความเจ็บ ก้านนิ้วยังคงสอดเข้าไปไม่หยุด ในขณะเดียวกันหยดน้ำกลมใสที่เอ่อล้นรอบดวงตาก็ค่อยๆไหลลงตามใบหน้าหวาน เพราะความเจ็บจากช่วงล่าง ร่างสูงขยับเข้าไปจนสุดแล้วไล่ปลายนิ้วกดไปตามผนังเนื้ออ่อนไปเรื่อย จนได้ยินเสียงหวานๆนั่นร้องออกมาอย่างเสียงซ่าน เขาถึงได้ทำมันซ้ำๆเพื่อฟังเสียงครางหวานนั้นเรื่อยๆ













เกือบนานเลยทีเดียว ที่มินโฮจะปล่อยร่างนั้นให้เป็นอิสระ ทั้งๆทีไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนกอดกันบนเตียงเท่านั้น ใบหน้าหวานซุกเข้ากับอกกว้างฟังลมหายใจอย่างสม่ำเสมอของคนตัวสูง มือเล็กยุกยิกไปมาบนเอวแกร่งด้วยความไม่คุ้นเคย 

เขาจับมือเล็กๆนั้นมากอดเขาเอง แถมยังให้อีกฝ่ายนอนหนุนแขนเขาอีกด้วย ไม่อยากบอกใครว่าตอนนี้เขามีความสุขมากจริงๆ มีคนที่รักอยู่ข้างกายแบบนี้ คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ พี่จงฮยอนคนรักของผม แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว เขาอาจจะไม่รู้จักผมด้วยซ้ำไป

ผมจำได้ดีตอนที่เจอเขาครั้งแรก ในวันรับน้องของคณะบริหาร ร่างเล็กที่อยู่ในชุดนักศึกษา เรือนผมสีน้ำตาลยุ่งๆกับแว่นตากรอบหน้าปิดบังใบหน้า ทั้งๆที่ผมไม่ได้ตั้งใจหันไปมอง แต่ดันเห็นซะเอง ตอนที่พี่เขากำลังมัดผมที่ปรกใบหน้าขึ้นเป็นจุกเล็กๆเหมือนต้นมะพร้าว ให้เห็นใบหน้าหวาน ดวงตากลมโต จมูกโด่งเชิดรั้น ริมฝีปากอิ่มสีชมพู ทำเอาผมมองค้างจนเพื่อนที่นั่งข้างกันต้องตบหัวเรียกสติกันเลยทีเดียว

หลังจากนั้นผมก็ยังคงแอบมองพี่เขาไปเรื่อยๆ จนพี่เขาเรียนจบออกไป ผมก็ไม่ได้เจอพี่เขาอีกเลย ผมแอบนึกเสียใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่ไปทำความรู้จักพี่เขาไว้ แต่ผมก็ไม่ได้ละทิ้งความสนใจในตัวพี่เขาเลยสักนิด ผมแอบจ้างนักสืบ หาที่อยู่ของพี่เขา ติดตามพี่เขาไปในทุกๆที่ จนคืนนั้นที่ผมตัดสินใจไปเจอ 

 ที่ผับประจำของพี่จงฮยอน ได้ยินมาว่าพี่จงแอบสนิทกับบาร์เทนเดอร์เลยไปดื่มประจำ  ผมถึงได้ออกไปหาพี่เขาในคืนนั้น ผมนั่งอยู่บนโซนวีไอพี แต่สามารถมองเห็นร่างเล็กๆนั้นในระยะสายตาได้ ผมเลือกที่จะดื่มนิดหน่อยให้เป็นพิธีและไม่หิ้วสาวคนไหนมาพัวพัน เดี๊ยวจะเป็นการเสียเวลาในการแอบมองหมด

ผมเห็นพี่จงนั่งดื่มไปเรื่อยๆ พร้อมกับคุยกับบาร์เทนเดอร์อย่างสนิทสนม ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ ทำเอาคนที่แอบมองมานานอย่างผมนึกอิจฉาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ในเมื่อผมก็อยากให้พี่จงฮยอนทำแบบนั้นกับผมบ้าง แล้วโอกาสก็มาหล่นใส่ตรงหน้าผม เมื่อพี่จงลุกจากตรงนั้นไปห้องน้ำ ผมเลยรีบออกจากห้องตามไปในทันที เดินตามอย่างห่างๆ ส่งสายตาขวางๆให้คนที่มองคนตัวเล็กอย่างหวงๆ จนพี่เขาทำธุระเสร็จ ผมที่รอด้านนอก จงใจเดินไปชนพี่เขาแต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร พี่เขาก็สลบคาอกผมไปแล้ว

สองมือเลยพยุงร่างนั้นออกมาจากผับนั่น แล้ววางเงินให้เด็กในร้านก่อนพยุงร่างเล็กนี้ออกไป ผมขับรถไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมาย ใจจริงก็อยากจะไปส่ง แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ถึงจะหายไปก็ไม่มีใครที่ไหนมาตามพี่เขาแน่นอน เพราะพี่เขาอยู่คนเดียวมาโดยตลอด พ่อกับแม่นั้นทำงานอยู่ต่างประเทศไม่เคยที่จะกลับมาเลยสักครั้ง มีแต่พี่เขาที่ต้องบินไปหาแทบทุกที 

มินโฮเลยตัดสินใจเลือกที่จะพาคนตัวเล็กนี้ไปไว้ที่พักของเขา ที่พักบนชั้นสูงสุดของฟลอร์นี้ อีกฟากของความเป็นส่วนที่ผมกันไว้ไม่ให้ใครเขามายุ่ง แม้แต่คู่หมั้นของเขาก็ตาม คู่หมั้นที่เขาไม่เคยนึกจะรักเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อแม่เขาบังคับให้ต้องทำเพื่อธุรกิจ เขาก็คงไม่ต้องทำกับคนที่เขารักมากที่สุดแบบนี้

คิดหวังว่าสักวันเขาจะหลุดพ้นจากการจับคู่นี้สักที แต่คงจะเป็นแค่ความคิด เพราะในความเป็นจริงที่แสนโหดร้ายนั้น เขาต้องอยู่กับคนคนนั้นแทบทุกวัน ทั้งๆที่คู่หมั้นเขาออกจะแสนดี แต่ทำไมสายตาที่เขามองกลับไม่เห็นความดีนั้นเลยสักนิดเดียว แต่บางทีถ้าเขาช่วยเรื่อง"นั้น"ของอีกฝ่ายให้สมหวัง เขาจะหลุดเป็นอิสระก็ได้

ผมก้มลงหอมกลุ่มผมสีเทาประกายน้ำเงินนั้นเบาๆ แล้วพาร่างอีกฝ่ายลุกขึ้น ไปอาบน้ำ ถึงตอนแรกอยากจะทำเรื่องอย่างว่าก็เถอะนะ ถ้าไม่กลัวว่าพี่จงจะยืนไม่ไหวซะก่อน 

ร่างบางที่ถูกปลดโซ่ริเวณข้อขาออก กำลังยิ้มอย่างดีใจเหมือนเป็นอิสระ ถึงจะยังไม่ได้เป็นอิสระจริงๆ แต่ว่าได้เอาโซ่ที่ล่ามขาออกมันก็รู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว มือบางจัดการยกเสื้อผ้าที่วางบนเตียงขึ้นสวมตามสายตาคมกริบที่สื่อสานทางสายตามาแบบนั้น มือหนาเอื้อมมากุมมือผมพาออกไปนอกห้องนอนที่เคยอยู่ รองเท้าคู่เดิมที่ผมเคยใส่วางอยู่บนชั้น รวมไปถึงคู่อื่นๆที่มีขนาดไซต์เท่าผมใส่ คนตัวสูงกว่าหยิบคู่ที่ไม่ใช่ของผมมาวางให้ เชิงว่าให้ใส่คู่นี้ เหมือนที่เขาใส่แต่ขนาดมันต่างกัน

หลังจากที่ใส่รองเท้าเสร็จ เขาก็โดนอีกฝ่ายกุมมือไปตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากห้อง ลงลิฟต์ ไปลานจอดรถที่อยู่ด้านล่างของคอนโด เดินไปหยุดที่หน้ารถจากัวร์สีเทาเงิน มือหนาเปิดประตูรถให้ผมเขาไปนั่ง แล้ววิ่งอ้อมไปฝั่งคนขับ พาผมออกจากคอนโดสุดหรูแห่งนี้

"พี่หิวไหม"

"ครับ"

"แวะแถวนี้แล้วกัน"

สิ้นคำบอกของอีกฝ่าย รถคันหรูก็เลี้ยวเข้าด้านขวามือ ร้านอาหารธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษเลยสักนิดเดียว ทำเอาร่างบางแอบสงสัยไม่น้อยว่าคนที่ดูท่าทางติดหรูแบบนั้นจะเข้าร้านอาหาร ที่มีแต่คนเยอะๆแบบนี้เป็นด้วย

ถึงจะเป็นร้านที่มีลูกค้าเยอะก็จริง แต่ใครจะไปรู้ว่าทีแบบนี้จะมีห้องอาหารเป็นส่วนตัวอยู่ด้านใน เพราะฉะนั้นข้อที่ว่าอีกฝ่ายสามารถกินอาหารเปิดเผยแบบคนอื่นๆได้คงตกไป แต่คงตกไปตั้งแต่สวมผ้าปิดจมูกกับแว่นตาสีชาเดินเข้ามาในร้านแล้วล่ะ

เราสองคนเดินตามพนักงานไปด้านใน ห้องอาหารแบบส่วนตัวก็ปรากฎให้เห็น ผมเดินตามคนตัวสูงไปนั่งที่โต๊ะ ได้ยินว่าตอนแรกเลือเป็นห้องที่นั่งสองคน แต่ห้องมันหมดเหลือแต่ห้องที่นั่งแบบครอบครัวเล็กๆแทน ซึ่งเป็นที่มีเก้าอี้อยู่สี่ตัว และสิ่งที่เดาไม่ผิดก็คือ ผมต้องข้างๆเด็กสูงครับ

ผมถอดผ้าปิดจมูกและแว่นตาลงวางบนโต๊ะตามลำดับ ยื่นมือไปรับเมนูอาหารมากางออก ดูอาหารแบบต่างๆเรียงรายเป็นสมุดภาพ เขาเลือกไปห้าหกอย่างที่เป็นของโปรดของคนตัวเล็กสี่อย่างและของตัวเองสองอย่างตามที่คิดไว้ว่าคนข้างๆเขาคงจะกินหมด?











อาหารมื้อเที่ยงจบลงแบบเรียบง่ายอย่างที่คนตัวสูงหวังให้เป็นเช่นนั้น เขาปล่อยให้ร่างเล็กจัดการกับอาหารมื้อนี้อย่างสบายๆ แถมยังช่วยตักให้คนตัวเล็กทานที่คิดมือเอื้อมไม่ถึงไปช่วยตักให้

จากนั้นผมก็พาอีกฝ่ายกลับบ้าน ในตอนแรกตั้งใจว่าจะพาไปที่อื่น แต่เอาเข้าจริงๆแล้วผมกลัวที่จะมืดค่ำซะก่อน ผมเลยตัดสินใจพาร่างเล็กกลับบ้านเลย ตลอดการเดินทางมีเพียงความเงียบเข้าปกคลุม จนได้ยินเสียงหายใจของกันละกัน บางครั้งเป็นคนตัวสูงไปมอง เหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็เงียบลงแล้วถอนหายใจเสียเอง บางครั้งกับกลายเป็นร่างเล็กที่ต้องหันไปมอง และหันหน้ากลับมาที่เดิมถอนหายใจอีกคราว

พูดไม่ออกหรือไม่กล้าพูดอันนี้เขาก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไมหัวใจของทั้งสองคนกลับเต้นแรงซะแบบนั้น ร่างบางที่ตัดสินใจหันไปมองเสี้ยวหน้าคม ต้องสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายกลับหันมามองที่ตัวเองพอดี ไม่รู้ว่าอากาศมันร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหันหรือว่าจู่ๆก็เกิดไข้ขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ มันถึงได้ให้ทำเอาแก้มใสแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

รถคันหรูเคลื่อนมาจอดมาบนหน้าบ้านหลังเล็กคุ้นตา เสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมคนทั้งสองที่ลงจากรถพร้อมกัน คนตัวเล็กเดินไปหยุดที่ประตูรั้ว แม่กุญแจที่แขวนตรงนั้นทำให้เขาลืมไปแล้วว่าไม่มีกุญแจที่ใช้ไขมันเข้าไปด้านในแล้ว 

"หานี่อยู่หรือเปล่าครับ"

เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกัชูพวงกุญแจต่อหน้าเขา และไม่ต้องเดาว่าตอนนี้อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงไหน นอกจากยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเขาอยู่ตอนนี้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอเขาเบา ทำเอาร่างเล็กขนลุกซู่ขึ้นซะแบบนั้น 

"อื้ม"

จงฮยอนตอบเสียงเบาในลำคอ ไม่มีการถามว่าเอามาจากไหน เอามาได้ยังไง เพราะตอนนี้เขาต้องการไขประตูเข้าไปเอาของด้านในอย่างเร็วๆเพื่อหนีคนที่ยืนซ้อนด้านหลัง แถมเหมือนว่าอีกคนจะจงใจเอามือมารัดเอวเขาเข้าไปแนบชิดร่างตัวเองอีกต่างหาก 

สัมผัสด้านหลังที่ชนกันโดยความตั้งใจของคนตัวสูง ทำเอาจงฮยอนต้องตั้งหน้าตั้งตาไขกุญแจเขาไปโดยเร็ว แต่เหมือนว่ายิ่งรีบก็มันก็ยิ่งช้าลงไปทุกที เมื่อกุญแจเพียงดอกเดียวที่ไขได้ เขากลับจำไม่ได้ว่ามันเป็นดอกไหน เพราะลูกกุญแจในมือมีเป็นสิบๆดอก ซึ่งเขาก็ลืมไปแล้วว่ามันใช้ไขอะไรบ้าง

"เร็วหน่อยซิครับ"

คนตัวสูงก้มระซิบ ก่อนจะยืนมือไปช่วยร่างในอ้อมกอดไขกุญแจรั้วบ้าน จนสำเร็จ จงฮยอนที่ไม่รู้จะเดินไปยังไงเพราะอีกฝ่ายกอดไว้เลยค่อยๆขยับร่างตัวเองไปด้านหน้าทีละนิด แต่คนที่กอดดันปล่อยเสียก่อน กระซิบเสียงนุ้มหูบอกอีกฝ่ายว่า

"เปิดประตูให้หน่อยครับ จะเอารถเข้ามาเก็บ"

ร่างบางพยักหน้ารับรัวๆ รีบเดินไปเปิดประตูรั้วให้อีกฝ่ายในทันที แล้วเลื่อนปิดเมื่อเห็นอีกฝ่ายจอดรถคันหรูแล้วเรียบร้อย เขาไม่รอช้ารีบเดินไปที่ประตูบ้าน คราวนี้จงฮยอนเหมือนจะจำได้ เพราะไขเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว จนคนเจ้าเล่ห์ไม่มีโอกาสที่จะเอาเปรียบต่อเลยสักนิด

นิ้วเล็กกดลงที่สวิตต์ไฟ แต่กลับมีมืออีกคนมารั้งไว้ไม่ให้เปิด ก่อนจะหันไปมองด้วยความสงสัย ในความมืด คนตัวสูงเดินมาประชิดตัวร่างบางอุ้มขึ้นระหว่างในทันที จนคนโดนอุ้มไม่มีโอกาสที่จะประท้วงเลย เพราะมัวแต่กอดคออีกฝ่ายไว้กลัวตกลงพื้น

คนตัวสูงเดินไปตามทางเหมือนคุ้นเคยมานาน ทำเอาร่างเล็กงงไม่น้อยเลยทีเดียว เหมือนว่าคนตัวสูงจะรู้จักทุกซอกทุกมุมในบ้านหลังนี้ดีเหลือเกิน ตลอดทางที่เดินไม่มีสะดุดเลยสักนิด แถมยังพาผมขึ้นบนบันไดไปเรื่อยๆแล้วด้วย 

"ไม่เปิดไฟเหรอครับ"

"จะถึงแล้ว"

เสียงทุ้มดังตอบ บอกคนที่เดินตามหลัง จะถึงห้องนอนแล้ว จะเปิดทำไม 

จงฮยอนเดินตามโดยไม่ได้เอ่ยอะไรอีก จนกระทั่ง อีกฝ่ายเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วผลักร่างบอบบางลงบนเตียง คราวนี้แหล่ะ คนตัวเล็กต้องรีบโงหัวขึ้นมาแทบไม่ทัน

กว่าจะพยายามลุกจากเตียง คนที่มีอายุน้อยกว่าดันพาร่างที่แข็งแรงมาคร่อมร่างเล็กๆของเขาแล้วเรียบร้อย มือบางยกขึ้นยันอกอีกฝ่ายโดยทันที พร้อมที่ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะใบหน้าหวานทำให้จงฮยอนรู้ทันที ว่าใบหน้าคมห่างไม่ถึงเซนต์แล้วในตอนนี้ ถ้าในห้องสว่างกว่านี้อีกสักนิด คนที่คร่อมร่างเขาคงเห็นว่าใบหน้าเขาแดงขนาดไหนเลยแน่ๆ

ลมหายใจที่ปะทะแก้มใสยิ่งอุ่นเท่าไหร่ จงฮยอนยิ่งรับรู้ว่าอีกคนคงโน้มตัวเข้ามาใกล้เรื่อย ดวงตากลมโตรีบปิดลงโดนอัตโนมัติ สัมผัสอ่อนนุ่มชื้นที่เรียวปากอิ่มทำเอาคนตัวสูงต้องบดเบียดความแนบชิดเข้าไปอีก เพียงแค่สัมผัสยังไม่ได้ลงมือชิมกลับให้ความหวานล้นทะลักออกมามากเสียแล้ว คิมจงฮยอนน่ะหวานไปทั้งตัวนั้นแหล่ะ

ริงโทนคุ้นหูในกระเป๋ากางเกงด้านหลังกำลังส่งเสียงเรียกให้เจ้าของรับมันในตอนนี้ แต่เหมือนว่าคนที่เป็นเจ้าของจะไม่ได้ยินอะไร นอกจากเสียงสั่นน้อยๆในลำคอของคนใต้ร่างเสียมากกว่า

แต่ก่อนที่เจ้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นมันจะแหกปากไปมากกว่า มินโฮรีบจัดการคว้าไปเลื่อนมั่วๆ มือหน้าวางมันลงข้างใบหน้าหวาน และไม่ลืมที่จะคว่ำหน้าจอลงอีกต่างหาก

เรียวนิ้วบางทั้งสิบนิ้วกุมเสื้อตรงไหล่นั้นแน่น ต่างกับใครอีกคนที่เลื่อนมือข้างนึงไปประครองใบหน้า และอีกมือนั่นเลื่อนลงต่ำไปเลิกเสื้อตัวเก่งขึ้นช้าๆ เบียดร่างกายไปตรงกลางคนนอน ยื่นหัวเข่าเข้าไปตรงจุดกลางกาย ค่อยๆบดเบียดแรงผ่านเนื้อกางเกงลงไปเบา 

สัมผัสชื้นนุ่มลากลงต่ำ จากริมฝีปาก แก้มกลมใส คางมน ซอกคอขาว เขาไม่ลืมที่จะฝากรอยเขี้ยวลงไปให้ของเดิมมันชัดติดผิวเนียนนั้นมากกว่าเดิม เสื้อตัวบางถูกถอดออกทางหัวกลม เขายื่นมันลงไปด้านข้างให้ตกลงพื้นข้างเตียง

ปลายนิ้วแกร่งลากผ่านเนินอก ตามด้วยรสจูบร้อนๆลงบนส่วนเนินเนื้อนูนสีชมพู ตวัดปลายลิ้นอยอกล้อซ้ำๆของขวาทีซ้ายทีให้ร่างบางบิดเร่าร่างกาย

"ยะ หยุด ดะ ได้ไหม"

เสียงหวานร้องบอกคนทำ เพราะเหมือนว่าเขาจะยินเสียงคนถือสายค้างในโทรศัพท์อยู่สักพักใหญ่แล้ว แถมยังไม่วางสายอีกต่างหาก

"มินโฮ"

"!!!!!!"

คนตัวสูงนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงคนตัวเล็กเอ่ยชื่อเขาออกมา

"นาย ชื่อมินโฮใช่มั้ย"

ร่างเล็กถามย้ำ เขาได้ยินเสียงปลายสายเอ่ยชื่อนี้ เลยลองเรียกดู จากปฏิกิริยาที่เห็นนั้น สรุปว่าคนที่อายุน้อยกว่านั้นชื่อมินโฮแน่ๆ

"มีคนถือสายรอนานอยู่"

มือเล็กยื่นโทรศัพท์ที่วางข้างหูให้คนที่ชื่อมินโฮรับ

"ครับ"

ส่งเสียงตอบ พร้อมยืดตัวไปประกบจูบคนตัวยุ่ง ที่ทำให้เขาตกใจ มือเรียวสอดช่องว่างระหว่างขาไปพลาง ในขณะที่หูก็ฟังคนที่โทรมาอีกต่างหาก

"นายอยู่ไหนมินโฮ ทำไมไม่กลับมา คุณแม่นายมารอเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วนะ"

"ขอสายคุณแม่"

คนตัวสูงละริมฝีปากออกตอบ ก่อนจะเอานิ้วมาแตะริมฝีปากบอกให้คนตัวเล็กเงียบๆ ในขณะที่ถือสายรอมารดาและสอดนิ้วเข้าไปรุกล้ำช่องทางนุ่มนิ่ม

"ลูกอยู่ไหน"

"บ้านเพื่อนครับ"

คนตัวสูงตอบ หมุนควงปลายนิ้วด้านในซ้ำให้ร่างบางส่งเสียงในลำคอ เพราะตอนนี้ร่างเล็กเอามือปิดปากตัวเองไว้แน่น แถมยังสั่นราวลูกนกที่เหมือนจะอดกลั้นความเสียวซ่าที่เขามอบให้ มุมปากหยักเลยยกยิ้มมุมปากน้อยๆอย่างพอใจ

"ทำไมปล่อยให้หนูคีย์อยู่คนเดียวล่ะลูก"

"ผมบอกเขาแล้วนี่ครับ ว่าให้ทำมื้อค่ำไว้รอ จะกลับไปทานด้วย"

มินโฮโกหก เขาถอนนิ้วออกจากช่องทางนุ่มที่ตอดรัดปลายนิ้ว หันมาจัดการตัวเองโดยการปลดเข็มขัด ถอดกางเกงลงต่ำ กางขาเรียวออกให้ช่องทางเผยตัว เหมือนว่าปลายสายจะเงียบไป คุณแม่คงหันไปถามคีย์แน่ๆ

"แล้วทำไมแม่ไม่เห็นอาหาร"

"สงสัยคีย์คงเลิกงานช้ามั้งครับ เลยกำลังจะออกไปซื้อของ"

ผมแถไปเรื่อย ยกสะโพกบางขึ้นเล็กน้อย ให้ส่วนแข็งแรงกดเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มสีสด มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่น ราวกับว่ากลัวปลายสายจะได้ยินเสียงของตัวเอง

"แม่รู้ว่าลูกทำอะไรอยู่"

"ครับ แล้วยังไง"

มินโฮตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาก้มลงไล้เลียตุ่มเนื้อแดงชูชันพร้อมขยับกายเข้าใส่ไม่รุนแรงนัก 

"คิมจงฮยอนน่ะ คนที่ลูกชอบสินะ"

"ไม่ได้ชอบ แต่ผมรักพี่เขาเลยต่างหาก แล้วแม่จะทำไม"

"ก็แค่โทรบอกให้ คุณบอร์ดี้การ์ดจัดการซะ"

"ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าลืมจัดงานให้ผมกับพี่เขาอยู่ด้วยกันนะครับคุณแม่"

คนตัวสูงตอบ เขาโยนโทรศัพท์ลงไปข้างเตียงอย่างไม่สนใจ โน้มร่างแกร่งแนบกายใกล้คนใต้ร่าง ฟังเสียงครางข้างหู จัดการคุมจังหวะให้เร็วขึ้นกว่าเดิม

"เรียกชื่อผมสิครับ พี่จงฮยอน"

"มะ มินโฮ"

ร่างบางครางกระเส่า สองมือกอดคนด้านบนแน่นด้วยความเสียวซ่าน โดยที่ไม่ได้รับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้เลยสักนิด 

"ชเวมินโฮรักพี่จงฮยอนมากนะครับ"

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยิน ก่อนที่เสียงระเบิดชั้นล่างของบ้านจะดังขึ้นติดๆกัน เปลวไฟสีแดงฉานเปร่งประกายไปทั่วบ้านในความมืดมิดของค่ำคืน เปลวไฟสีสดเริ่มลุกลามไปทั่วบ้าน กลิ่นไหม้เหม็นเริ่มลอยเข้าเตะจมูกร่างทั้งสองที่ยังคงทำภารกิจรักบนเตียง 

"อยู่กับผมนะครับ"

"อื้อ อยู่กับมินโฮ"

ร่างบางตอบ พร้อมที่เปลวไฟจะลามติดผ้าปูที่นอนสีขาวในห้องจนสว่าง เรียวปากบ่งก้มลงประทับจูบร่างเล็กตรงหน้าแนบแน่น ความเจ็บปวดที่ร่างกำลังเผาไหม้ กำลังทำให้ร่างเล็กดิ้นประท้วง แต่มือหน้าของคนตัวสูงกลับรั้งร่างนั้นให้เขาใกล้มากขึ้นไปอีก แถมยังลูบหลังเพื่อปลอบโยนในขณะที่ร่างตัวเองก็เริ่มจะติดไฟด้วยเช่นกัน

ใช้เวลาเกือบไม่นานที่รถดับเพลิงจะมาถึง จัดการควบคุมเชื้อเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านหลังอื่น เจ้าหน้าที่ในชุดสีส้มเดินขึ้นไปสำรวจชั้นบนของบ้าน พบโครงร่างที่ไหม้เกียมกอดกันแน่น ชวนให้น่าสังเวชยิ่งนัก







แต่สำหรับร่างโปร่งแสงที่ยืนมองอย่างห่างๆ กลับหันหน้ามายิ้มให้กัน แล้วเดินออกจากบ้านไป สองมือกุมกันแน่นไปตลอดทาง

"ไปไหนดีอ่ะ"

คนตัวเล็กเอียงคอถามอย่างน่ารัก ชวนให้ร่างสูงต้องกัมลงขโมยหอมแก้มไปฟอดใหญ่อย่างอารมณ์ดี

"ตามใจเลยครับ"

"ไปทะเลกันนะมินโฮ"

ร่างบางตอบ หลังจากที่ปล่อยให้คนเอาแต่ใจหากำไรจากตัวเองเสร็จ พร้อมให้คำตอบที่น่าพอใจออกมา

"ครับพี่จงฮยอน"

เสียงทุ้มกระซิบตอบ โอบร่างเล็กๆให้เดินเคียงข้างกันไปตามเส้นทางถนนที่ยาวไกล

















END


จบลงไปแล้วนะ ลิสต์ที่สาม  จบอย่าง งง 

แต่เราก็พยายามมากเลยนะ ที่จะเขียนให้จบ 

อย่าเพิ่งโวยวาย หาอะไรปาใส่นะ หลบไม่ทัน

ตอนนี้กำลังหาแนวคิดเรื่องที่ค้างอยู่ 

มันคงนานข้ามปี เหมือนที่เขียนฟิคยาวแน่เลย

คาดว่าฟิคยาว เราจะจัดการทำให้จบภายในสิบตอนนั้นแหล่ะ

ส่วนพี่ชายกับยังคงเหมือนเดิมคงต้องรอต่อไป 

เราขอโทษนะ พอดีมันไม่มีอารมณ์จริงๆ








วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

{ SF } Evil Owner



Evil Owner


SHINee


MINHO X JONGHYUN


HOHYUN


RATE : 18 ?????

BY VACASKA OR PPIANO69






ทะ ทำไม ที่ตรงนั้น มะ มันอุ่นๆ




ดวงตากลมโตเปร่งประกายฉายแววตื่นเต้นแทบปิดไม่มิด เมื่อเขาได้เดินทางมาถึงโลกมนุษย์ ดินแดนต้องห้ามของเหล่าปีศาจที่อาศัยอยู่ในอีกมิติ โลกของพวกเขามีแต่ท้องฟ้าสีส้มหม่น บางครั้งก็เป็นสีแดงฉานราวโลหิตสีแดงสด ตัดกับมวลเมฆสีดำสนิทอย่างลงตัว พื้นดินที่มีสีไม่ค่อยจะแตกต่างจากหมู่เมฆเสียเท่าไหร่ แถมยังแตกแยกออกให้เห็นถึงความแห้งแล้งอย่างชัดเจน


ต้นไม้ที่ไม่รู้ว่าเรียกถูกหรือเปล่า เพราะมันช่างแห้งเหี่ยวเหมือนต้นไม้สีเทาหม่นที่เพิ่งถูกเผาไป และสีทุ่งหญ้าก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก นอกเสียจะมีดอกไม้ผลิบานออกมาให้เห็น ดอกไม้กลีบสีแดงสดราวเลือดที่เพิ่งถูกเชือดจากคอสดๆ มันช่างตัดกันจนดูดีขึ้นมาแบบพิลึก


  เรือนร่างบอบบางร่อนลงบนต้นไม้ต้นใหญ่ ด้านหลังตึกเรียนของมหาลัยแห่งหนึ่ง บนกิ่งไม้แข็งแรงปรากฏร่างเล็กของปีศาจที่เพิ่งหนีออกมาจากดินแดนของตนได้เกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว ดวงหน้าหวานประกอบไปด้วยคิ้วเข้มเรียงตัวอย่างพอดี รับกับดวงตากลมโตสีเทาอย่างมีเสน่ห์  บวกจมูกเล็กเชิดขึ้นให้ลงตัวพอดีกับเรียวปากอิ่มสีแดงสด ที่กำลังเผยอออก รับเรียวนิ้วชี้ขึ้นไปดูดเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
เรือนผมสีน้ำตาลบลอนด์ที่มีตั้งแต่เกิดกำลังปลิวตามสายมอ่อนเบาๆ ก่อนจะค่อยๆเก็บปีกสีดำสนิทของตัวเอง ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งกอดเอาไว้หลวมๆ พิงร่างตัวเองเข้ากับลำต้นแกร่งของต้นไม้ต้นใหญ่ พลางหลับตานึกทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาตลอดสัปดาห์ของโลกมนุษย์ แต่สำหรับปีศาจแล้ว มันเหมือนเพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งวันเท่านั้นเอง


เขาหนีออกจากที่แห่งนั้น ที่อยู่อาศัยสำหรับปีศาจอย่างพวกเขา ตัวประหลาดที่โดนตราบาปว่าชั่วร้าย จากเหล่าเทพที่คิดว่าตัวเองดีกว่าพวกเขา ทั้งๆที่พวกเขาไม่เคยทำอะไรให้เลยแท้ๆ เพียงแค่ต้องฆ่าพวกกันเอง เพื่อดำรงชีวิตอยู่โดยโลหิตสีแดงสดเหล่านั้น เพียงเพื่อต้องการมีชีวิตรอดก็เท่านั้นเอง เขาจำได้ดีวันที่พ่อแม่เขาโดยพวกเดียวกันฆ่า ให้เห็นแบบต่อหน้าต่อหน้า เหมือนมีอะไรมาสุมไฟในอกให้เขาเกิดบันดาลโทสะ เรี่ยวแรงที่ไม่เคยคิดว่าจะมากมายขนาดนี้ ก็พลาดพลั้งทำร้ายคนที่ฆ่าพ่อแม่ตัวเองเสียแล้ว พ่อกับแม่เขาสอนเสมอ ว่าพวกเขาอยู่ได้ด้วยการฆ่า ฆ่าเพื่อมีชีวิตต่อไป เขาจำได้ดี ก่อนที่ตัวเองจะจัดการดื่มเลือดจากคนที่ตัวเองฆ่าเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไป


ตอนนี้เขาจะได้ละวงเวียนนั้นแล้วล่ะ เพราะตอนนี้เขาได้มาอยู่บนโลกมนุษย์ ที่แสนสงบสุข ไม่ต้องไปกังวลระแวงเรื่องอันตรายที่เกิดขึ้นได้ทุกวินาทีอย่าในโลกปีศาจอีกแล้วด้วย เมื่อสองสามวันก่อนเขาได้ไปทะเลด้วย ทะเลที่สีฟ้าสดใสต่างจากที่เคยเห็นเพียงสีดำสนิท และไม่รู้ว่ามีตัวอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า เขาได้ลงไปสัมผัสกับความเย็นของน้ำสีใสนั้น แต่มันก็ยังไม่เย็นเท่าตัวเขาอยู่ดี


“นาย”


เสียงจากด้านล่างที่ได้ยิน คงเป็นเสียงมนุษย์ที่กำลังเรียกใครสักอยู่เป็นแน่ แต่ช่างเถอะ พวกมนุษย์ไม่ได้มีอะไรพิเศษจนสามารถมองเห็นปีศาจอย่างผมได้สักหน่อย หลับตาพักผ่อนเสียหน่อยดีกว่า


ร่างสูงที่อยู่ด้านล่างก้มลงไปขว้างหินก้อนเล็กมาก้อนนึง ก่อนจะเอี้ยวตัวเพื่อส่งลูกหินในมือไปให้โดนร่างที่อยู่ข้างบนกิ่งไม้ ร่างเล็กๆที่อิงแอบต้นไม้โดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเขาเลยแม้แต่น้อย


“โอ๊ย ใครว่ะ”


ร่างเล็กบ่น ก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบหัวตัวเองป้อยๆ ก่อนจะก้มหน้าลงมองคนด้านล่าง ที่กำลังจะโยนหินขึ้นมาใส่เขาอีกรอบ แต่คราวนี้เหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่ยอมเสียแล้ว ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะกระโดดลงจากกิ่งไม้ทางด้านหลัง แต่แทนที่จะเห็นร่างนั้นกลับพบเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นเอง ทำเอาคนที่เห็นตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว


คนที่หายตัวไป ค่อยๆเดินออกมาจากช่องว่างของมิติมาโผล่ทางด้านหลังอีกฝ่ายอย่างเงียบเชียบ ฝ่าเท้าเล็กยกขึ้นก่อนจะออกแรงส่งถีบไปที่หลังคนที่แกล้งเขาเมื่อครู่ แต่แทนที่จะโดนเต็มๆกลับกลายเป็นว่าคนคนนั้นหมุนกายหลบเท้าเขาได้ แถมยังมือไปคว้าเอาขาของเขาไปแนบกับลำตัวสูงนั้นอย่างรวดเร็ว


“.......”


มีเพียงความเงียบที่จู่ๆก็เลือกมาคั่นกลางระหว่างเขาสองคนเสียดื้อๆ อาจเป็นเพราะคนอย่างชเวมินโฮไม่ได้คิดมาก่อน ว่าอะไรสักอย่างบนต้นไม้ ที่ได้เห็นกันตรงหน้าเต็มๆตาแบบนี้ มันมีอะไรที่เห็นมากกว่าที่เห็นจากระยะไกลเสียอีก เรือนผมสีน้ำตาลบลอนด์ที่ดูเข้ากันกับใบหน้าหวานของร่างตรงหน้า เครื่องหน้าที่เหมือนไม่ได้บรรจงแต่งขึ้น แต่ก็ทำให้คนมองแอบใจเต้นแรงไม่น้อยเลยที่เดียว ไหนจะผิวขาวเนียนเกือบซีดที่ทำให้คนตัวสูงละสายไปไม่ได้นั่นอีกล่ะ ร่างเล็กๆตรงหน้าแย้มกลีบปากออกราวกับจะเอ่ยอะไรออกมา แต่ก็ไม่ได้ส่งเสียงอะไร แต่คล้ายว่าเขาจะหมดแรงไปเสียแล้ว ภาพร่างตรงหน้าค่อยๆเลือนรางลงไปพร้อมกลีบปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ


ลงไปแล้ว มนุษย์ตรงหน้าเขาล้มลงไปแล้ว ปีศาจที่โดนปล่อยขาก็กลับมายืนตามปกติ เพียงเพราะโดนเวทมนต์จากเขาไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง จริงๆแล้วไม่ได้เก่งอะไรมากมาย แต่เพียงแค่ปรารถนาอยากให้คนนี้หลับ สิ่งนั้นก็เกิดขึ้นแทบจะทันที คำอ้อนวอนเขาเป็นสิ่งที่เขาขอแล้วไม่เคยที่จะไม่เกิดขึ้นเลยสักครั้งเดียว มันเป็นสิทธิพิเศษอะไรสักอย่างที่มีมาตั้งแต่เขาเกิด และสิ่งที่จำได้เขาไม่ค่อยจะยุ่งกับสิทธิพิเศษนี้สักเท่าไหร่ และเหมือนว่าพ่อแม่ก็ไม่เคยบอกเช่นกันว่าเป็นเพราะอะไร  เขาหยุดความคิดฟุ้งซ่านไปก่อนแล้วไปสนใจร่างที่หมดสติตรงหน้า สองขาเรียวเดินไปหาร่างที่ล้มลงเมื่อครู่นี้ ค่อยๆย่อตัวลงแล้วไล่สายตามองอีกฝ่ายอีกครั้ง ใบหน้าคมกับเรือนผมนุ่มสีน้ำตาล จงฮยอนมองเพียงเท่านั้นก่อนจะค่อยๆสอดมือเข้าไปใต้ร่างคนตัวสูง พยายามใช้แรงที่มีพยุงร่างที่หมดสติขึ้น แล้วพาอีกฝ่ายไปแอบอิงพิงด้านหลังต้นไม้ต้นใหญ่ต้นนั้น น่าแปลกใจจริงๆที่มนุษย์คนนี้มองเห็นเขา ทั้งๆที่โดยทั่วไปแล้วไม่มีมนุษย์คนไหนที่สามารถมองเห็นปีศาจอย่างเขาได้แท้ๆ


จงฮยอนหยุดความคิดไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนสีดำออกมา เดินไปหาก๊อกน้ำที่บังเอิญมีข้างหลังตึกนี้อย่างพอดี ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วบิดให้หมาด พร้อมเดินกลับมาที่เดิม ค่อยๆใช้ผ้าผืนนั้นลูบเช็ดไปที่หน้าผากใต้ผมหน้าม้า พร้อมกับมองดูคิ้วเข้มๆของอีกฝ่ายไปด้วย ผ้าเช็ดหน้าสีเข้มเลื่อนลงต่ำไปพร้อมระดับสายตา เปลือกตาอุ่นที่ปกปิดดวงตาคมสีดำ จมูกโด่งเป็นสัน พวงแก้มอุ่นนุ่มนิ่ม ก่อนผ้าเช็ดผืนบางจะหยุดลงที่แก้ม เมื่อมองไปที่ปากหยักสีเชอร์รี่อย่างไม่ได้ตั้งใจ


ยังไม่ทันที่จะได้เลื่อนผ้าสีเข้มไปเช็ดส่วนอื่น คนตรงหน้าก็เลือนฝ่ามือมาจับแขนทั้งสองขึ้นอย่างรวดเร็วไปเสียแล้ว สงสัยเขาจะคำนวณผิดไปหน่อย หรือเขาแอบลืมเรื่องเวลาไปแล้วก็ไม่รู้ ทำให้คนตรงหน้าลืมตาขึ้นมาพันธนาการส่วนด้านบนของร่างกายเขาไปเสียแล้ว


“นาย”


“หิวน้ำใช่หรือเปล่า”


ร่างเล็กไม่ได้ว่าอะไร เพียงแค่ถามคนตรงหน้าเสียงเรียบเท่านั้นเอง การที่จะหลุดออกจากวงแขนแข็งแรงนี้มันไม่ได้ยากสักเท่าไหร่ในความคิดของเขา มันเป็นเรื่องง่ายดายที่เขาคิดจะทำเมื่อไหร่ก็ได้เท่านั้นเอง


“นาย”


ผู้ชายตรงหน้าเขาเรียกเขา แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก เหมือนว่ามีเรื่องจะพูดแต่ไม่กล้าพูดเสียแบบนั้น น่าเสียดายที่เขาไม่อยากจะรู้เสียด้วย ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร เขาสามารถอ่านจิตใจคนอื่นได้เหมือนแม่ของเขา คงเพราะแม่เป็นปีศาจสายพันธุ์โบราณด้วยล่ะมั้ง ถึงทำให้เขามีสัญชาตญาณไวต่อเรื่องอันตรายได้เร็วกว่าปกติ


แล้วคนตรงหน้าเขาก็เงียบอีกแล้ว คิ้วหน้าค่อยๆเลื่อนไปเกือบชนกัน แทบยังยุ่งกันเสียจนแทบเป็นปมซะแบบนั้น เขาเลยยื่นนิ้วมือไปจิ้มตรงกลางคิ้วนั้นเบาๆ ทั้งที่อีกฝ่ายยังคงจับข้อมือเขาไว้นั่นแหล่ะ ไม่รู้ว่าจะเครียดอะไรนักหนา


“คิม จงฮยอน”


!!!!!!!






EVIL OWNER







คุณเคยเป็นบ้างหรือเปล่า ที่ได้แต่นั่งมองใครบางคนเดินไปเดินมาทำอะไรสักอย่างที่ครัวอย่างวุ่นวายแบบนั้น ตอนนี้ผมกำลังนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาเตอร์บาร์ตรงหน้าครัว ในคอนโดชั้นบนสุดของคนตัวสูงที่เรียกชื่อเขาออกมา อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คุณเคยได้ยืนเรื่องเจ้าชีวิตไหม เรื่องที่มนุษย์มีปีศาจไว้ในครอบครอง คนคนนั้นจะเรียกชื่อปีศาจได้อย่างถูกต้อง ทั้งๆที่ไม่มีอะไรบอกเลยด้วยซ้ำว่าปีศาจนั้นชื่ออะไร


เหมือนว่าเรื่องที่พ่อแม่เขาเคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆจะเป็นจริงเสียแล้ว เรื่องที่ว่าปีศาจมีเจ้าชีวิตอย่างเช่นมนุษย์ มีเพียงโชคชะตาเท่านั้นที่เป็นตัวกำหนดให้ตรงพบเจอ ปีศาจบางตนไม่ได้มีเจ้าชีวิตทุกตัว แต่มนุษย์บางคนกลับมีสิทธิพิเศษในการมีปีศาจไว้ในครอบครองเสียเอง และตอนนี้เขามีเจ้าชีวิตเป็นมนุษย์ที่ชื่อว่าชเวมินโฮ คนที่จู่ๆก็เรียกชื่อเขาออกมาอย่างหน้าตาเฉยแบบนั้น


“มินโฮ”


“อะไรครับ”


“นายทำอะไรอยู่”


ร่างเล็กถามคนตัวสูง ในขณะที่นั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายเดินไปมาอย่างเบื่อหน่ายเสียแล้ว สิ่งที่มนุษย์เรียกว่าอาหาร และใช้เป็นสิ่งดำรงชีวิต มันไม่ได้กระตุกต่อมความอยากอาหารของเขาเลยสักนิดเดียว เพราะรสชาตินั้นมันห่วยแตกสิ้นดี ผมเคยไปแอบชิมตามร้านขายข้างทางนิดนึงน่ะ


“ก็ทำอาหารไง นายไม่กินเหรอ”


“ฉันไม่จำเป็นต้องกิน แค่เลือดจากตัวอะไรสักอย่างก็พอแล้วหน่า”


“นายนี่ถ้าจะเพี้ยน ใครเขาจะกินเลือดสดๆกันบ้าง”


มินโฮบอกอีกฝ่าย ใครจะไปกินเลือดสดๆกันเล่า คงพูดเล่นเพราะหิวมากๆอยู่ล่ะมั้ง ดวงตากลมใสมีแววซุกซนเล็กๆ


“ปีศาจอย่างข้าไง”


“ปีศาจมีจริงที่ไหน”


คนตัวสูงบอกผม เขาไม่เชื่อว่าปีศาจมีอยู่จริง และผมก็ไม่ได้บอกเขา ว่าเขาเป็นเจ้าชีวิตผม ตลอดทางที่กลับมา ผมบอกว่าต้องการความเงียบ และนั้นก็ช่วยเขาได้ดีเลยทีเดียว เพราะไม่มีใครเห็นปีศาจอย่างเขานอกจากเจ้าชีวิตตัวเอง คนที่มีปีศาจไว้ในปกครอง ปีศาจด้วยกัน และเทพ คุณคงอยากรู้ว่าทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่ มันเป็นเพราะความต้องการของคนคนนี้ไงหล่ะ และผมก็ไม่มีสิทธิที่จะขัดคำสั่งเหล่านั้นซะด้วยสิ เพราะผมไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เจ้านายเขาต้องการได้ นอกเสียจากเจ้านายเขาจะตอบรับในสิ่งที่ผมต้องการบ้างเท่านั้นเอง
เหมือนว่าอาหารที่มินโฮทำมันจะเสร็จแล้ว ผมเลยต้องย้ายตัวเองไปช่วยยกของไปวางที่โต๊ะอาหารเหมือนที่เคยเห็นคนอื่นทำบ้างๆ ผมมาที่นี่ก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน แถมเวลาที่ไหนมาไหนไม่มีใครมองเห็นผมเนี่ย มันเป็นอะไรที่ดีมากๆเลยล่ะครับ


“รู้จักช่วยด้วย”


ผมเงียบ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามอีกคน นั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายทานอาหารอย่างเงียบๆ เหมือนว่าเจ้านายผมจะหิวมากๆจนลืมไปว่าผมยังนั่งอยู่ตรงนี้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดี เพราะผมไม่อยากจะกินมันเลยให้ตายสิ ผมมองใบพืชสีเขียวๆที่ผัดกับอะไรสักอย่างแล้วความอยากอาหารก็ลดลงแทบจะทันที กินไปได้ไง เหม็นเขียวจะตาย ผมไม่ได้บอกใช่ไหม ว่าผมจมูกดีกว่าหมาสักสองเท่าได้เนี่ย ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน มันเป็นข้อได้เปรียบในการเอาตัวรอดในโลกปีศาจที่ดีเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ ในโลกมนุษย์เดินดินผมชักจะเริ่มไม่แน่ใจว่าเรื่องจมูกนี้เป็นข้อดีหรือข้อเสียกันแน่


“อ้าว ไม่หิวเหรอ”


คนตัวสูงที่เหมือนจะทานอิ่มอิ่มแล้ว เริ่มหันมาสนใจผมที่นั่งตรงข้าม โดยที่ข้าวในจานไม่ได้หายไปไหนเลยสักเม็ดเดียว และแน่นอนว่ามันยังไม่ได้ขยับไปไหน เพราะผมไม่ได้เตะมันเลยนะสิ ปานนี้คงเย็นชืดไปหมดแล้วล่ะ


“ไม่เท่าไหร่”


เพราะมัวหิว จนลืมที่จะถามคนที่เข้ามาอยู่ในห้องด้วย ป่านนี้พ่อแม่ของคนตรงหน้าเขาไม่ตามหาแย่แล้วเหรอ - -; ผมปล่อยให้เขาเดินตามมาจนลืมเรื่องสำคัญๆไปหมดเลย


 “ฉันมินโฮ ชเวมินโฮ ว่าแต่นายไม่อยากกลับบ้านเหรอ”


“ไม่มีหรอกบ้านที่ว่าน่ะ”


คนตัวเล็กตอบโดยไม่ต้องคิดในทันที


“อ้าว แล้วปกติ นายนอนที่ไหน”


“อืมล่าสุด นอนบนต้นไม้เมื่อสองวันก่อน”


จงฮยอนอย่างสบายๆ มองคนตรงข้ามที่ทำหน้าฉงนมากกว่าเดิม ไม่แปลกหรอกที่เจ้านายเขาจะมองแบบนี้ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกสำหรับมนุษย์แล้วนี่นา


“ยังจะมาเล่นอีก”


“ช่างนายเถอะ ฉันขอออกไปบินเล่นหน่อยล่ะกัน”


จงฮยอนบอกอีกฝ่ายเสียงหน่าย ไม่รู้ว่าทำไมต้องกังวลขนาดนั้น ในเมื่อคนที่ควรจะกังวลมากกว่านี้ ควรจะเป็นเขามากกว่า ผมว่าเจ้านายผมแปลกจริงๆนั่นแหล่ะ ชอบทำหน้าเข้มคิ้วขมวดอยู่ได้ ไม่เห็นจะหล่อเลยสักนิด


“เดินเล่นสินะ ไปดิ”


“ก็บอกว่าบิน”


ผมท้วงอีกคน ที่ทำเป็นเปลี่ยนเนื้อความที่ผมบอก ก็บอกว่าบิน จะบอกว่าเดินอีก เข้าใจอะไรยากซะมัดเลยให้ตายสิ - -;


O.O


“เดี๊ยวมา”


ร่างเล็กบอก ก็จะค่อยๆควบคุมปีกให้งอกออกมา ขณะที่เดินไประเบียง ปล่อยให้เจ้านายตัวเอง ยืนอึ้งอยู่แบบนั้น เรียวปีกสีดำสนิทๆขยับขึ้นลง ก่อนจะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามความต้องการของตัวเองอย่างเงียบๆ


“มะ เมื่อกี๊ เขาตาฝาด เขาตาฝาดไปแน่ๆ”


มินโฮพึมพำ แต่ก็คิดได้เท่านั้น ในเมื่อจานข้าวของคนที่เคยนั่งตรงข้ามกับเขายังคงวางอยู่ตรงนั้น เป็นหลักฐานที่บอกว่าเมื่อครู่นั้นเขไม่ได้ตาฝาดจริงๆ และสิ่งที่ยืนยันได้อีกฝ่าย ก็คือขนปีกสีดำที่หล่นลงเหนือจานข้าว มันกำลังละลายไปต่อหน้าต่อตาเขา แถมยังเปร่งแสงระยิบระยับให้เขาตกใจเล่น ก่อนจะหายไปพร้อมทำให้เม็ดข้าวสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็นสีดำในพริบตา


“จะมีอะไรแปลกกว่านี้ไหมว่ะ”







EVIL OWNER






กว่าร่างเล็กจะกลับมา ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืน คนตัวสูงไล่ให้อีกฝ่ายไปอาบน้ำ จากนั้นก็พาไปนอนด้วยกัน แต่พอเอาเข้าจริงๆคนตัวเล็กดันบอกว่าจะนอนพื้น ซึ่งเขาก็บอกว่าให้นอนบนเตียงด้วยกัน แต่อีกคนก็ยังไม่ยอมอยู่ดี - -;


“ผมจะนอนพื้น”


“นอนด้วยกัน อย่าเรื่องมาก”


“ไม่เอา จะนอนพื้น”


“นอนด้วยกัน”


ร่างสูงพูดจบก็จับข้อมือเล็ก ดึงร่างนั้นไปนอนที่เตียงในทันที เขาเอี่ยวตัวไปปิดไฟเหนือหัวเตียงเล็กน้อย ก่อนจะรีบกลับมากอดอีกคนไว้แน่นๆ พร้อมคว้าผ้าห่มขึ้นมาด้วยเสร็จสรรพ แต่เหมือนว่าคนตัวเล็กๆจะยังไม่สิ้นฤทธิ์ คนตัวสูงเลยพลิกตัวไปคร่อมอีกฝ่าย มองคนใต้ร่างอย่างจริงจัง


“ปล่อย”


“ไม่ปล่อย นอนได้แล้ว”


“ไม่เอา อื้อ”


เสียงเล็กร้องอย่างตกใจในลำคอ ทั้งๆที่เขากำลังจะเถียงว่าไม่ อีกคนก็ก้มลงมาปิดปากเขาแล้ว ทำเอาตากลมๆนั้นเบิกกว้างอย่างตกใจ ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว จงฮยอนไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายมันคืออะไร แต่สิ่งที่ตัวเองรู้อย่างชัดเจนคือร่างกายมันกำลังร้อนขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ แถมเจ้านายตัวสูงยังส่งเรียวลิ้นเข้ามาเล่นในโพรงปากอีก สิ่งที่ทำอยู่นั้นมันคืออะไร เขาไม่เข้าใจการกระทำนั้นจริงๆเลยได้แต่พยายามดันลิ้นอีกฝ่ายออกพร้อมดิ้นไปมาต่อต้าน


เพราะเห็นเรียวปากอิ่มตรงหน้าที่เถียงไม่หยุด เลยอยากจะปรามเอาไว้ แต่เหมือนตัวเองจะทำเกินเหตุไปหน่อย ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเองถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจูบคนตรงหน้าทำไม ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นตัวอะไรกันแน่ แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือคนตรงหน้าทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปมองอย่างอื่นได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรือนผมนุ่มมือ ดวงตากลมโตติดเจ้าเล่ห์นิดๆ จมูกโด่งเชิดรั้น ปากอิ่มสีสด ผิวขาวเนียนละเอียดเกือบซีดเสียด้วยซ้ำ แขนเล็ก ขาเรียว ทุกสิ่งที่เขามองเห็นมันรวมกันเป็นคนตรงหน้าออกมาได้อย่างไม่มีที่ติจริงๆ มินโฮละริมฝีปากออกมามองคนใต้ร่าง ที่ดิ้นดุ๊กดิกไปมาเมื่อพยายามหาทางหนี


”ปีศาจน้อยของข้า เจ้าหยุดดิ้นแล้วหันหน้ามามองข้าซะดีๆ”


ร่างเล็กถึงกลับหยุดนิ่งและค่อยๆหันหน้าไปตามคำสั่งคนด้านบนช้าๆ ดวงตากลมส่อแววตกใจออกมาให้เห็น มินโฮเพียงยกบางยิ้มให้เท่านั้น เจ้าเป็นของข้ามาตั้งนานแล้วจงฮยอน เสียงทุ้มดังก้องในหัวคนตัวสูง สัญชาตญาณที่เคยจางหายเริ่มกลับมาอีกครั้ง เขาไม่ใช่คนที่ต่อสู้เก่ง แต่เขาสามารถคว้าขาคนตัวเล็กที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ได้ มันเป็นเหมือนเสียงอะไรสักอย่างที่คอยบอกให้ทำตลอดเวลา อย่างในตอนนี้ที่เสียงนั้นบอกให้ผมพูดเช่นนี้


“คราวนี้ ก็หลับตา”


เปลือกตาบางค่อยๆปิดลงตามคำที่ผมพูด ผมก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าหวานเป่าลมหายใจรดแก้มใสเบาๆ มองดูเครื่องหน้านั้นอย่างพิจารราว่าทำไมมันถึงลงตัวจนผมแอบใจเต้นแรงกันนะ


“เจ้าสั่งข้า”


กลีบปากอิ่มเอ่ยประโยคนั้นออกมาอย่างไม่เข้าใจ คนตัวสูงไปรู้มาจากไหนว่าสามารถสั่งเขาได้ ใครเป้นคนบอกทั้งๆที่เราก็อยู่ด้วยกันเพียงสองคน หรืออาจเป็นเสียงกระซิบจากส่วนลึกในจิตใจคนตรงหน้ากัน ตอนนี้เขาหลับตารู้สึกอุ่นๆที่ใบหน้าเหมือนลมหายใจนั้นกำลังปะทะกับผิวของเขา ทำเอาเขารู้เสียวสันหลังแลกๆมันไม่ได้น่ากลัวเหมือนกำลังจะโดนกิน แต่รู้สึกวาบวามในท้องน้อยแปลกๆ



“ข้าอยากลองสัมผัสเจ้า”


ผมเอ่ยตามที่เสียงในใจบอก ก่อนจะไล่ปลายนิ้วไปตามพวงแก้มนุ่มนิ่ม ซอกคอขาว เขาหยุดปลายนิ้วไว้เพียงแค่นั้น เคลื่อนใบหน้าไปประทับรอยบนซอกคออ่อนเบาๆ ไล่สัมผัสอุ่นชื้นไปเรื่อยๆตามที่ใจคิด กลิ่นสบู่ที่เคยใช้เขาเพิ่งรู้ว่ามันหอมก็ตอนที่มาอยู่บนร่างเล็ก


“มินโฮ หยุดอื้อ”


เขาไม่ปล่อยให้ร่างเล็กเอ่ยอะไรออกมาต่อ ก้มลงปิดปากอิ่มอีกครั้ง เกี่ยวรัดลิ้นเล็กๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมง่ายๆ มินโอเลยได้แต่เอ่ยในใจว่าขอให้ยอมเขาเสียที ร่างตรงเลยเหมือนจะตอบสนองเขากลับเสียบ้าง


“เจ้าจะทำอะไร”


เมื่อเป็นอิสระจงฮยอนก็ถามอีกครั้ง มองคนที่คร่อมร่างเขาปลดกระดุมเสื้อนอนของตัวเอง ใช้ปลายลิ้นชื้นสัมผัสกับผิวอก ขบเม้มจนเกิดรอยแดงขึ้นไปทั่วที่สัมผัสอุ่นชื้นลากผ่าน รู้สึกเหมือนความคิดที่อยู่ในหัวเขาจะหายไปหมดเหลือเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นเอง แถมยังรู้สึกได้แค่สัมผัสชื้นๆบนกายตัวเองเท่านั้น


“ดูต่อไป”


มินโฮตอบอย่างเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้ห้ามให้อีกคนผลักใส่ไล่ส่งเขาเสียหน่อย เขาบอกร่างเล็กให้หยุดดิ้นแล้วหันมามองหน้าเขาเท่านั้นเอง ไม่ได้ให้หยุดนิ่งไปตลอดนี่นา แถมตอนนี้เหมือนเขาจะหยุดตัวเองไม่ได้เสียแล้วจริงๆ ยิ่งอีกฝ่ายปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเองมากเท่าไหร่ อะไรๆก็เหมือนจะหยุดยากขึ้นทุกที


“เจ้ากำลังทำ อ่ะ”


เสียงหวานร้องตกใจ  เมื่อคนตัวสูงเลื่อนกายลงต่ำ ฝากรอยฟันไว้หน้าท้องเนียน สองมือดึงกางเกงตัวยาวที่เป็นคนเลือกออกไปให้พ้นตัว เรือนร่างบอบบางลุกขึ้นนั่งมองคนที่อยู่ระหว่างขาแทบจะทันที สองมือหนาประครองส่วนกลางกายไว้แผ่วเบา ค่อยเพิ่มแรงสัมผัสที่ฝ่ามือพร้อมขยับขึ้นลงด้วยจังหวะไม่รวดเร็ว แต่เสียงหวานก็เปร่งออกมาก่อนที่เขาจะเพิ่มจังหวะเสียแล้ว


“อ่ะ อ่า ทำไม”


รู้สึกดี ร่างบางต่อคำที่เอ่ยออกไปไม่หมดในใจ ก่อนจะเอนหลังเอามือยันฟูกหนานุ่ม มองคนตัวสูงสัมผัสส่วนกลางกายตามใจชอบต่อไป  เหมือนว่ามินโฮกำลังใช้ฝ่ามือสัมผัสส่วนนั้นพร้อมขยับขึ้นลงไปมาซ้ำๆ ทำเอาคนได้แต่มอง ต้องคิดตามไปด้วยว่าทำไมตัวเองถึงได้รู้สึกดีแบบนี้


“อ่ะ อื้ม”


เสียงหวานเปร่งออกมาให้ได้ยิน พร้อมกับที่เขารับส่วนอ่อนไหวนั้นเข้าไปในโพรงปากอุ่น ตวัดปลายลิ้นสัมผัสส่วนปลายยอดสีหวาน และใช้มือที่ว่างอีกข้างหนึ่งควบคุมส่วนโคนเอาไว้ มือข้างจับต้นขาเล็กให้อ้าออกพอประมาณ ไม่มากเกินจนอีกคนบ่นว่าเจ็บหรอกนะ เดี๊ยวได้สะดุ้งก่อนที่เขาจะทำอย่างอื่นนะซิ

มินโฮละริมฝีปากออกจากส่วนกลางกายนั้นทั้งๆที่อีกฝ่ายกำลังฟันเพื่อจะปลดปล่อยอยู่แท้ๆ ดวงตาคมมองหน้าหวานที่หลับตาแสดงสีหน้าเจ็บปวดกับการไม่ได้ปลดปล่อย เขาเลื่อนใบหน้าไปใกล้จูบลงที่กลีบปากอิ่ม ดันร่างเล็กๆให้นอนราบลงกับเตียงกว้าง ใช้มือข้างหนึ่งประครองแก้มใส อีกข้างแยกเรียวขาออกจากกัน เลื่อนปลายนิ้วไปวนเวียนที่ปากทางอ่อนนุ่ม


จูบรุกเร้าอีกคนให้สนใจริมฝีปากตัวเองเท่านั้น ก่อนจะค่อยๆกดลงไปที่ปากทางนุ่ม จนได้ยินเสียงครางในลำคอ แต่เขาก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นกลับดันปลายนิ้วเข้าไปด้านในลึกเรื่อยๆ กดตามผนังอ่อนนุ่มที่บีบรัดนิ้วกลางเป็นจังหวะหาส่วนสำคัญภายใน เอปลายนิ้วไปเรื่อยๆจนอีกฝ่ายหยุดตอบสนองและคราอื้ออึงในลำคอ เขาถึงไดละริมฝีปากออกมา ให้อีกคนปล่อยปลดเสียงหวานให้ได้ยิน


“อ่ะ อ๊า”


มินโฮปล่อยให้ร่างมีความสุขเพียงชั่วครู่เขาถอนนิ้วเรียวออก จัดการปลดกางเกงของตัวเองออกให้พ้นทาง ให้ส่วนแข็งแรงที่กำลังตั้งชันออกมาสัมผัสอากาศภายนอก   ร่างเล็กหอบหายใจ ปรือตามองคนที่หยุดกระทำกับร่างกายของตน แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อคนตัวสูงรั้งร่างตัวเองเข้าไปใกล้ แถมยังเอาท่อนเนื้อใหญ่ตั้งชันจอที่ส่วนทางเข้าสีชมพูอ่อนของตัวเอง


ร่างที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธต้องกลืนเสียงลำคอ เมื่อคนตัวสูงโน้มร่างมาปิดปากเขาอีกแล้ว แถมยังพยายามดันส่วนที่ตั้งชันเข้ามาภายในร่างเขาอีกด้วย ตอนนี้จงฮยอนมีแต่ความรู้สึกเจ็บ เจ็บจนน้ำใสๆไหลออกมา แต่อีกฝ่ายก็มองไม่เห็นเพราะมินโฮนั้นหลับตาพริ้มดึงเรียวลิ้นเขาไปเกี่ยวกระหวัดซ้ำๆ แถมยังตั้งสมาธิไปส่วนล่างที่กำลังดันเข้ามาเรื่อยๆอีกด้วย


มือเล็กยกขึ้นมาผลักร่างอีกฝ่าย มินโฮเลยลืมตามองคนใต้ร่าง ที่มีแต่น้ำใสๆคลอเต็มดวงตา มันยังไหลลงไปตามใบหน้าสวยนั้นอีกด้วย จงฮยอนกัดฟันบอกคนที่กำลังมองหน้าและหยุดการกระทำนั้นเพื่อฟังเขา


“เจ็บ มันเจ็บ”


“ผ่อนคลายเข้าไว้ สูดลมหายใจเข้าลึกๆนะ”


มินโฮกระซิบบอกข้างใบหูนิ่ม ปล่อยให้ร่างเล็กหลับตาทำตามที่เขาบอก ก่อนจะอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายหายใจเข้าไปลึกๆ ดันท่อนเนื้อแข็งแรงเข้าไปจนสุดรวดเดียว


“อ๊าาาาาาาาาา”


เสียงหวานร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อคนตัวสูงดันส่วนนั้นเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำนบน้ำใสๆที่คลอเต็มดวงตาก็พังลงมาแทบจะทันที ร่างเล็กผวากอดร่างสูงไว้แน่น


“จะ เจ็บ”


จงฮยอนร้องบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ มินโฮก้มหน้าลงมองร่างที่กอดเขาแน่น ยกมือขึ้นไปลูบหัวกลมเล็กอย่างเบามือ แล้วเชยคางมนขึ้นมาประกบริมฝีปากกัน สงสัยจะเร็วไปจริงๆ แต่เขาอดใจไม่ไหวแล้วนี่นา ช่องทางที่ตอดรัดนิ้วเขาแน่นแบบนั้น ทำเอาคนยั้งใจไม่อยู่ ดันกายเข้าไปด้านในจนได้สิน่า


เขาเลื่อนริมฝีปากไปที่หูบางแล้วขบมันเบาๆ เลื่อนเรียวลิ้นลงต่ำ จูบสัมผัสผิวอ่อนไปเรื่อยๆ จนถึงยอดอกตั้งชัน มินโฮไม่รอช้าใช้ปลายลิ้นตวัดชิมในทันทีจนได้ยินเสียงเสียงครางหวานข้างหู  เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายลืมส่วนที่เชื่อมต่อกันแล้ว จึงค่อยๆขยับเบาๆเพียงนั้น ร่างบางก็สะดุ้งอีกแล้ว


“อ่ะ จะ เจ็บ”


จงฮยอนบอกอีกครั้ง คราวนี้มินโฮหันมาสนใจคำท้วงอย่างจริง เลื่อนมือไปเล่นกับแกนกายสีหวาน พร้อมๆกับขยับร่างกายตัวเองไปด้วย ลืมตามองอีกฝ่ายที่กำผ้าปูที่นอนแน่น คงเพื่อระบายความเจ็บปวดและเสียวซ่านไปพร้อมๆกัน


เอวหนาขยับกายเนินนาบ เอาออกเกือบสุดแล้วส่งเข้าไปใหม่เกือบสุดได้สักพัก จนอีกฝ่ายคุ้นชิน จึงเริ่มเร่งจังหวะเร็วขึ้นตามใจตัวเอง เหมือนว่าความอดทนเขาจะน้อยเหลือเกิน ถึงได้ขยับเอวไม่ยั้งใส่ร่างเล็ก จนหัวกลมนั้นสั่นคลอนตามอย่างหยุดไม่อยู่


“อ่ะ อ้า มันรู้สึกดีจัง อ่ะ”


คราวนี้ประโยคหวานๆจากร่างด้านใต้ทำเอาคนตัวสูงหันกลับมาสนใจอีกครั้ง เขาก้มลงชิมเนื้อนูนบนยอดอก พร้อมๆกับกระแทกสะโพกหนาดันส่วนแข็งแรงเข้าไปด้านในลึกขึ้นเรื่อยๆ จนสะกิดเอาส่วนสำคัญที่ร่างบางส่งเสียงครางแปลกๆ มินโอเลยกระแทกย้ำจุดนั้นซ้ำๆให้อีกฝ่ายจนพอใจ แล้วเริ่มเร่งจังหวะให้มากขึ้นเมื่อใกล้จะปลดปล่อย


“อื้อ อื้อ มิน มินโฮ”


ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้พูดไปแบบนั้น แต่คนที่ได้ยินกลับเหมือนเป็นเสียงเชียร์เร่งจังหวะให้อีกฝ่ายไปเร็วก่อนที่ควรจะเป็น ทำให้คนตัวสูงต้องเร่งจังหวะไปตามติดๆจนถึงฝั่งฝันตามร่างเล็ก เขาทิ้งตัวลงทับร่างด้านใต้ เป่าลมหายใจออกเป็นว่าเล่น เพื่อระบายความร้อนออกจากร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


“เหนื่อยไหม”


มินโฮกระซิบถาม พร้อมจมูกลงที่แก้มใสเบาๆ ขณะที่ร่างเล็กกลับถอนหายใจหอบไม่ต่างกัน แต่สิ่งที่แปลกกว่าคือรู้สึกอุ่นๆที่ส่วนแข็งแรงนั้นสอดเข้าไป เหมือนเป็นน้ำอะไรสักอย่างที่กำลักไหลไปทั่วช่องทาง แถมยังเยอะจนล้นออกมาด้านนอกอีกต่างหาก


“ทะ ทำไม ที่ตรงนั้น มะ มันอุ่นๆ”


จงฮยอนถามอย่างสงสัย หลังจากปลดปล่อยก่อนคนตัวสูง เขากระตุกร่างปลดปล่อยจนเลอะเต็มหน้าอีกฝ่าย แถมยังไหลเยิ้มลงมาที่ตัวเองอีกต่างหาก แต่สิ่งที่สงสัยคือไอ้น้ำอุ่นๆนั้นมันคืออะไร


“ไม่ชอบเหรอ”


“ชอบ แต่มันแปลกๆ”


จงฮยอนตอบพร้อมถามกลับอย่างใสซื่อ เมื่อกี๊รู้สึกดีมากจริงๆแต่ตอนนี้สงสัยมากกว่า


“อีกรอบนะ”


ร่างสูงกระซิบบอก ไม่ได้ตอบคำถามเจ้าตัวเล็ก ก่อนจะขยับส่วนที่เชื่อมร่างกายระหว่างกันอีกครั้ง จนได้ยินเสียงหวานๆลอยมาเข้าหูให้ได้ยินไม่ขาด









end


จบอย่างมึนๆ

เอาไปอ่านฆ่าเวลาเถอะ