{ SF SHINee } [ MINHO&JONGHYUN ]
[อย่าได้คาดหวังอะไรมากนัก ' . ' ]
คนหนึ่งกระหายเพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในริมฝีปาก
คนหนึ่งกระหายเพียงสัมผัสอ่อนหวานที่กระทำกับร่างกายตน
ในป่าที่ค่อนลึก
ภายในหุบเขาที่มีพื้นไม่มากนักกลับมีปราสาทหลังใหญ่ตั้งตระหง่าน ณ
ที่แห่งนั้นเกือบจะไม่มีแสงแดดคอยส่องลงมา
ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความหนาวเย็น
แต่หาได้มีอุปสรรคสำหรับบุคคลที่อาศัยอยู่ไม่
เพราะบรรยากาศแบบนี้พวกเขาออกจะชอบมากเสียด้วยซ้ำ
ปราสาทที่วางตัวไม่ซับซ้อนแต่ถ้าไม่เคยเข้าก็อาจจะหลงทางได้เหมือนกัน
เพราะดูเหมือนคนสน้างจะญาติพี่น้องเยอะเสียเหลือ สร้างห้องเอาไว้นับไม่ถ้วน
แต่เจ้าของปราสาทกลับอยู่เพียงแค่ชั้นบนของตัวปราสาทเท่านั้นเอง
ช่วงค่ำชายหนุ่มจะขับรถออกไปข้างนอก
ทิ้งให้คนรับใช้อยู่เฝ้าบ้านเพียงสามสี่คน คืนนี้เป็นเหมือนเช่นทุกวัน
เขาต้องการใครสักคนที่สามารถเป็นอาหารและความสุขเพียงชั่วคราวได้
เขาชอบเล่นสนุกจากนั้นก็จะหิวเลยจำเป็นที่ต้องออกมาแบบนี้บ่อยๆ
เพราะที่บ้านมันน่าเบื่อเสมอในความคิดของชายหนุ่ม
แต่มันเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้
ขณะที่ขับรถกลับมา
สายตาก็ดันไปเจอลูกหมาตัวหนึ่งนอนอยู่ระหว่างทางกลับปราสาท
ร่างกายที่เประเปื้อนเช่นนั้นทำให้เดาได้ไม่ยากว่าไปทำอะไรมาบ้าง
ก็คราบเลือดที่เห็น ประกอบกับกลิ่นตัวร่างกายแบบนี้ หมาป่าชัดๆ
เขาพาสาวสวยที่โดนสะกดจิตลงมาจากรถ
พร้อมอุ้มร่างบอบบางนั้นมาด้วย ตอนแรกก็เป็นหมาอยู่ดีๆหรอก
แต่หันกลับมาอีกทีก็กลายเป็นมนุษย์ซะได้
เขาไม่ได้เจอเผ่าพันธุ์นั้นตั้งนานแล้วสินะ ตัวนี้เป็นตัวที่สองในรอบห้าสิบปีเชียว
ถ้าให้พูดเขามีอายุเกือบสองร้อยปีแล้วล่ะ
แต่รูปร่างภายนอกดันเหมือนชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆอยู่เลย
สองขายาวก้าวเดินไปในบ้านที่มีคนรับใช้รออยู่
เขาส่งเจ้าร่างบอบบางให้คนที่ยืนรอรับเขาเหมือนทุกวัน
พร้อมบอกให้จัดการเจ้าปุกปุยนี่ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วให้เอาขึ้นไปส่งบนห้อง
ผมเดินขึ้นไปชั้นบนพร้อมร่างหญิงสาว
เมื่อถึงปลายทาง ผมคลายมนต์ให้เจ้าหล่อน
ก่อนที่จะยิ้มให้เท่าที่ดูดีที่สุด เหมือนเธอจะอึ้งไปแล้วล่ะ
ตอนนี้เหมือนอารามณ์มันจะหายไปซะดื้อๆ
เลยจัดการฝังเขี้ยวลงบนคอเจ้าหล่อนอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่เบิกโพรงเหลือขึ้นมองเพดาน
พร้อมมือที่กำลังยื่นมาผลักร่างเขา แต่ก็เท่านั้น มันช้าไปแล้ว
เขี้ยวคมถอนออกจากคอขาว เมื่อดูดเลือดนั้นจนหมดตัว
ลมหายใจที่หายไปอย่างเฉียบพลันภายในไม่กี่นาที
ทำให้ร่างนั้นนิ่งงั้นทิ้งตัวลงพื้นไปแล้ว
มือหนาลูบหัวเล็กที่กำลังจัดการเนื้อตรงหน้าอย่างหิวกระหายจนหมด
ดวงตาใสกลมโตจ้องมองคนที่นั่งเก้าอี้ลูบหัวเขาอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ
เขามาอยู่ที่นี่นานแล้วสินะ ไม่ว่าเมื่อไหร่เจ้านายเขาก็ยังคงมีรูปร่างหน้าตาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
แม้ตอนนี้เขาจะใกล้เข้าสู่ช่วงเต็มไวแล้วก็ตาม
"จงฮยอนอิ่มหรือยัง"
"ครับ"
"ขึ้นห้องกัน ข้าหิวแล้ว"
"อ่า
แต่ว่าท่านเพิ่งกินไปเองนี่ครับ"
"ข้าจะกินเจ้าต่อ
เดินตามมาได้แล้ว"
"โฮ่ง"
หมาป่าตัวใหญ่เห่าตอบ
เดินตามหลังคนที่กำลังจูงเขาขึ้นไปข้างบน
ถึงแม้ว่าตอนนี้จงฮยอนจะโตเต็มไวแล้วก็จริง
แต่เมื่อเทียบกับหมาป่าตัวอื่นที่เคยเห็นมา เขาก็ดูตัวเล็กไปในทันที
"ไปอาบน้ำ"
"ครับ"
"ให้ห้าที"
"ห้า ห้านาที"
ร่างบางทวนคำอย่างตกใจ มีอย่างที่ไหนให้เขาอาบน้ำห้าทีกันเนี่ย
เนื้อตัวเขามอมแมมไปด้วยเลือดขนาดนี้
ก็เจ้านายเล่นกินคนเมื่อกี้จนเลือดสาดเต็มพื้น พอผมไปกินต่อ
ร่างผมก็เต็มไปด้วยคราบเลือดนะสิครับ จะเหลืออะไร
"เร็วเข้าเจ้าเวลาเหลืออีกสี่นาทีสามสิบวินาที"
ร่างเล็กรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำแทบจะทันที
ปล่อยให้คนตัวสูงมองตามแล้วหัวเราะขำๆกับท่าทางนั้นของร่างเล็ก
ข้าแกล้งเจ้าเท่านั้นเอง เจ้าหมาเอ้ย คิดแล้วก็ขำไม่หาย
เวลาที่ผ่านไปด้วยการตามการคำนวณของคนตัวเล็ก
จงฮยอนรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำทันทีที่อาบน้ำสระผมเสร็จ
แต่ไม่ทันได้เช็ดร่างกายตัวเองดีนักหรอก เพราะฉะนั้นผมเผ้าเขาก็เลยเปียก
ร่างกายก็มีแต่หยดน้ำ แต่ยังดีที่นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาด้วย
"นายท่าน ขะ ข้ามาตรงเวลาไหม"
"ไม่"
คำตอบที่ออกมาทำร่างเล็กหน้าซีดเหลือสองนิด
ก้มหน้ามองพื้นราวกับว่าเรื่องที่ให้อาบน้ำห้าทีที่เขาทำเวลาเกินมันเป็นเรื่องผิดเสียเต็มประดา
"เหลืออีกนาที"
คำพูดต่อมาทำร่างบางเงยหน้าสบตากับคนตัวสูงอย่างดีใจ
ที่ทำเวลาได้ไม่เกินกว่าที่กำหนด แถมยังเหลือตั้งหนึ่งนาทีอีก
"ดีใจอะไร"
แต่แล้วร่างบางก็หุบยิ้ม
ยืนนิ่งต่อหน้าคนตัวสูง ใบหน้าหวานก้มต่ำลงชิดอก แสงออกว่ากลัวตรงหน้าขนาดไหน
คิมจงฮยอนเป็นหมาป่า เป็นหมาป่าที่กลัวแวมไพร์มินโฮ เจ้านายของตน
"เดินมาหาข้า"
คนตัวเล็กเดินไปหาอย่างกล้าๆกลัวๆ
ขาสั่นเหมือนมีคนมาเขย่าจนคนที่เรียกตั้งเดินมาหาเสียเอง
การเก้าท้าวที่รวดเร็วแบบนั้น ทำให้คนตัวสูงที่เคยนั่งบนเตียงกว้างกลางห้อง
มาหยุดอยู่เพียงตรงหน้าคนตัวเล็กเพียงก้าวเดียวในเวลาแค่พริบตาเดียวเท่านั้น
"เจ้ากลัว"
"……"
"ข้าแกล้งเจ้าแค่นี้
เจ้าก็กลัวซะแล้ว"
"นายท่านน่ากลัวจริงๆนี่ครับ"
"เจ้าเดินช้า
ข้าอุ้มเจ้าไปเร็วกว่า"
"อ่ะ เดี๊ยว"
จงฮยอนได้พูดเพียงแค่นั้นก็ต้องสะดุ้ง
เมื่อร่างตัวเองได้นอนลงบนเตียงไปแล้วเรียบร้อย
โดยมีคนที่เป็นนายท่านของตนคร่อมร่างเอาไว้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ
ถึงแม้ว่าจะเจอเหตุการณ์ทำนองนี้เกือบทุกวัน
เขาก็ยังไม่เคยชินกับท่าทางใจร้อนของคนที่เป็นนายตนอยู่ดี
"ผมของผมยังไม่แห้งเลยนะครับ"
"แล้ว"
"ผมกลัวจะไม่สบาย"
"หนึ่งรอบก่อนแล้วจะปล่อยให้จัดการผม"
"อ่า ครับ"
จากกิจกรรมตลอดคืนทำเอาร่างบางไม่อยากลุกจากที่นอนเลยสักนิดเดียว
แต่ถ้าจะให้นายท่านลุกขึ้นมาเห็นเขาอยู่บนเตียงโดยที่ยังไม่ได้เตรียมื้อหารเช้าล่ะก่อน
เจ้าหมาจงตัวนี้ขอตายดีกว่า ถึงแม้จะทำยังไงก็ไม่มีทางตายก็เถอะนะ
ผมอยู่ที่นี่เพราะไม่มีที่ไป
ประกอบกับที่นายท่านบอกเอาไว้ว่าถึงหนีไปยังไงข้าก็จะตามหาเจ้าให้พบ
ทำเอาผมต้องอยู่ที่นี่ไปโดยปริยาย มันไม่ค่อยน่าเบื่อนะผมว่า
เจ้านายให้อิสระกับผมในการจะทำอะไรก็ได้กับที่นี่
ส่วนนี้ผมก็เลยเข้าป่าไปหาต้นไม้ดอกไม้มาปลูกเต็มไปหมดล่ะ
ใครบอกว่าปราสาทที่นี้น่ากลัวเหมือนบ้านผีสิงต้องคิดใหม่
เพราะผมปลูกดอกไม้เต็มไปหมดแล้ว มันคงดูไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่
ผมชอบวิ่งเล่นแถวสวนดอกไม้ที่ปลูกอีกต่างหาก วันๆผมไม่ค่อยได้ทำอะไรสักเท่าไหร่
เรื่องทำความสะอาด ก็มีคนทำให้แล้ว? คนทำอาหารก็มี
ผมแค่เตรียมอาหารให้เจ้านายจากนั้นก็ไปวิ่งเล่นตามชอบ
บางวันถ้าเจ้านายใจดี ผมก็อาจได้เข้าเมืองบ้าง
ได้เรียนหนังสือกับเจ้านายบ้าง แต่ก็ไม่บ่อยเท่าไหร่
ไม่บ่อยเท่าเรื่องที่ผมต้องเป็นอาหารบนเตียงทุกคืนหรอกนะ
อันนี้ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ผมมันก็มีข้อดีอยู่อย่าง
ในช่วงใกล้พระจันทร์เต็มดวงทุกเดือน
และมันเป็รเรื่องปกติหมาป่าจะคลุ้มคลั่งอาละวาด
ในตอนแรกผมรีบพาตัวเองกลับไปในป่าเลยล่ะ
ก็กลัวอาละวาดจนบ้านเขาพังนี่นา แต่เจ้านายก็ไปตามผมกลับมาเหมือนเดิม
ผมจำได้ว่าตอนนั้นเขาพาผมกลับมา ในขณะที่ตัวผมสั่นไม่หยุดเลยล่ะ
เพราะพยายามคุมร่างกายไม่ให้ทำร้ายคนตรงหน้า
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็หยุดลงเมื่อนายท่านดึงผมเข้าไปจูบ ตอนแรกผมก็เหมือนจะมึนไป
แต่เหมือนว่าร่างกายผมจะหลั่งสารอะไรบางอย่าง ทำให้ผมกลับกลายร่างเป็นอีกคนหนึ่ง
ผมยังคงอยู่ในรูปร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์ทุกอย่าง
ผมจูบตอบอีกฝ่ายเหมือนเป็นเรื่องปกติ ลูบไล้สัมผัสตามสัญชาตญาณที่รู้สึกไปทั่วร่าง
เหมือนผมจะรู้ว่าว่าอะไรคืออะไร เลยทำใจตัวเองไปหมดซะทุกอย่าง คิดจะจูบก็จูบ
คิดจะกัดก็กัด กลายเป็นเหมือนหมาที่เชี่ยวชาญเรื่องอย่างว่าไปซะแบบนั้นแหล่ะครับ
ผมจำได้ว่าปีที่แล้วนานสุดก็เกือบเจ็ดวันเลยนะนั่น ไม่ใช่ว่าไม่มีใครหิวนะ
แต่ไม่ว่านายท่านจะทำอะไรผมก็ตามไปเอ่อ…ยั่วตลอด
เอาเป็นช่วงนั้นร่างกายผมต้องการแค่เรื่องอย่างว่านั่นแหล่ะ
กลับมาในส่วนปัจจุบัน
ผมยกถาดอาหารที่คุณแม่บ้านเตรียมให้ขึ้นไปชั้นบ้าน ผมค่อนข้างสนิมป้าแกนะ
ก็ป้าแกเป็นเหมือนผมนั่นแหล่ะ เลยรู้ว่าต้องสอนอะไรผมแบบไหนนั่นแหล่ะ
ผมโตมาได้ก็เพราะคุณแม่บ้านเลยนะเนี่ย
บนถาดที่ประกอบด้วยขนมปังปิ้งสองสามแผ่น
ซึ่งไม่น่าจะเป็นอาหารคนตรงหน้าได้เลยแต่มันก็เป็นไปแล้ว
ขวดแก้วทรงกลมบรรจุเลือดเต็มขวดวางข้างแก้วไวน์สินี่อาหารปกติ
ผมวางมันลงที่โต๊ะเหมือนทุกวัน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป
แต่มือยาวๆนั้นรั้งเอวผมไว้แล้วดึงลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง ผมก็ตั้งตกใจสิครับ
ทำตัวแข็งเป็นหินไปแล้วเรียบร้อนน่ะซิ
"เข้าเมืองกัน"
"ครับ"
"ลองพูดว่า ฮะ สิ"
มินโฮเอ่ยข้างหู ก่อนจะงับมันเบาๆอย่างมันเขี้ยว
"ฮ ฮะ"
"น่ารักจริงๆ"
คนตัวสูงพูดจบก็ก้มหน้าลงหอมแก้มเนียนทั้งสองข้างจนพอใจ
ก่อนจะอุ้มอีกคนไปอาบน้ำด้วยกันเป็นเรื่องปกติ
แต่สำหรับเจ้าหมาจงฮยอนมันไม่ปกติเลยสักนิด ก็เรื่องแบบนี้นานทีมีหนหนึ่งนี่นา
เพราะแบบนี้ไงใจมันถึงได้เต้นแรงจนจะทะลุอกแล้วเนี่ย
"กินไอติม"
"ฮะ"
ร่างบางตอบพร้อมยื่นมือไปรับโคนไอศกรีมมาจากมือเย็นเชียบนั้น
มือหนาขยีผมนุ่มนั้นเบาๆอย่างมั่นเขี้ยว คล้ายให้รางวัลเด็กดีอะไรประมาณนั้น
เขาสองคนออกมาเดินเล่นแถวคนไม่พลุ่งพล่านสักเท่าไหร่
มินโฮไม่ได้กลัวแดดหรือกลัวคนรู้ว่าเขาเป็นอะไร
และเขาคิดว่าคนตัวเล็กก็คงคิดเหมือนที่เขาคิดอยู่ในตอนนี้
ดูท่าว่าเดินไปทางไหนก็เป้าสายตาจริงๆนั่นแหล่ะ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง
เข้าใจว่าเขาสูงอยู่หรอกนะแต่ไม่ต้องจ้องเหมือนว่าถ้ากินเขากินไปแล้วได้ไหมเออ
อันที่จริงก็พาเจ้าหมามาเดินเล่น
และอีกอย่างหนึ่งคือผมเบื่อที่หันไปทางไหนก็มีแต่ป่า
เลยลากเจ้าหมามาเดินเล่นในเมืองซะเลย วันนี้ผมเลือเสื้อผ้าค่อยข้างธรรมดานะ
กางเกงขายาวสีดำกับเสื้อเชิ๊ตสีขาวแขนยาวพับถึงศอก
ส่วนเจ้าหมาเนี่ยผมเอาเสื้อคอกลมสีฟ้าขาวให้ใส่ ส่วนกางเกงก็ขาสั้นสีดำสนิท
เอาหมวกตัวเองให้ใส่ด้วยกันร้อน
ผมลากเจ้าหมาที่เหมือนกำลังได้กลิ่นอาหารหอมๆลอยเตะจมูกไปร้านขนมแทน
แถวนี้ไม่มีร้านอาหารต่างประเทศเลยสักร้านเดียว
เพราะวั้นเนื้อที่ถูกทำให้สุกไม่มากนักก็ไม่มีตามไปด้วย
ผมชอบไปทานสเต็กแบบสุกนิดหน่อยน่ะ ถึงจะไม่ค่อยชอบทานเนื้อเหมือนเจ้าหมาก็เถอะนะ
ร้านขนมนี้ก็คนไม่เยอะเท่าไหร่ ผมเลือกเดินไปโซนด้านในและไม่ลืมเจ้าหมาที่มาด้วยหรอกนะ
ผมเป็นคนสั่งคนเดียว เพราะถ้าให้จงฮยอนสั่งมันคงเลือกไม่ถูก
แถมผมไม่ได้พามาที่นี่บ่อยด้วย เจ้าตัวเล็กเลยไม่ชิน
ทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นไปเรื่อยนั่นแหล่ะ
ผมที่ไม่อะไรทำเลยมองจงฮยอนแทน
เหมือนว่าจะมองนู่นมองนี่เพลินไปเลยนะนั่น นายท่านเขาพาผมมาร้านขนมด้วย
ผมจำได้ว่าเคยมาที่นี่เมื่อสามปีก่อน
เพราะเจ้านายไม่ค่อยพาผมไปเที่ยวที่เดิมสักเท่าไหร่
ร้านนี้ไม่เปลี่ยนไปจากเท่าไหร่เลยนะ
แถมมาครั้งที่สองนายท่านก็เลือกที่นั่งเดิมอีก
เป็นโซฟาตัวยาวที่เหมาะกับครอบครัวมาทานมากกว่า ผมกับเจ้านายที่นั่งเบียดกัน
อันที่จริงผมไม่ได้เบียดนะ แต่นายท่านอุ้มร่างไปนั่งตรงกลางขาเลยแหล่ะ
ในที่สุดเจ้าขนมสามเหลี่ยมหลายๆชั้นก็มาวางตางหน้าผม
ผมรู้ว่ามันคือเค้ก แต่รสอะไรไม่รู้ มันมีครีมสีน้ำตาลด้านข้าง
ปาดหน้าด้วยครีมขาวด้านบน ตกแตกด้วยวิปรรีมที่สตอบอร์ลูกใหญ่วางยอู่ด้วย ผมจะไม่ทน
ทานล่ะนะครับ
"จงฮยอน"
"ฮะ"
"ป้อนข้าด้วย"
"อ่าครับ"
ร่างเล็กตอบอย่างว่าง่าย
ก่อนจะตักชิ้นแรกแล้วหันหน้าไปหาคนด้านหลัง
ส้อมอีกเล็กมีเนื้อเต้กสีน้ำตาลจ่อที่ริมฝีปากตามคำสั่งเมื่อครู่
แต่คนตัวสูงก็ไม่ยอมอ้าปากสักที่ คนตัวเล็กเลยได้แต่งง
เมื่อคราวนี้มินโฮเอามือมาโอบเอวแล้วส่งสายตาดุๆให้ทีนึง
ทำเอาเจ้าหางลู่หูตกไปเลยถ้าตอนนี้อยู่ในร่างหมาอ่ะนะ
"ป้อนด้วยปาก"
"ฮะ"
ถึงจะอยากงอแงว่านู่นไม่ว่านั่นไม่ดี
อย่าจะลองงอนใส่หรือไม่ทำตามคำสั่งก็ไม่เคยทำได้สักที
จงฮยอนไม่กล้าทำง้องแง้งใส่เจ้านายแสนดุของตัวเองหรอกนะ
แต่ใช้ตามองเขาก็กลัวจะตายอยู่แล้ว
ที่บอกไปแบบนั่นก็ไม่ใช่อะไร
ก็มีคนมองเจ้าหมาของเขาน่ะซิ ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงท่าที่เป็นเจ้าของขณะที่นั่งด้วยกันก็ตามที
ที่เลือกให้นั่งระหว่างขาเขาก็จะได้ไม่มีคนมองขาเล็กๆนั่นต่างหากเล่า
ที่ให้ป้อนด้วยปากก็เพราะว่าเจ้าพวกนั้นคงจะได้เห็นและเลิกมองหมาของเขาสักที
คนตัวเล็กตักเค้กเข้าไปในปากก่อนจะหันไปนายท่านที่นั่งซ้อนด้านหลัง
มือเล็กไปคว้าลำคอเรียวอย่างสั่นๆลงต่ำเพราะความกลัว
ก่อนจะแนบริมฝีปากอิ่มลงบนกลีบปากเรียวสีหวานนั้นเบาๆ
ดันก้อนเค้กในปากไปให้อีกฝ่ายแล้วถอยออกมา แต่เหมือนว่าคนตัวสูงจะปล่อยให้หลุดยาก
มือหนารั้งเอวนั้นแล้วจูบตอบอย่างอ่อนหวาน
"อ่ะ อื้อ"
เสียงครางหวานในลำคอดังประท้วงคนเอาแต่ใจ
ว่าเจ้าหมาตัวนี้กำลังหายใจไม่ทันแล้ว
ใครจะไปรู้ว่าจะบดจูบตอยบแบบไม่ให้พักหายใจแบบนี้กันล่ะ
"น้องๆ พี่นั่งด้วยคน"
คนที่มองทั้งสองเดินมาอย่างใจกล้า
เหมือนจะเป็นนักเลงซะด้วยสิ คนหนึ่งหน้าเหมือนม้า คนหนึ่งหน้าเหมือนปลาฉลาม
ผมมาสวนสัตว์หรือเปล่าก็ไม่นะ
แต่ว่านักเลงที่หลุดออกมาจากสวนสัตย์สองคนนี้ทำไมเขาถึงได้มาทานขนมหวานกันล่ะ
อันนี้น้องจงงงนะครับ หน้าตาไม่น่าเข้าร้านขนมหวานเลยให้ตายซิ
"หวานกันแบบนี้
พี่ชิมหน่อยได้ไหมจ๊ะคนสวย"
คนที่นั่งลงกับเขาสองคนเอ่ยขึ้น
เสียงเหมือนคนหื่นอ่ะ อย่ามาทำร้ายนายท่านนะ เดี๊ยวจะกินไม่ให้เหลือซากเลย
ว่าแต่ก่อนกินนายท่านจะกินเลือดมันก่อนหรือเปล่าอ่ะ อันนี้ต้องถามอีกทีเนอะ
"อย่ามายุ่ง"
เสียงเข้มๆเอ่ยช้าๆชัดถัดชัดคำ
ทำร่างเล็กอดกลัวแทนสองคนตรงหน้าไม่ได้
แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้เขาไม่ยื่นมือไปช่วยจะดีที่สุดว่าไหม
"เพื่อนน้องดุนะเนี่ย"
"น้องชื่ออะไรครับ น่ารักจัง"
"บอกให้ไป"
มินโฮเอ่ยเสียงเข้มมองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างเหนื่อยหน่าย
เล่นผิดคนแล้วยังไม่รู้ตัวอีก เล่นกับคนอื่นนะเขาไม่ว่าหรอก
ดันมาเล่นกับคนที่แตกต่างจากตัวเองแบบนี้มันเอาเปรียบเหมือนกันนะ
ถึงจะตัวใหญ่ถึกก็จริง แต่ถ้าเทียบกับแรงเจ้าหมากับผมเนี่ย ยังเร็วไปสิบปี
"เสือกไรมึง กูไม่ได้ถามมึง"
"ไปหาที่อื่น คนนี้เมียกู"
มินโฮตอบ ก่อนจะโอบเอวร่างบางเอาไว้
ปล่อยให้ทานขนมต่อ อย่ามายุ่งกับหมาข้านะเว้ย ตัวนี้หวงมากเลยนะนั่น
ปิดตามึงสองคนด่วนเลยไอ่ตัวเงินตัวทองที่หลุดออกมาจากสวนสัตว์
แล้วเจ้าลูกหมาดันมาทำหน้าตาน่ารักเงี้ย คือจะอ่อยมันเหรอ
ยังไม่ใช่ช่วงพระจันทร์เต็มดวงไม่ต้องยั่ว
"แล้วไงว่ะ กูสองคนจะเอา"
"เอ่อ ผมว่า"
คนตัวเล็กเอ่ยแทรกเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง
แต่ผมก็เอ่ยห้ามออกมาก่อน
"เจ้าหมา"
"ขะ ขอโทษฮะ"
จงฮยอนเอ่ยขอโทษก่อนจะเงียบลงไปอีกครั้ง
ทำไมข้ามีหมาจิตใจดีงี้ล่ะ อยากช่วยก็รู้
แต่ว่าเขามองจนจะกินมึงอยู่แล้วจงฮยอนเอ้ย ตามไม่ทันนะเนี่ยหมาผม
กลับไปคงต้องสอนอะไร?กันนิดหน่อยแล้วล่ะนะ
ถ้ายังใจอ่อนไม่ดูตาม้าตาเรือ
"อ้าวมึงดุน้องเขาทำไมว่ะ"
"ไปร้านอื่นกัน"
"ฮะ"
ร่างบางตอบแล้วลุกขึ้นพร้อมคนตัวสูง
แต่มือคนตรงข้ามกลับเอื้อมมากุมแขนเขาไว้อย่างถือวิสาสะ
จงฮยอนสะบัดมืออย่างแรงจนมือที่กุมแขนหลุดออก ก่อนจะยิ้มให้คนทั้งสองอย่างเหี้ยมๆ
กลีบปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยให้เห็นเขี้ยวยาวๆของตน
"ขอโทษครับพี่
ผมจะไม่มายุ่งอีกแล้วครับ"
ทั้งสองพูดแค่นั้นก่อนจะใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปแทบจะทันที
ทำเอาคนตัวสูงมองอย่างงงว่ามันสองคนกลัวอะไรนักหนา
ก่อนจะหมุนตัวร่างตรงหน้ามาหาตัวเอง
มินโฮมองฟันคนตรงหน้าที่ปล่อยยาวออกมาจนเลยคอไปแล้ว
เล่นโชว์ฟันจริงๆแบบนั่นคนที่ไหนจะไม่กลัวบ้างล่ะ มือหนายกมาเคาะหัวร่างตรงหน้าอย่างทำโทษ
"ขอโทษฮะ"
ตอนนี้เจ้าหมาที่หัวเราะสองคนที่วิ่งออกไปได้กลายร่างเป็นหมาหงอยไปแล้ว
เพราะรู้ว่าตัวเองเพิ่งโดนทำโทษเลยไม่รู้จะทำหน้ายังไงนอกจากรู้สึกผิดอีกแล้ว
"อย่ามาเศร้า ป้อนต่อได้แล้ว"
"มันหมดแล้วฮะ"
ให้ได้งี้สิทานคนเดียวจนหมด ไม่เหลือให้ผม
กลับบ้านแหล่ะน่าดูเลย จะเอาจนครางหงิงๆเลยคืนนี้ จงฮยอนเจ้าหมาตัวเล็กเอ้ย
"แต่"
"อะไร"
คนตัวสูงถาม ตอนนี้จงฮยอนนั่งตักผมอยู่
แล้วก็ชี้มาที่ปากตัวเอง ก่อนจะยืดตัวมาจูบผมอีกครั้ง หมดจานแต่มีในปากสินะ
หมาของเขาเจ้าเล่ห์นะว่าไหม
END